โปรแกรมโบท็อกคืออะไร แก้ปัญหาหน้าใหญ่ กรอบหน้าไม่ชัดด้วยโปรแกรมโบท็อกกราม
คุณหมอขอสรุป ฉีดโบท็อกซ์กราม ที่ DSK Clinic ดียังไง ?
| – จุดเด่นของโปรแกรมการฉีดโบท็อกลดกราม คือ เมื่อฉีดแล้วใบหน้าดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องมีการพักฟื้นใด ๆ – โปรแกรมโบท็อกกรามไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะการปรับรูปหน้าต้องดูสาเหตุของปัญหาด้วย – โปรแกรมโบท็อกกรามจะดีกับปัญหาที่เกิดจากกล้ามเนื้อกรามใหญ่ หากเป็นสาเหตุจากกระดูก ไขมัน หรือความหย่อนคล้อยจะต้องใช้วิธีการรักษาอื่น จึงอาศัยการวิเคราะห์จากแพทย์ ว่าเป็นเคสที่เหมาะสม – โปรแกรมการฉีดโบท็อกกราม 1 ครั้งจะใช้ยาประมาณ 20-40 unit ต่อข้าง เห็นผลหลัง 1 เดือน และอยู่ยาว 4-6 เดือน – ปัจจุบันมีโฆษณาชวนเชื่อจำนวนมากกว่าใช้ยูนิตมาก ซึ่งเป็นการผสมน้ำเกลือมากเป็นพิเศษให้ดูคุ้ม แต่ไม่ได้ยามากตามกล่าวอ้าง ยูนิตที่ใช้จริงควรเป็นจำนวนที่ผ่านการประเมินจากแพทย์ว่าพอดีตามขนาดกล้ามเนื้อ – การใช้มากไป หรือน้อยไป ไม่ก่อให้เกิดผลดี – ปัจจุบันในประเทศไทยมียาปลอม ยาผิดกฎหมายจำนวนมาก จึงแนะนำให้ตรวจสอบก่อนฉีดและใช้เฉพาะยาผสมใหม่ เหมาขวดเท่านั้น – ที่ DSK เราจะเน้นการวิเคราะห์โครงสร้าง ประเมินสาเหตุ เลือกการรักษาที่เหมาะสมกับสาเหตุ และออกแบบเทคนิคเฉพาะบุคคลให้เกิดผลลัพธ์ที่ธรรมชาติ ใช้เฉพาะยาที่ได้มาตรฐาน และแพทย์ด้านผิวหนัง และการปรับรูปหน้าที่มีประสบการณ์สูงเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่านั้น โปรแกรมการฉีดโบท็อกกราม เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากโปรแกรมการฉีดโบท็อกรามช่วยให้ใบหน้าดูเล็กลง โดยเฉพาะคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ บทความนี้ จึงมาแนะนำว่าทำไมต้องฉีดโปรแกรมโบท็อกกราม? พร้อมบอกรายละเอียดความสามารถของโปรแกรมโบท็อกว่าช่วยลดกรามได้อย่างไร? |
โปรแกรมโบท็อกกราม คืออะไร ?
โปรแกรมการฉีดโบท็อกกราม คือ การฉีดตัวยาบริเวณกล้ามเนื้อส่วนกราม หรือบริเวณกรอบใบหน้า เมื่อฉีดโปรแกรมโบท็อกกรามเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะสังเกตเห็นได้ว่าใบหน้าดูเรียวเล็กมากกว่าเดิมอย่างชัดเจน ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์

ก่อนฉีดโปรแกรมโบท็อก ต้องรู้! โปรแกรมโบท็อกช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
โปรแกรมโบท็อก คือ การใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) ในการออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการแก้ปัญหาความงามหลากหลายด้าน ได้แก่ การลด ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยตีนกา และรอยขมวดคิ้ว นอกจากนี้ยังช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กด้วยการลดขนาดกล้ามเนื้อกราม และใช้ในการลดเหงื่อบริเวณรักแร้หรือฝ่ามือได้อีกด้วย
โปรแกรมฉีดโบท็อกกราม ช่วยอะไรบ้าง ?
โปรแกรมโบท็อกกราม ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง? เมื่อฉีดโปรแกรมโบท็อกกรามเรียบร้อยแล้วจะสังเกตเห็นได้ว่าใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น เพราะเนื้อส่วนกรามเล็กลง ทำให้รูปหน้าดูมีความเป็น V-shape มากขึ้น
- โปรแกรมโบท็อกกรามช่วยให้ใบหน้าดูเรียวมากขึ้น
- โปรแกรมโบท็อกกรามช่วยให้ส่วนกรามดูเล็กลง
โปรแกรมโบท็อกกรามช่วยให้แก้มดูเรียวขึ้น เนื่องจากเนื้อบริเวณกรามเล็กลง

โปรแกรมโบท็อกกรามมีข้อดี และข้อเสียอย่างไร ?
โปรแกรมโบท็อกกรามมีข้อดีข้อเสียอย่างไร? โปรแกรมฉีดโบท็อกหน้าเรียวจริงไหม? โบท็อกกรามช่วยทำให้ใบหน้าดูเล็กลงได้จริง แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียของโปรแกรมการฉีดโบท็อกเหมือนกัน โดยในโปรแกรมการฉีดโบลดกรามมีข้อดีและข้อเสีย ดังนี้
ข้อดีของโปรแกรมการฉีดโบท็อกลดกราม
- โปรแกรมการฉีดโบท็อกสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด จึงเหมาะมากสำหรับคนที่มีใบหน้าเหลี่ยม หรือใบหน้าบาน จากปัญหากรามใหญ่
- โปรแกรมฉีดโบท็อกทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น เห็นผลรวดเร็วภายใน 4 สัปดาห์
- เมื่อฉีดโปรแกรมโบท็อกเสร็จสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องนอนพักฟื้น
ข้อเสียของโปรแกรมการฉีดโบท็อกลดกราม
- ในระหว่างโปรแกรมการฉีดโบลดกรามจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
- โปรแกรมโบท็อกไม่สามารถทำให้ใบหน้าเรียวเล็กตลอดไปได้ โดยตัวยาจะค่อย ๆ สลายตัวลงไปหลังจากฉีดประมาณ 6-8 เดือน
- โปรแกรมการฉีดโบท็อกกรามเป็นเพียงการลดการทำงานของกล้ามเนื้อช่วงกรามเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มเยอะ ใบหน้าใหญ่มาจากกระดูกกราม จะไม่สามารถแก้ไขด้วยโปรแกรมการฉีดโบท็อกกรามได้
โปรแกรมโบท็อกลดกราม อเมริกา เยอรมนี เกาหลี ยี่ห้อไหนดีที่สุด ?
โปรแกรมโบท็อกกรามมียี่ห้อไหนบ้าง? แล้วโปรแกรมโบท็อกกรามควรเลือกยี่ห้อไหนถึงจะดี? แน่นอนว่าในปัจจุบันมีโปรแกรมโบท็อกหลายยี่ห้อให้เลือกใช้งาน แต่ละยี่ห้อนั้นก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน มีค่าความบริสุทธิ์แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจร่างกาย และวางแผนรักษาโดยละเอียดของแพทย์ โดยโปรแกรมโบท็อกที่ได้รับความนิยมมีให้เลือกทั้งหมด 3 ยี่ห้อด้วยกัน ได้แก่
Program Allergan
โปรแกรมโบท็อกอัลเลอร์แกน (Allergan) เป็นโปรแกรมโบท็อกนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยบริษัทอัลเลอร์แกน ซึ่งเป็นบริษัทยาที่มีชื่อเสียง มีตัวยาหลายตัวที่ผลิตจากบริษัทแห่งนี้ โดยโปรแกรมโบท็อก Allergan มีจุดเด่นที่สุดในเรื่องของความคงทน แต่มีราคาสูงเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับโบท็อกเกาหลี
ProgramBienox
โปรแกรมโบท็อกบีน็อกซ์ (Bienox) เป็นโปรแกรมโบท็อกสัญชาติเกาหลีที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีสุญญากาศ (Vacuum) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเดียวกับโบท็อกอเมริกา ทำให้ตัวยามีความบริสุทธิ์และเสถียรสูง ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย.ไทยและเกาหลี จุดเด่นคือออกฤทธิ์ไว เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและแม่นยำ ช่วยลดโอกาสการดื้อยา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความตึงกระชับที่เป็นธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 4-6 เดือน
ProgramXeomin
โปรแกรมโบท็อกซีโอมิน (Xeomin) เป็นโปรแกรมโบท็อกจากเยอรมัน หรือที่หลาย ๆ คนอาจเรียกติดปากว่า โปรแกรมโบท็อกเยอรมัน ซึ่งเป็นโปรแกรมโบท็อกบริสุทธิ์ 100% เป็นโปรแกรมโบท็อกที่มีการนำ XTRACT Technology™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อกำจัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออกไป จนทำให้โปรแกรมโบท็อก Xeomin มีโมเลกุลขนาดเล็ก ให้ความเป็นธรรมชาติสูงที่สุด และไม่ต้องกังวลเรื่องดื้อยา แต่ยังคงประสิทธิภาพในการยับยั้งการทำงานของระบบประสาทได้ดี ที่สำคัญ คือ เป็นโปรแกรมโบท็อกแบรนด์เดียวที่ไม่เคยมีประวัติเรื่องการดื้อยา เพราะปราศจาก Complexing Protein ที่ก่อให้เกิดการดื้อยา เหมาะกับการฉีดเพื่อยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอย สามารถฉีดโบลดกรามได้อีกด้วย

โปรแกรมฉีดโบท็อกลดกราม อยู่ได้นานแค่ไหน ?
โปรแกรมการฉีดโบลดกรามสามารถอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่ปริมาณยูนิต หรือจำนวนที่ฉีด การดูแลตนเองหลังจากฉีดโปรแกรมโบท็อก และต้องมั่นใจว่าเป็นโปรแกรมโบท็อกที่มีคุณภาพเท่านั้น นอกจากนี้ โปรแกรมการฉีดโบท็อกให้เห็นผลต่อเนื่อง ควรเข้ารับการฉีดตามคำแนะนำของแพทย์

ฉีดได้บ่อยแค่ไหน และกี่ครั้ง ? หน้าถึงเล็กลง
ต้องฉีดกี่ครั้งใบหน้าถึงจะดูเรียวเล็กลง? ต้องบอกก่อนว่าโปรแกรมการฉีดโบท็อกลดกราม 1 ครั้ง สามารถให้ผลลัพธ์ได้ราว ๆ 4-6 เดือน โดยไม่ต้องทำการฉีดหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้เห็นผล แต่เมื่อผ่านระยะเวลา 4-6 เดือนไปแล้ว ก็ควรกลับมาฉีดใหม่ให้ต่อเนื่อง เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามทำงานน้อยลงเรื่อย ๆ จนส่งผลดีในระยะยาว

โปรแกรมฉีดโบท็อกกรามเหมาะกับใคร ?
โปรแกรมฉีดโบท็อกกรามเหมาะกับใคร? แนะนำให้สำรวจใบหน้าของตนเองดูว่ามีลักษณะเข้าข่ายอาการเหล่านี้หรือไม่ ถ้ามี ก็สามารถเข้ารับการฉีดโบลดกรามได้เลย
- ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าดูอ้วน หน้าบานจากกล้ามเนื้อบริเวณกราม
- ผู้ที่มีใบหน้าทรงเหลี่ยม ดูไม่เป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีเนื้อช่วงกรามหนา ดูใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณช่วงกรามแน่น หรือกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงสูง
สำหรับผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างกรามใหญ่จากกระดูก โปรแกรมการฉีดโบท็อกจะไม่สามารถช่วยได้ หากไม่มั่นใจว่าควรฉีดโปรแกรมโบท็อกกรามหรือไม่ ทาง DSK สามารถให้คำปรึกษา เพื่อทำการตรวจสภาพร่างกาย และวิเคราะห์โครงสร้างของใบหน้าก่อน จะได้รู้ว่าการรักษาแบบใดเหมาะสมกับคนไข้มากที่สุด
การเตรียมตัวก่อนการฉีดโปรแกรมโบท็อกกราม
ก่อนเข้ารับการฉีดโปรแกรมโบท็อกกรามควรเตรียมตัวอย่างไร? เพื่อให้การฉีดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หมอขอแนะนำว่าควรเตรียมตัวให้พร้อมโดยปฏิบัติ ดังนี้
- งดรับประทานวิตามินบำรุง และอาหารเสริมบางชนิด เช่น แปะก๊วย น้ำมันพริมโรส กระเทียม และโสม
- งดการทำหัตถการที่เกิดสะเก็ดบริเวณที่ฉีด

การดูแลตัวเองหลังโปรแกรมการฉีดโบท็อกกราม
หลังจากที่ฉีดโปรแกรมโบท็อกเรียบร้อยแล้ว คุณหมอขอแนะนำวิธีดูแลตัวเองหลังจากโปรแกรมฉีดโบลดกราม เพื่อให้โปรแกรมโบท็อกอยู่กับใบหน้าของเราได้นานขึ้น ควรปฏิบัติ ดังนี้
- หากมีอาการบวมแดง หรือช้ำ สามารถใช้น้ำแข็งประคบได้
- หลังจากโปรแกรมฉีดโบท็อกเสร็จเรียบร้อย ควรลองขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ตัวยากระจายเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น
- ห้ามใช้มือ หรือสิ่งของใด ๆ มากด ทับ หรือถูบริเวณที่ฉีด
- งดการแต่งหน้าเป็นเวลา 12 ชั่วโมงหลังการฉีด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากเครื่องสำอาง
- งดนอนราบหลังการฉีดอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 สัปดาห์
โปรแกรมฉีดโบท็อกทำให้ยิ้มแข็ง หรือยิ้มไม่สุด เกิดจากอะไร ?
โดยปกติแล้วผู้ที่ทำโปรแกรมฉีดโบลดกรามจะรู้สึกตึง ๆ บริเวณกรามเพียงเล็กน้อยหลังจากฉีดเสร็จ จากนั้นความเจ็บจะค่อย ๆ ลดน้อยลงไป แต่ในคนไข้บางรายนั้น อาจรู้สึกว่าโปรแกรมฉีดโบท็อกแล้ว ทำให้ยิ้มแข็ง หรือยิ้มไม่สุด ซึ่งอาการยิ้มแข็งนั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่
- ใบหน้าของคนไข้มีกล้ามเนื้อที่ต่ำกว่าปกติ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยกล้ามเนื้อไรซอเรียสของคนไข้อาจอยู่ต่ำกว่าปกติ เลยทำให้เกิดปัญหายิ้มแข็ง ซึ่งในเคสนี้ถือว่าพบได้ยาก เพียง 1-2% เท่านั้นยนั้น อาจรู้สึกว่าโปรแกรมฉีดโบท็อกแล้ว ทำให้ยิ้มแข็ง หรือยิ้มไม่สุด ซึ่งอาการยิ้มแข็งนั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่
- โปรแกรมฉีดโบท็อกกรามผิดตำแหน่ง ปัญหานี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ หากแพทย์ไม่มีประสบการณ์มากพอ เนื่องโปรแกรมจากการฉีดโบลดกราม จะต้องทำการฉีดโปรแกรมโบท็อกเข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม ซึ่งใกล้กับกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อไรซอเรียส (Risorius) หรือที่ทุกคนคุ้นเคยในชื่อกล้ามเนื้อแสยะยิ้มนั่นเอง
- มีกรามใหญ่กว่าปกติค่อนข้างมาก ทำให้จำเป็นต้องฉีดโบลดกรามหลายยูนิต ซึ่งโปรแกรมการฉีดโบท็อกปริมาณมากจะทำให้ฤทธิ์ยาแพร่กระจายได้กว้างขึ้น หมอขอแนะนำให้แบ่งฉีด และเว้นระยะห่าง อย่าฉีดถี่จนเกินไป ซึ่งตรงนี้หมอจะเป็นคนประเมิน และวางแผนการฉีดให้กับคนไข้เองครับ
- โปรแกรมฉีดโบท็อกปลอม การฉีดโปรแกรมโบท็อกปลอมอาจเกิดปัญหายิ้มแข็ง หน้าแข็งไปเลยก็ได้เช่นกัน เนื่องจากการเสื่อมประสิทธิภาพของตัวยา

ฉีดโปรแกรมโบท็อกกรามที่ไหนดี ?
อ่านกันมาถึงตรงนี้แล้ว หลาย ๆ คนคงกำลังคิดว่าจะเลือกโปรแกรมฉีดโบลดกรามที่คลินิกไหนดี? หมอขอแนะนำ ดังนี้
- อย่าเลือกโปรแกรมโบท็อกจากราคาถูก เพราะอาจเป็นโปรแกรมโบท็อกปลอม หรือโปรแกรมโบท็อกหิ้วที่ไม่ได้รับรองคุณภาพ ไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ และไม่มีความปลอดภัย
- เลือกคลินิกที่วิเคราะห์ปัญหาของคนไข้ว่าต้องใช้วิธีการรักษาแบบใดจึงจะเหมาะสม ไม่ควรเลือกคลินิกที่เน้นขายโปรโมชั่น แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาของคนไข้ เพราะสุดท้ายจะทำให้ได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดี
- ควรเลือกซื้อโปรแกรมโบท็อกแบบเหมาขวดที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงการปนเปื้อน โดยสามารถตรวจสอบที่ขวดก่อนทำการฉีดว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เพราะหากฉีดโปรแกรมโบท็อกปลอม อาจเกิดการแพ้ ระคายเคือง หรือเกิดอันตรายต่อร่างกายได้
- เทคนิคการฉีดของแพทย์สำคัญมาก ใช่ว่ายาตัวเดียวกันจะให้ผลลัพธ์เหมือนกัน เทคนิคการฉีดที่ดีจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาตามความต้องการ และมีความเป็นธรรมชาติ
- สุดท้าย คือ รางวัลการันตี เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งทาง DSK ได้รับรางวัล 2021 Platinum Award for Xeomin ยอดผู้ใช้บริการโปรแกรมโบท็อก Xeomin สูงสุดระดับประเทศจากบริษัท Merz ดังนั้น มั่นใจได้ว่าหากมาใช้บริการที่ DSK Clinic ต้องได้รับหัตถการที่ได้มาตรฐานอย่างแน่นอน
วิธีตรวจสอบโปรแกรมโบท็อกปลอม
การฉีดโปรแกรมโบท็อก ถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้มีโปรแกรมโบท็อกให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ อีกทั้งมีการแบ่งฉีดได้อีก ทำให้ปัญหาการใช้โปรแกรมโบท็อกปลอม หรือโปรแกรมโบท็อกหิ้วเกิดตามมา หากฉีดโปรแกรมโบท็อกปลอมเข้าไปอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้น หมอขอชวนมาดูวิธีตรวจสอบโปรแกรมโบท็อกกันดีกว่าว่า โปรแกรมโบท็อกจริงกับโปรแกรมโบท็อกปลอมนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร? ยกตัวอย่าง การดูโปรแกรมโบท็อก Nabota หรือโปรแกรมโบท็อกเกาหลีที่ได้รับความนิยม
- กล่องโปรแกรมโบท็อก Nabota จะมี 2 รูปแบบ คือ กล่องสีดำ 100 ยูนิต และกล่องสีแดง 200 ยูนิต
- ตัวกล่องกระดาษจะมีสติกเกอร์สีทองปิดอยู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีร่องรอยการถูกแกะหรือไม่
- ฝากล่องด้านข้างจะมีหมายเลข Lot การผลิตอยู่ โดย Lot หน้ากล่องกับตัวขวดจะต้องตรงกัน
- มีสติกเกอร์โฮโลแกรมติดอยู่ที่ฝากล่อง
- มีสติกเกอร์โฮโลแกรมติดอยู่ที่ข้างขวด
- บริเวณฝาขวด เมื่อเปิดออกมาจะมีฝาพลาสติกสีเทาอยู่อีก 1 ชั้น
- ตัวโปรแกรมโบท็อกจะมีลักษณะสีขาวขุ่น อยู่ล่างสุดของก้นขวด
- มี QR Code ให้สแกนตรวจสอบ Lot
อันตรายจากโปรแกรมการฉีดโบท็อกลดกราม กับหมอกระเป๋า
นอกจากโปรแกรมโบท็อกปลอม หรือโปรแกรมโบท็อกหิ้วที่เป็นปัญหาแล้ว โปรแกรมการฉีดโบท็อกกรามกับหมอกระเป๋า หรือผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญในการฉีดโปรแกรมโบท็อก อาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพของตนเองอีกด้วย โดยอาจเกิดปัญหา ดังนี้
- คนไข้อาจมีอาการผิดปกติบริเวณที่ฉีด เช่น มีอาการปากเบี้ยว ตาแข็ง ตาตก หรืออาจเกิดการอักเสบติดเชื้อ
- คนไข้อาจมีอาการดื้อยา คือ การที่ร่างกายไม่ตอบรับกับสารที่ฉีดเข้าไป จนต้องเพิ่มปริมาณไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เห็นผล
- คนไข้อาจได้รับปริมาณสารที่มากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ใบหน้ามีอาการบวม หรืออาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ความแตกต่างระหว่างโปรแกรมโบท็อก ร้อยไหม และ Mesofat ลดกราม
เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่มีปัญหาหน้าใหญ่ หน้าบ้าน คงกำลังมองหาทางเลือกระหว่างโปรแกรมโบท็อกกราม โปรแกรมร้อยไหม หรือจะเลือกโปรแกรมเมโสแฟตลดกรามดี? วันนี้หมอขอมาสรุปความแตกต่างของ 3 สิ่งนี้อย่างละเอียดว่ามีข้อดีแบบไหน เหมาะกับผู้มีปัญหาแบบใด?
โปรแกรมโบท็อกลดกราม
โปรแกรมฉีดโบลดกราม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าบาน หน้าดูอ้วน ซึ่งเกิดจากการที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่จนเกินไป การทำงานของโปรแกรมโบท็อกนั้น จะออกฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของระบบประสาท ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อกรามทำงานได้น้อยลง และมีขนาดเล็กลงเรื่อง ๆ ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กยิ่งขึ้น
โปรแกรมร้อยไหมลดกราม
โปรแกรมการร้อยไหมลดกราม ให้ทำความเข้าใจง่าย ๆ ว่า โปรแกรมการร้อยไหมทำเพื่อยกกระชับใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ตึงขึ้น ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง ซึ่งโปรแกรมการร้อยไหมจะใช้วิธีสอดเส้นไหมละลายเข้าไปในชั้นผิวหนังของเรา โดยมี ‘เงี่ยง’ ซึ่งเป็นตัวเกี่ยวเพื่อยึดเกาะกับชั้นผิวหนัง และยกให้ใบหน้ากระชับยิ่งขึ้น โดยโปรแกรมการร้อยไหมยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แล้วยังช่วยลดริ้วรอยได้อีกด้วย
โปรแกรมMesofat ลดกราม
โปรแกรมเมโสแฟต (Mesofat) คือ การฉีดสารที่สกัดมาจากถั่วเหลือง วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ โดยทำการฉีดเข้าไปที่ชั้นไขมัน เพื่อสลายไขมันบริเวณจุดที่ฉีดเข้าไป โดยสารสกัดของโปรแกรมเมโสแฟตจะไปทำให้ผนังไขมันที่จับตัวกันอยู่นั้นแตกตัวออก ทำให้ไขมันที่เป็นก้อน ๆ กลายเป็นไขมันเหลว และหลังจากนั้นร่างกายของเราจะทำการขับไขมันออกไปตามธรรมชาติ จึงทำให้ใบหน้าดูเรียว เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาโครงหน้าใหญ่ที่มาจากไขมัน
สามารถสรุปได้ว่าการทำโปรแกรมโบท็อกกราม โปรแกรมการร้อยไหม และการทำ โปรแกรม Mesofat ลดกรามนั้น ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือการสำรวจปัญหาก่อนว่า มีต้นตอสาเหตุจากอะไร เป็นที่กล้ามเนื้อกรามใหญ่ หรือต้องการยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อย หรือเป็นเพราะมีไขมันสะสมจำนวนมาก
สรุป
โปรแกรมการฉีดโบท็อกกราม ถือเป็นวิธีที่สามารถช่วยแก้ปัญหาใบหน้าใหญ่ และหน้าบานได้ โดยโปรแกรมการฉีดโบท็อกลดกราม สามารถเห็นผลชัดเจนภายใน 4 สัปดาห์ อีกทั้งโปรแกรมโบท็อกที่นำมาฉีดก็ผลิตมาจากสารที่ปลอดภัย สามารถสลายไปเองได้ ดังนั้น โปรแกรมการฉีดโบท็อก ถือว่าเป็นการทำหัตถการที่ปลอดภัย เพียงแต่ต้องเลือกคลินิกที่ต้องการฉีดโปรแกรมโบท็อกให้ดีก่อน โดยทาง DSK Clinic มีแพทย์ที่เข้าใจปัญหาของแต่ละคน พร้อมทั้งมีโปรแกรมโบท็อกคุณภาพหลากหลายแบรนด์ให้เลือกได้ตามสะดวกรนด์ให้เลือกได้ตามสะดวก
รวมทุกคำถาม ฉีดโบท็อกซ์กรามที่คุณควรรู้
1. ฉีดโบท็อกซ์ ช่วยให้หน้าเรียวจริงไหม ?
จริง เนื่องจากโบท็อกซ์กรามทำให้กรามเล็กลงจากเดิม ทำให้ใบหน้าดูเรียว เล็กมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่ เมื่อฉีดโบลดกรามเข้าไป จะเริ่มเห็นผลชัดเจนหลังจากฉีดประมาณ 4 สัปดาห์
2. ฉีดโบท็อกซ์กรามเจ็บไหม ?
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดโบท็อกซ์มาก่อน อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในช่วงที่ฉีด โดยทาง DSK Clinic จะมีการประคบเย็นให้ก่อนแล้ว เพื่อให้อาการเจ็บลดน้อยลง
3. ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วปากเบี้ยว เกิดจากอะไร ?
การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วปากเบี้ยว อาจเกิดจากแพทย์ผู้ทำการฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ โดยโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปอาจไปโดนกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก หลังฉีดโบท็อกซ์ประมาณ 1-2 อาทิตย์ จะเห็นได้ว่าปากสองข้างดูไม่เท่ากัน
4. ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วหน้าตอบ จริงหรือไม่ ?
จริง ในกรณีคนไข้ทำการฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณที่มากเกินไป หรือตำแหน่งสูงเกินไป โดยทีมแพทย์ที่ DSK Clinic จะทำการวิเคราะห์ และออกแบบเทคนิคก่อนฉีดให้เหมาะสมอยู่แล้วเลยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ครับ คนไข้สามารถสบายใจได้ว่าจะมีใบหน้าที่สมบูรณ์พอดี ไม่หน้าตอบเกินไป เพราะก่อนเข้ารับบริการจะมีการประเมิน ฟังคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรงว่าคนไข้ควรฉีดเพิ่มบริเวณไหน หรือควรทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง
5. ถ้าดูแลตัวเองไม่ดี หรือเผลอนอนราบหลังฉีดโปรแกรมโบท็อกตามเวลาที่กำหนด (4 ชม.) จะเกิดอะไรขึ้น?
หากเผลอนอนราบหรือก้มหัวต่ำกว่าปกติภายใน 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ตัวยาที่ทำโปรแกรมโบท็อกอาจเกิดการไหลหรือแพร่กระจายไปยังกล้ามเนื้อข้างเคียงโดยไม่ตั้งใจได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ตามมา เช่น คิ้วตก หรือ หนังตาหย่อนคล้อย ทำให้ผลการรักษาบริเวณเป้าหมายไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
6. อาการเจ็บหรือไม่สบายตึง ๆ หน้าหลังโปรแกรมการฉีดโบท็อก รุนแรงแค่ไหนและนานเท่าไหร่?
อาการเจ็บหรือไม่สบายตึง ๆ หน้า หลังโปรแกรมการฉีดโบท็อกที่กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นขณะยาเริ่มออกฤทธิ์ อาการเหล่านี้จะไม่รุนแรงและจะค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน
7. เมื่อพิจารณาถึงข้อเสียต่าง ๆ แล้ว โปรแกรมการฉีดโบท็อกยังถือว่าคุ้มค่าอยู่หรือไม่?
โปรแกรมการฉีดโบท็อกยังถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ เพราะเป็นวิธีที่ช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าและการปรับรูปหน้าได้ โดยไม่ต้องศัลยกรรม หากเลือกฉีดกับแพทย์ที่ประเมินปัญหาได้อย่างเหมาะสม ก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ช่วยเสริมความมั่นใจให้เราได้
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!