โปรแกรม Profhilo คืออะไร กระตุ้นคอลลาเจนต่างจาก Sculptra กันยังไง
คุณหมอขอสรุปโปรแกรม Profhilo คืออะไร ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนผิวเด็กได้อย่างไร?
| – โปรแกรม Profhilo เป็นนวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ที่มีองค์ประกอบหลักเป็น Hyaluronic acid ความเข้มข้นสูง ผ่านการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี NAHYCO ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ทำให้สามารถกระจายตัวในผิวได้ดี และกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ – จุดเด่นของโปรแกรม Profhilo คือ สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ในทุกชั้นผิว ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก ต่างจาก โปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ที่เน้นกระตุ้นเฉพาะชั้นลึก ทำให้ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน เพิ่มความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นได้ดีกว่า – เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ความไม่ยืดหยุ่นของผิว รวมถึงหลุมสิว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวโดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปหน้า หรือต้องการเสริมประสิทธิภาพร่วมกับการรักษาด้วย โปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse – วิธีการรักษามาตรฐานคือฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลภายใน 1-2 เดือน และผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน – DSK Clinic เป็น 1 ใน 6 คลินิกในประเทศไทยที่ทีมแพทย์ผ่านการฝึกอบรมเทคนิคโดยตรง จาก Global Speaker Dr.Ofir Artzi ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการรักษาที่เหมาะสม และออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด |
โปรแกรมProfhilo (โปรฟิโล) ถือเป็นตัวยากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Biostimulator ตัวใหม่ซึ่งดังมากในต่างประเทศ และเพิ่งเข้าไทยในช่วงเดือน ธ.ค. 2024 จัดเป็นตัวยากระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ไม่เหมือนตัวไหนในท้องตลาด
บทความนี้ หมอจะพาทุกคนไปรู้จักกับโปรแกรม Profhilo ตั้งแต่องค์ประกอบของตัวยา หลักการทำงานกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์หลังทำ เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน มีความแตกต่างจากโปรแกรม Sculptra หรือ โปรแกรม Radiesse ที่ออกมาก่อนอย่างไร และเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจฉีด รวมไว้ในบทความนี้แล้วครับ
โปรแกรมProfhilo คืออะไร?
โปรแกรม Profhilo คือ ตัวยากลุ่มที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เมื่อผิวอายุมากขึ้นจะมีคอลลาเจนน้อยลง จนเกิดความหลวม ไม่ยืดหยุ่น ริ้วรอย ความไม่กระชับคืนตัว ลักษณะผิวดูมีอายุมากขึ้น โปรแกรม Profhilo จะเข้าไปกระตุ้นและซ่อมแซมเซลล์ผิวต่าง ๆ โดยเฉพาะเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสร้างคอลลาเจนหรือ Fibroblast
โปรแกรม Profhilo มีองค์ประกอบอะไร และทำงานอย่างไร?
โปรแกรม Profhilo มีองค์ประกอบสำคัญคือ Hyaluronic acid ที่ทุกคนคุ้นเคย แต่เป็น Hyaluronic acid ที่ผ่านกระบวนการพิเศษที่ติดสิทธิบัตรคือ เทคโนโลยี NAHYCO ซึ่งเป็นการสร้างพลังงานความร้อนแบบจำเพาะ ทำให้ Hyaluronic acid สองขนาด เกิดการสร้างพันธะต่อกันเป็นโครงสร้างแบบพิเศษเรียกว่า HCC หรือ Hybrid Cooperative complex ซึ่งมีปริมาณ Hyaluronic acid มากที่สุดในท้องตลาด แต่กระจายตัวได้ดี มีลักษณะเป็นของเหลว ไม่เป็นก้อน และแสดงคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งแตกต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์ประเภท cross-linked Hyaluronic acid ซึ่งไม่ได้ถูกผลิตมาเพื่อการกระตุ้นคอลลาเจน

โปรแกรม Profhilo แตกต่างจากโปรแกรม HA Filler ทั่วไปอย่างไร?

เนื่องจากโปรแกรม Profhilo มีองค์ประกอบหลักคือ Hyaluronic acid (HA) มักมีคนสงสัยว่าแตกต่างจาก โปรแกรม Filler อย่างไร หากอธิบายให้เห็นภาพ Hyaluronic acid ชนิดฉีดในท้องตลาดจะมี 2 ประเภท คือ
1. Cross-linked HA
เป็น HA ที่มีการเชื่อมพันธะโมเลกุล ด้วยองค์ประกอบพิเศษบางอย่าง เช่น BDDE หรือ PEG เพื่อให้เกิดการคงรูปเป็นเนื้อเจล และไม่สลายโดยร่างกายได้ง่าย HA กลุ่มนี้ ได้แก่ โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดเพื่อเติมเต็มใบหน้าโดยทั่วไป เช่น โปรแกรม Restylane โปรแกรม Juvederm และโปรแกรม Belotero ที่เราคุ้นเคยกันดี
หรือโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวอย่างโปรแกรม Belotero Revive โปรแกรม Juvederm Skinvive ก็ถือเป็น Crosslinked HA แต่เป็นการเชื่อมพันธะที่ต่ำ ทำให้สามารถกระจายตัวในผิวตื้น ๆ ได้ดี
แต่โปรแกรมฟิลเลอร์กลุ่มนี้ก็ไม่ได้สามารถกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวได้ดีเช่นกัน
2. Non-Crosslinked HA
คือ HA ที่ไม่ได้มีการเชื่อมพันธะโมเลกุลจาก Crosslinker จึงถูกร่างกายสลายโดยธรรมชาติได้ง่ายภายใน 24-48 ชม ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มเมโสหน้าใสต่าง ๆ ที่อาจหน้าอิ่มฟูชั่วคราว หรือส่วนประกอบหลักใน Neuvia Hydrodeluxe เป็นต้น ซึ่ง Noncrosslink HA จะเน้นที่ความอิ่มฟูชั่วคราว ไม่ได้กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ยกเว้นจะมีสารอื่นเป็นส่วนประกอบ
โปรแกรมProfhilo เป็น HA กลุ่มไหน?
โปรแกรม Profhilo จริง ๆ ถ้าจัดกลุ่มจะทำให้คนเข้าใจผิด ดังนั้นอยากจะบอกว่ามันเป็นกลุ่มพิเศษแล้วกัน เพราะมันไม่ใช่โปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อการเติมเต็ม หรือปรับรูปหน้าแบบกลุ่มแรก และก็ไม่ใช่โปรแกรมฟิลเลอร์ที่เน้นความชุ่มชื่นชั่วคราวที่ HA อาจจะถูกสลายได้โดยง่าย
แต่โปรแกรม Profhilo เป็นการใช้เทคโนโลยีพิเศษ ทำให้ปริมาณ HA จำนวนมากอยู่ในโครงสร้างพิเศษที่อยู่ในร่างกายได้นาน โดยไม่ใช้ Chemical Crosslinker เช่น BDDE ทำให้ไม่เสียงต่อการอุดตันเส้นเลือด และเป็นโครงสร้างพิเศษที่มีงานวิจัยว่าสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่า HA ในรูปแบบปกติ
ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าโปรแกรม Profhilo เป็น Noncrosslink HA ที่ผ่านเทคโนโลยีพิเศษ ทำให้กระตุ้นคอลลาเจนได้ และคงอยู่ในร่างกายได้นาน
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จากโปรแกรมProfhilo
เนื่องจากโปรแกรม Profhilo เป็น Hyaluronic acid ที่กระตุ้นคอลลาเจนได้ดี ดังนั้นผลลัพธ์ของมันจึงมีทั้งผลลัพธ์จากตัว HA ที่ให้ความชุ่มชื่น และผลลัพธ์จากคอลลาเจนและอีลาสตินที่ถูกสร้างขึ้น โดยผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จากโปรแกรมการฉีด Profhilo มีดังนี้
- ช่วยให้ผิวที่เป็นคลี่ มีรอยเหี่ยวย่น ดูอิ่มฟู และเรียบเนียนมากขึ้น
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว สามารถใช้รักษาหลุมสิวและคอเหี่ยวย่นได้
- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและความโกลว์ระยะยาวของผิว ทำให้ผิวดูสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง
ในท้องตลาดมี Biostimulator หลายตัว ทำไมถึงเลือกโปรแกรมProfhilo
จริง ๆ ในท้องตลาดตอนนี้ มี Biostimulator เยอะมาก แต่หมอไม่ได้นำเข้ามาที่ DSK Clinic เนื่องจากส่วนมาก ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง หรือมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าโปรแกรม Sculptra หรือโปรแกรม Radiesse จึงไม่มีความจำเป็นต้องมี แต่สำหรับโปรแกรม Profhilo ผมคงไม่ได้บอกว่ามันดีกว่าโปรแกรม Sculptra หรือโปรแกรม Radiesse แต่มันมีความแตกต่าง และสามารถมาช่วยเติมเต็มการรักษาให้ดียิ่งขึ้นได้H2 โปรแกรม Profhilo แตกต่างกับโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse อย่างไร

เชื่อว่าหลายคนอาจมีความสงสัยว่า แล้วจะเลือกกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Biostimulator ตัวไหนดี เพื่อให้คุณสามารถเลือกได้อย่างเหมาะสม หมอจะพาไปดูความแตกต่างของ 3 ตัวนี้กัน
โปรแกรมProfhilo
โปรแกรม Profhilo จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ตรงที่ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ในทุกชั้นผิว ตั้งแต่หนังแท้ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก จึงสามารถฉีดได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก เพื่อเพิ่มความเฟิร์มและเรียบเนียนของผิว ทำให้ผิวแน่นฟู และมีความชุ่มชื่นมากขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มปริมาตร หรือยกหน้า
โปรแกรมSculptra
โปรแกรม Sculptra จะเน้นกระตุ้นคอลลาเจนที่หนังแท้ชั้นลึก เน้นเรื่องความแน่นเฟิร์มของโครงสร้างผิว และเพิ่มความหนาของผิว หากใช้ยาปริมาตรมาก จะสามารถเพิ่มปริมาตรในบริเวณที่มีความตอบได้ และสามารถทำให้หน้าเกิดความยกได้
โปรแกรมRadiesse
เหมาะกับผิวที่ต้องการเติมเต็มในระยะสั้น และกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน
โดยสรุปคือโปรแกรม Profhilo สามารถฉีดที่ผิวชั้นตื้นได้ด้วย แต่โปรแกรม Sculptra โปรแกรม Radiesse ทำไม่ได้ และเน้นทำให้ผิวด้านบน เรียบเนียน เน้นเฟิร์ม ชุ่มชื่นขึ้น และริ้วรอยน้อยลง ในขณะที่โปรแกรม Sculptra โปรแกรม Radiesse จะเด่นที่งานผิวชั้นลึกและโครงสร้างผิวมากกว่า
เปรียบเทียบโปรแกรม Profhilo vs โปรแกรม Rejuran เลือกตัวไหนให้เหมาะกับปัญหาผิว?
การเลือกหัตถการความงามตัวใดนั้นขึ้นอยู่กับชั้นผิวที่ต้องการแก้ปัญหาครับ หากกังวลเรื่องผิวชั้นบน เช่น รูขุมขนกว้าง รอยสิว ผิวไม่ละเอียด หรืออยากหน้าฉ่ำวาวแบบกระจก โปรแกรม Rejuran จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าปัญหาคือความหย่อนคล้อย ผิวแห้งขาดน้ำ ขาดความยืดหยุ่น หรือต้องการงานยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกให้แน่นเฟิร์มโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้าโปรแกรม Profhilo จะเป็นตัวเลือกที่ตรงจุดกว่า
โปรแกรมProfhilo เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวหลวม ไม่ยืดหยุ่น แต่ไม่ขาดปริมาตร ต้องการผิวที่เด็กขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น เรียบเนียนด้านบนมากขึ้น หรือต้องการให้ริ้วรอย ความไม่เรียบด้านบนลดลง ผิวดูโกลว์ชุ่มชื่นขึ้น โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
- ผู้ที่เคยฉีดโปรแกรม Sculptra หรือโปรแกรม Radiesse จนได้โครงสร้างผิวชั้นลึกที่พอใจ มีความเต็มเด้งของผิวที่ดี แต่อยากแก้ไขผิวชั้นที่ตื้นขึ้นมากขึ้น ให้ผิวด้านบน เรียบเนียน เส้นริ้วรอยลดลง ผิวยืดหยุ่นมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการความเนียนเด้ง ฟูใส เรียบเนียนของผิว รวมถึงความชุ่มชื่นแบบในผิวตั้งแต่ชั้นตื้นจนถึงชั้นลึก
- ผู้ที่มีหลุมสิว โดยสามารถใช้ร่วมกับเลเซอร์รักษาหลุมสิว รวมถึงโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ในการรักษาหลุมสิวได้ โดยเน้นกระตุ้นในชั้นที่แตกต่าง โดยโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse มักใช้ในชั้นใต้ผิว หรือหนังแท้ชั้นลึก (Subdermal) ส่วนโปรแกรม Profhilo จะสามารถกระตุ้นระหว่างชั้นผิว หรือตั้งแต่หนังแท้ชั้นตื้นถึงชั้นกลางได้ด้วย ผ่านวิธีการฉีดแบบ Intradermal หรือการฉีดไปโดยตรงที่หลุม
โปรแกรมProfhilo ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
- ใบหน้า
- รอยแผลเป็น รอยหลุมสิว
- คอ
- มือ
- ความหย่อนคล้อยตามร่างกาย
แผนการรักษาด้วย Profhilo ที่ถูกต้อง
สำหรับผู้เริ่มต้นแผนการรักษามาตรฐานคือการฉีด 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 1 เดือนครับ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้เต็มที่ ผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนในช่วงเดือนที่ 2 และคงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน หลังจากนั้นเพื่อคงสภาพผิวให้ดูเด็กและเด้งกระชับอยู่เสมอ แนะนำให้กลับมาฉีดกระตุ้นซ้ำ เพียงปีละ 1-2 ครั้ง หรือทุก ๆ 6 เดือนครับ
โปรแกรมProfhilo มีวิธีการฉีดอย่างไร ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
โปรแกรม Profhilo มีวิธีการฉีดได้หลายแบบ โดยเป็นหนึ่งในยาที่เหมาะกับคนกลัวเข็มมาก เพราะสามารถฉีดได้โดยใช้การฉีดบนผิวเพียง 5 จุดต่อข้าง และยาจะมีคุณสมบัติในการกระจายตัวไปทั่วไปหน้าเอง โดยมีความเจ็บน้อย หรืออาจสามารถฉีดเสริมเฉพาะจุดในชั้นผิวที่แตกต่างกันตามลักษณะของปัญหาได้ด้วย ขึ้นกับการวิเคราะห์ของแพทย์
โดยใช้ยาในปริมาณเพียง 1-2 syringe ต่อครั้ง ( 1 ไซริ้งค์มี 2 cc) และควรฉีดซ้ำจนครบ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องและมากเพียงพอ
Protocol การฉีด Profhilo
- ฉีดแบบมาตรฐานทั่วไป (Standard) ครั้งละ 1 หลอด (2 cc / หลอด)
- ฉีด 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน รวมใช้ 2 หลอด
- หากปัญหาเยอะ หรือในเคสหลุมสิว สามารถกระตุ้นครั้งที่ 3 หรือเพิ่มจำนวนเป็น 2 ครั้งต่อหลอดเพื่อการย้ำปัญหาเฉพาะจุดได้

ฉีดโปรแกรม Profhilo นานเท่าไหร่ถึงเห็นผล
ส่วนใหญ่แล้ว จะเริ่มเห็นผลหลังรับการรักษาไปแล้ว 1 เดือน และจะเห็นผลมากขึ้นหลัง 2 เดือน โดยผลลัพธ์ในด้านการกระตุ้นคอลลาเจน และแก้ปัญหาความเสื่อมของผิว จะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและการตอบสนองของแต่ละคน ส่วนการรักษาหลุมสิวจะให้ผลลัพธ์เป็นถาวร อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการคงผลลัพธ์ไว้ ก็สามารถเข้ารับการฉีดโปรแกรม Profhilo เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูผิวอย่างสม่ำเสมอได้ทุก 6 เดือนH2 ตัวอย่างผลลัพธ์การฉีดโปรแกรม
Profhilo ก่อนทำและหลังทำ









โปรแกรม Profhilo มีผลข้างเคียงไหม?
โปรแกรม Profhilo เป็นยาที่มีผลข้างเคียงต่ำ และไม่รุนแรง โดยหลังจากที่ฉีดไปแล้ว อาจมีรอยเข็ม ตุ่มยา หรือรอยช้ำได้เล็กน้อย ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน และในระหว่างนั้นก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นแต่อย่างใด
ทำไมต้องฉีดโปรแกรม Profhilo ที่ DSK Clinic

“เทคนิคต่าง ผลลัพธ์ต่าง เฉพาะที่ DSK” เนื่องจากการใช้โปรแกรม Profhilo จำเป็นต้องมีความเข้าใจว่า ได้ผลกับปัญหาแบบไหนบ้าง และฉีดด้วยวิธีการที่ถูกต้องสำหรับแก้ปัญหาผิวนั้น ๆ การฉีดผิดเทคนิค หรือผิดชั้น หรือการออกแบบเทคนิคที่ไม่มีความจำเพาะต่อปัญหา อาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลได้
แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลไป ถ้าคุณเลือกฉีดที่ DSK Clinic เพราะเราเป็น 1 ใน 6 คลินิกของไทยที่ “แพทย์ทุกคน” ผ่านการเทรนเทคนิคการใช้โปรแกรม Profhilo เทคนิค Advance แบบ Private จาก Global Speaker ผู้ริเริ่มการใช้โปรแกรม Profhilo กลุ่มแรกของโลกและตีพิมพ์งานวิจัยมากมาย เพื่อ Custom และดึงศัยภาพของยามาใช้ได้สูงสุดตามสาเหตุของปัญหาโดยตรงจาก Global Speaker Dr.Ofir Artzi ซึ่งเป็น Professor ชื่อดังระดับโลกด้านผิวหนัง ความงาม เลเซอร์ การยกกระชับ รวมถึงด้านรอยแผลเป็นและหลุมสิว ทีมแพทย์ DSK Clinic จึงมีความเข้าใจและสามารถประยุกต์เทคนิคการใช้โปรแกรม Profhilo แบบ Customize ให้เห็นผลลัพธ์
เนื่องจากการใช้โปรแกรม Profhilo จำเป็นต้องมีความเข้าใจว่า ได้ผลกับปัญหาแบบไหนบ้าง และฉีดด้วยวิธีการที่ถูกต้องสำหรับแก้ปัญหาผิวนั้น ๆ การฉีดผิดเทคนิค หรือผิดชั้น หรือการออกแบบเทคนิคที่ไม่มีความจำเพาะต่อปัญหา อาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลได้

DSK Clinic ยังมีเครื่องมือการรักษาอื่น ๆ ครบตามทุกสาเหตุของความหย่อนคล้อย รวมถึงหลุมสิว เช่น โปรแกรม Ulthera SPT โปรแกรม Red Touch โปรแกรม Pro Laser หรือโปรแกรม Picosecond Laser ซึ่งบางปัญหาอาจไม่ได้เหมาะกับโปรแกรม Profhilo เครื่องมือ หรือตัวยาเรานี้ก็จะช่วยอุดรอยรั่วเหล่านี้ได้
DSK Clinic เชื่อว่า ทุกการรักษาควรเริ่มต้นที่การวิเคราะห์ วางแผนทั้งการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม และปรับเทคนิคการรักษาให้เหมาะเฉพาะบุคคล ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาที่ DSK Clinic และมั่นใจได้เลยว่า จะทำให้คุณพึงพอใจกับผลลัพธ์หลังเข้ารับการรักษาแน่นอน

Profhilo ราคาเท่าไหร่?
ราคาค่าบริการโปรแกรม Profhilo อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาความหย่อนคล้อย และปริมาณตัวยาที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ทาง DSK Clinic แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและรับการประเมินสภาพผิวหน้าอย่างละเอียดกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณหมอช่วยวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุด
สรุป
โปรแกรม Profhilo เป็นนวัตกรรมล่าสุดในการกระตุ้นคอลลาเจนที่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทยช่วงปลายปี 2024 โดดเด่นด้วยองค์ประกอบ Hyaluronic acid ที่ผ่านเทคโนโลยี NAHYCO ทำให้สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก แตกต่างจากโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ที่เน้นกระตุ้นเฉพาะชั้นลึก ผลลัพธ์คือผิวที่เรียบเนียน ยืดหยุ่น ชุ่มชื้น และดูอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และหลุมสิว โดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปหน้า และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
นอกเหนือจากตัวยาที่มีประสิทธิภาพแล้วแพทย์ที่ทำหัตถการถือเป็นหัวใจสำคัญที่ DSK Clinic ยึดถือ ล่าสุดทีมแพทย์ของเราได้เข้าร่วมงาน IMCAS World Congress ณ กรุงปารีส ซึ่งเป็นเวทีประชุมวิชาการระดับโลกที่เป็นศูนย์รวมแพทย์ด้านความงาม เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีและกำหนดมาตรฐานสากลของอุตสาหกรรมความงาม โดยในงานนี้ คุณหมอปอร์เช่ ได้สร้างความภาคภูมิใจในฐานะ Speaker ตัวแทนแพทย์ไทยเพียงไม่กี่ท่าน ที่ได้รับเชิญขึ้นบรรยายแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการใช้ โปรแกรม Profhilo เพื่อรักษาหลุมสิว ต่อหน้าแพทย์จากทั่วโลก สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ที่ DSK Clinic เราไม่เพียงแค่เลือกใช้นวัตกรรมที่ดี แต่ยังมีความเป็นเลิศด้านเทคนิคการรักษาในระดับสากล เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์คนไข้ได้อย่างตรงจุด

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Profhilo
ฉีดโปรแกรม Profhilo เจ็บไหม และมีอาการบวมกี่วัน?
เจ็บน้อยมากครับ เพราะใช้เทคนิค BAP ที่จิ้มเข็มเพียงข้างละ 5 จุด ส่วนหลังฉีดอาจมีตุ่มนูนคล้ายตุ่มมดกัดบริเวณจุดฉีด ซึ่งเป็นเรื่องปกติเนื่องจากตัวยา แต่ตุ่มเหล่านี้จะค่อย ๆ ยุบและกระจายตัวหายไปเองภายใน 12-24 ชั่วโมง (บางรายอาจใช้เวลา 2-3 วัน) โดยไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ
โปรแกรม Profhilo คือโปรแกรม Filler ชนิดหนึ่ง ใช่หรือไม่?
โปรแกรม Profhilo ไม่ใช่โปรแกรม Filler แบบดั้งเดิมครับ แม้จะมีส่วนประกอบหลักคือ Hyaluronic Acid (HA) เหมือนกัน แต่โปรแกรม Profhilo ไม่ได้ทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรหรือปรับรูปหน้า เหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ทำหน้าที่เป็น Biostimulator ที่เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นลึก ให้ผิวกลับมาแน่นเฟิร์ม ยืดหยุ่น
หลังฉีดโปรแกรม Profhilo สามารถทำหัตถการเลเซอร์ หรือโปรแกรม HIFU โปรแกรม Ulthera ได้เมื่อไหร่?
แนะนำให้เว้นระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังฉีดโปรแกรม Profhilo เพื่อรอให้ตัวยากระจายตัวเข้าสู่ชั้นผิวและเซตตัวทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก่อน การรีบทำหัตถการกลุ่มความร้อน (Laser/HIFU/Ulthera) เร็วเกินไป อาจส่งผลรบกวนการทำงานของตัวยา หรือทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้ครับ
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!