โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ (Ultraformer) คืออะไร ทำกี่ช็อตจึงเห็นผล
ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้าเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับทุกคนเมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวเริ่มเสื่อมสภาพ แรงโน้มถ่วงทำให้ชั้นไขมันและกล้ามเนื้อทรุดตัวลง ส่งผลให้กรอบหน้าไม่ชัด เกิดร่องแก้มลึก และผิวหน้าดูไม่สดใส หลายคนมองหาทางออกที่ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัดดึงหน้า โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ (Ultraformer III) จึงกลายเป็นคำตอบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการยกกระชับที่เห็นผลชัดเจน ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น บทความนี้ DSK Clinic จะพามาเจาะลึกทุกรายละเอียดของ โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร และต้องทำกี่ช็อตจึงจะคุ้มค่าและเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
โปรแกรม Ultraformer (อัลตร้าฟอเมอร์) คืออะไร
โปรแกรม Ultraformer คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงาน คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงแบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focused Ultrasound – HIFU) ที่มีความแม่นยำสูง พลังงานนี้จะถูกส่งลงไปยังชั้นผิวหนังแท้และชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ สร้างคอลลาเจนใหม่ และช่วยลดความหย่อนคล้อย ริ้วรอย ทำให้ผิวดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หลักการทำงานของเครื่อง Ultraformer III
โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นการปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มข้นเฉพาะจุด ลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวหนัง ตำแหน่งความลึกที่แม่นยำจะเปลี่ยนพลังงานเสียงเป็นพลังงานความร้อนในระดับ 65-75 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ จุดความร้อนเหล่านี้มีขนาดเล็กเพียง 0.5-1 มิลลิเมตร เรียงตัวกันเป็นเส้นตรง เข้าไปจัดการปัญหาความหย่อนคล้อยได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เมื่อชั้น SMAS หดตัว ผิวหน้าจึงยกกระชับขึ้นทันที พร้อมทั้งกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาซ่อมแซมผิวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวแน่นและยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว
หัวยิงโปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ 3 ระดับต่างกันอย่างไร
โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์สามารถในการเปลี่ยนหัวยิงได้หลากหลาย เพื่อจัดการปัญหาผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกัน แพทย์จะเลือกใช้หัวยิงผสมผสานกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 3 ระดับความลึก ดังนี้
- หัวยิงระดับความลึก 4.5 mm ช่วยในการยกกระชับ เพราะส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) พลังงานจากอัลตร้าฟอเมอร์ จะทำให้ชั้นนี้หดตัวและดึงผิวหน้าส่วนบนให้ยกขึ้น ช่วยแก้ปัญหาแก้มห้อย และเก็บกรอบหน้าให้คมชัด
- หัวยิงระดับความลึก 3.0 mm ทำงานในชั้นผิวหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดปริมาณไขมันสะสมบางส่วน ทำให้แก้มที่ดูป่องยุบลง และผิวหน้ามีความแน่นกระชับขึ้น
- หัวยิงระดับความลึก 2.0 mm หรือที่รู้จักกันในชื่อหัว Cherry Pink เป็นหัวที่ออกแบบมาพิเศษใน ultraformer iii เพื่อดูแลผิวชั้นบนและบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้มตื้น ๆ ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ปรับผิวให้เรียบเนียน และกระชับรูขุมขน
โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

การเลือกทำ โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ เป็นการลงทุนกับผิวที่คุ้มค่า เพราะเครื่องเดียวสามารถแก้ไขปัญหาความร่วงโรยของผิวได้ครอบคลุม โดยปัญหาที่อัลตร้าฟอเมอร์สามารถจัดการได้มีดังนี้
- แก้มห้อยและความหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับพวงแก้มที่ตกลงมา ให้กลับขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้หน้าดูเด็กขึ้น
- ร่องแก้มลึกและร่องมุมปาก การยกกระชับผิวจากด้านข้างด้วยอัลตร้าฟอเมอร์ ช่วยดึงร่องแก้มให้ตื้นขึ้นโดยธรรมชาติ
- เหนียงและคางสองชั้น ช่วยสลายไขมันสะสมใต้คางพร้อมกับยกกระชับผิวที่ย้วยให้ตึงขึ้น
- คิ้วตกและหนังตาตก ช่วยยกคิ้วให้เปิดกว้างขึ้น แก้ปัญหาหนังตาตก ทำให้ดวงตาดูสดใส
- รูขุมขนกว้างและผิวไม่ละเอียด พลังงานความร้อนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าเรียบเนียน
- ผิวไม่กระชับ ช่วยคืนความแน่นกระชับ ให้กับผิวหน้า ทำให้จับแล้วรู้สึกตึงมือ ไม่เหลว
เปรียบเทียบโปรแกรม Ultraformer III กับเครื่องยกกระชับอื่นต่างกันอย่างไร?
ในท้องตลาดมีเทคโนโลยียกกระชับมากมาย แต่ทำไมโปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ ถึงยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
โปรแกรม Ultraformer III vs โปรแกรม Ultraformer MPT
โปรแกรม Ultraformer III vs โปรแกรม Ultraformer MPT เป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในรายละเอียดทางเทคนิค โปรแกรม Ultraformer MPT เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจาก ultraformer iii โดยจุดต่างสำคัญคือ
- โหมดการยิง โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ (รุ่น III) จะปล่อยพลังงานเป็นจุดไข่ปลาเรียงกัน แต่รุ่น MPT สามารถปล่อยพลังงานได้ทั้งแบบจุดและแบบเส้นต่อเนื่อง ซึ่งแบบเส้นจะสะสมความร้อนได้หนาแน่นกว่า
- ความรู้สึกขณะทำ รุ่น MPT มีความเร็วในการยิงที่สูงกว่า ทำให้ระยะเวลาในการรับความรู้สึกเจ็บน้อยลง คนไข้หลายคนจึงรู้สึกสบายกว่าการทำอัลตร้าฟอเมอร์รุ่นเดิม แต่ในแง่ผลลัพธ์การยกกระชับ หากใช้จำนวนช็อตที่เหมาะสมและเทคนิคที่ถูกต้อง ทั้งสองรุ่นให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับกรอบหน้าได้ดีใกล้เคียงกัน
โปรแกรม Ultraformer III vs โปรแกรม Ulthera
โปรแกรม Ultraformer III และโปรแกรม Ulthera ทั้งสองเครื่องใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์เหมือนกัน แต่มีจุดต่างที่สำคัญคือ
- ความแม่นยำและการมองเห็น โปรแกรม Ulthera มีหน้าจอแสดงผลแบบ Real-time ทำให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะยิง จึงมีความแม่นยำสูงมากในการวางตำแหน่งพลังงาน ในขณะที่ โปรแกรม Ultraformer ไม่มีหน้าจอต้องอาศัยการทำหัตถการจากแพทย์เพียงอย่างเดียว วึ่งอาจทำให้ยิงได้ไม่แม่นยำเท่า
- พลังงานในการยิง โปรแกรม Ulthera ปล่อยพลังงานได้เสถียรและจุดโฟกัสใหญ่กว่าเล็กน้อย ทำให้เจ็บกว่านิดหน่อย ส่วนโปรแกรม Ultraformer ต้องการทำบ่อย ๆ เพื่อให้ผิวคงสภาพที่กระชับอย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรม Ultraformer III vs โปรแกรม Thermage FLX
- ประเภทพลังงาน โปรแกรม Ultraformer ใช้คลื่นเสียง (Ultrasound) เน้นเจาะลึกเป็นจุด ๆ เพื่อการยกกระชับโครงสร้างหน้า ส่วนโปรแกรม Thermage ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่งความร้อนเป็นก้อนใหญ่ ๆ กระจายทั่วชั้นผิว
- เน้นยกกระชับ หรือ เน้นผิวแน่น สำหรับใครที่มีปัญหาหลัก ๆ คือหน้าห้อย แก้มตก ต้องการดึงหน้าขึ้น โปรแกรม Ultraformer ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าปัญหาคือหน้าอ้วน ไขมันเยอะ ผิวย้วย ต้องการให้ผิวแน่น และลดไขมัน โปรแกรม Thermage จะทำหน้าที่ได้ดีกว่า
ทำโปรแกรม Ultraformer III ต้องใช้กี่ช็อต?

โปรแกรม Ultraformer III ต้องทำกี่ช็อต? ความจริงแล้วไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะใบหน้าของแต่ละคนมีความหย่อนคล้อยและปริมาณไขมันไม่เท่ากัน ดังนั้นแพทย์จะต้องวางแผนจำนวนช็อตที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งแต่ละตำแหน่งประมาณการได้คร่าว ๆ ดังนี้
- ยกกระชับทั่วหน้าและเก็บกรอบหน้า 400 – 600 ช็อตขึ้นไป เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่แก้มทั้งสองข้างและแนวกราม
- ลดเหนียงและลำคอ 200 – 300 ช็อต เพื่อช่วยเก็บเหนียงให้กระชับขึ้นและลดรอยย่นที่ลำคอได้
- ริ้วรอยรอบดวงตาและยกคิ้ว 100 – 200 ช็อต จะช่วยยกหางตา ยกคิ้ว และลดริ้วรอยเล็ก ๆ ใต้ตาได้ โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา
ทางเลือกเทคโนโลยียกกระชับอื่น ๆ ที่ DSK ดีอย่างไร
Personalized Treatment
แพทย์จะประเมินโครงสร้างผิว ปัญหาความหย่อนคล้อย และความลึกของริ้วรอยในแต่ละบุคคลอย่างละเอียด เพื่อออกแบบจำนวนช็อต (Line) และเลือกหัวยิงให้เหมาะสมกับชั้นผิวที่ต้องการกระตุ้นพลังงานอย่างแท้จริง
เครื่องมือได้มาตรฐาน
ที่ DSK Clinic เราใช้เครื่อง Ultraformer ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือสามารถปล่อยพลังงานได้อย่างคงที่และแม่นยำ ปลอดภัยต่อผิว
รักษาโดยแพทย์ผิวหนัง
ดำเนินการโดยแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญในการใช้เทคโนโลยี HIFU เพื่อให้การยิงพลังงานลงลึกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรุปบทความ
โปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์ (Ultraformer iii) เป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิวที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจน รวดเร็ว และปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยหลักการทำงานของคลื่นอัลตราซาวด์ที่ลงลึกจัดการปัญหาได้ถึงต้นตออย่างชั้น SMAS ทำให้โปรแกรม Ultraformer สามารถแก้ไขปัญหาแก้มห้อย เหนียง ร่องแก้ม และริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามการยกกระชับผิวให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเครื่องมือเดียว ที่ DSK Clinic เราเข้าใจถึงความแตกต่างของโครงสร้างผิวในแต่ละบุคคล เราจึง คัดสรรเทคโนโลยียกกระชับระดับโลกที่หลากหลายและครบครัน เพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลผิวที่ครอบคลุมทุกปัญหา โดยแพทย์ที่พร้อมวิเคราะห์และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและตอบโจทย์สภาพผิวของคุณที่สุด มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้รับการดูแลที่ช่วยให้ผิวยกกระชับ ดูอ่อนเยาว์ และมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมอัลตร้าฟอเมอร์
ทำโปรแกรม Ultraformer III เจ็บไหม?
การทำโปรแกรม Ultraformer III ขณะที่พลังงานถูกส่งลงไปยังชั้นผิว คุณจะรู้สึกอุ่น ๆ หรือรู้สึกจี๊ด ๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งระดับความรู้สึกจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ก่อนทำจะมีการแปะยาชา เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บได้มาก อาการเจ็บนี้เป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังส่งไปถึงชั้นคอลลาเจนและชั้น SMAS อย่างมีประสิทธิภาพ
ต้องทำโปรแกรม Ultraformer กี่ครั้ง? เห็นผลเมื่อไหร่?
การทำโปรแกรม Ultraformer III โดยทั่วไปแนะนำให้ทำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์และความต่อเนื่องในการสร้างคอลลาเจน หลังจากทำจะเริ่มเห็นผลทันทีประมาณ 10-20% และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อคอลลาเจนสร้างเสร็จสมบูรณ์ คือประมาณ 1-3 เดือน หลังการรักษา
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Ultraformer อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การดูแลผิวหลังทำ อายุ ไลฟ์สไตล์ และความสามารถในการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน การทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น
หลังทำโปรแกรม Ultraformer ต้องพักฟื้นหรือไม่?
หลังทำโปรแกรม Ultraformer ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำคุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่อาจมีผลข้างเคียงอย่างอาการผิวแดงเล็กน้อย หรือ รู้สึกตึง ๆ บริเวณที่ทำ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปได้เองภายใน 2-3 ชั่วโมง หรือ 1-2 วัน ไม่ทิ้งร่องรอยให้ต้องกังวล
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!