โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? รวม 9 ตัวเด่นที่ได้รับความนิยม

หลายคนที่กำลังจะฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ครั้งแรกมักเจอคำถามเดียวกันคือ โปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี เพราะในท้องตลาดมีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อยังแยกเป็นรุ่นย่อยอีกหลายแบบ ทำให้เลือกยากกว่าที่คิด ความจริงแล้วโปรแกรมฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อเป็นสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (HA) เหมือนกัน แต่เทคโนโลยีการผลิตที่ต่างกันทำให้เนื้อสัมผัสและคุณสมบัติต่างกันไปด้วย บทความนี้ DSK จะพาไปเทียบทั้ง 9 ยี่ห้อที่ได้รับความนิยม พร้อมแนวทางเลือกให้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาผิวของเรา
Key takeaway
- ไม่มีโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกตำแหน่ง เพราะแต่ละยี่ห้อมีเนื้อสัมผัสและคุณสมบัติที่ออกแบบมาให้เหมาะกับจุดที่ต่างกัน
- ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีคือความแข็งของเนื้อเจล ความยืดหยุ่น และการกระจายตัว ซึ่งส่งผลต่อตำแหน่งที่ฉีดได้
- โปรแกรม Filler สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า เช่น ใต้ตาลดรอยคล้ำ, คางปรับรูปหน้า, ร่องแก้มลดร่องลึก, ขมับตอบให้หน้าดูละมุน, ปากเพิ่มความอวบอิ่ม และแก้มตอบเพิ่มวอลลุ่ม
- ปัจจุบันโปรแกรมฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อและหลากหลายรุ่น ซึ่ง DSK Clinic โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าเริ่มต้นที่ 10,990-18,990 บาทต่อ 1 cc ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นหน้าสาขา
- DSK Clinic เราให้แพทย์เป็นผู้ประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนเลือกยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน โดยไม่ยึดติดกับยี่ห้อเดียว
การเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า

โปรแกรม Filler แต่ละยี่ห้อแม้เป็นสาร HA เหมือนกัน แต่มีคุณสมบัติทางกายภาพต่างกัน เช่น ความแข็งของเนื้อเจลที่เหมาะกับการปรับโครงกระดูก ความยืดหยุ่นที่ทนต่อการขยับในตำแหน่งอย่างร่องแก้มหรือมุมปาก และการกระจายตัวที่เหมาะกับผิวบางอย่างใต้ตา การเข้าใจคุณสมบัติเหล่านี้ก่อน จะช่วยให้เห็นภาพว่าทำไมแพทย์ถึงเลือกใช้ยี่ห้อหนึ่งกับตำแหน่งหนึ่ง แต่เลือกอีกยี่ห้อกับอีกตำแหน่ง
- ใต้ตาและปาก : ตำแหน่งที่ผิวบางและขยับบ่อย ต้องใช้เนื้อฟิลเลอร์ที่นุ่มและกระจายตัวดี เพื่อไม่ให้เห็นเป็นก้อนเวลายิ้มหรือพูด
- ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก : ต้องการความยืดหยุ่นสูง เพราะเป็นบริเวณที่กล้ามเนื้อขยับตลอดเวลา หากเนื้อโปรแกรมฟิลเลอร์แข็งเกินไปจะดูตึงผิดธรรมชาติ
- คางและขมับ : เหมาะกับเนื้อโปรแกรมฟิลเลอร์ที่แข็งและคงตัวสูง เพื่อช่วยปรับโครงหน้าให้ได้ทรงชัดเจนและอยู่ได้นาน
- แก้มตอบและแก้มส้ม : ต้องการโปรแกรมฟิลเลอร์ที่มีทั้งความแน่นและยืดหยุ่น เพื่อเติมเต็มปริมาตรโดยไม่ทำให้ใบหน้าดูบวมเกินจริง
ก่อนถามว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ควรตอบให้ได้ก่อนว่าต้องการแก้ปัญหาที่ตำแหน่งไหน เพราะจะช่วยให้แพทย์เลือกยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะสม
รวม 9 ยี่ห้อโปรแกรมฟิลเลอร์ยอดนิยม เหมาะกับใคร จุดเด่น จุดด้อย
โปรแกรมฟิลเลอร์ 9 ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมและผ่านการรับรองจาก อย. ไทย โดยสรุปจุดเด่น จุดด้อย และตำแหน่งที่เหมาะสมของแต่ละยี่ห้อไว้ให้เห็นภาพชัดขึ้น
1. โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane
โปรแกรมฟิลเลอร์ Restylane มาจากประเทศสวีเดน นำเข้าโดยบริษัท Galderma ใช้เทคโนโลยี NASHA ในการขดเส้นใย HA ให้เป็นเม็ดละเอียด ทำให้เนื้อโปรแกรมฟิลเลอร์มีค่าความแข็งสูงและยกพยุงผิวได้ดี มีหลายรุ่นให้เลือกตั้งแต่เนื้อนุ่มไปจนถึงเนื้อแน่น จุดเด่นคือความสามารถในการคงรูปและยกพยุงโครงหน้าในผิวชั้นลึก ส่วนจุดที่ควรพิจารณาคือรุ่นเนื้อแน่นอาจไม่เหมาะกับผิวที่ต้องการความละเอียดสูงอย่างใต้ตาชั้นตื้น จึงต้องเลือกรุ่นย่อยให้ตรงกับตำแหน่ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าอย่างคาง จมูก หรือใต้ตาชั้นลึกที่ต้องการความคงทน
2. โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm
โปรแกรมฟิลเลอร์ Juvederm จากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยบริษัท Allergan ใช้เทคโนโลยี Hylacross และ Vycross ทำให้เนื้อเจลมีความเรียบเนียนและกลืนไปกับผิวได้ดี จุดเด่นคือความยืดหยุ่นสูงและมีรุ่นให้เลือกครอบคลุมเกือบทุกตำแหน่งบนใบหน้า ตั้งแต่เนื้อนุ่มสำหรับริมฝีปากไปจนถึงเนื้อแข็งสำหรับปรับคางและกราม ส่วนจุดที่ควรระวังคือบางรุ่นมีค่าความอุ้มน้ำสูง หากฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมอาจฟูมากกว่าที่ตั้งใจ เหมาะกับผู้ที่ต้องการยี่ห้อที่มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย
3. โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero
โปรแกรมฟิลเลอร์ Belotero จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำเข้าโดยบริษัท Merz ใช้เทคโนโลยี CPM ที่ทำให้เนื้อเจลเกาะตัวกันดีและกระจายตัวสม่ำเสมอ จุดเด่นคือฉีดแล้วไม่ค่อยเป็นก้อน จึงเหมาะกับตำแหน่งผิวบางอย่างใต้ตาและรอบปาก รวมถึงใครที่ผิวขาดน้ำ อยากเติมความชุ่มชื้น โปรแกรม Belotero Revive ก็เป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมในโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้ ส่วนจุดที่ควรพิจารณาคือรุ่นเนื้อนุ่มบางรุ่นอาจอยู่ได้ไม่นานเท่ายี่ห้ออื่นที่เน้นความคงทน เหมาะกับผู้ที่มีผิวบางหรือกังวลเรื่องฉีดแล้วเป็นก้อน และต้องการความเรียบเนียนในตำแหน่งที่เห็นชัดอย่างใต้ตา
4. โปรแกรมฟิลเลอร์ Lorient
โปรแกรมฟิลเลอร์ Lorient เป็นโปรแกรมฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาโดยบริษัท Joonghun Pharmaceutical จุดเด่นคือเนื้อเจลที่ออกแบบมาให้บวมน้อยหลังฉีด มีให้เลือก 3 ระดับความแข็งตั้งแต่เนื้ออ่อน เนื้อปานกลาง ไปจนถึงเนื้อแข็ง ทำให้ปรับใช้ได้หลายตำแหน่งตามความต้องการ อีกทั้งยังเป็นโปรแกรมฟิลเลอร์ที่มีความบริสุทธิ์สูง (High Purity) ผ่านกระบวนการผลิตที่ควบคุมความสะอาดปราศจากโลหะหนักตกค้าง ช่วยลดความเสี่ยงการอักเสบ กระจายตัวได้ดีในผิว ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และจุดเด่นอีกอย่างคือโปรแกรม Lorient Filler อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน
5. โปรแกรมฟิลเลอร์ EPTQ
โปรแกรมฟิลเลอร์ EPTQ จากประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาโดยบริษัท Jetema ใช้เทคโนโลยี 2CM ร่วมกับ ZEEP ที่ช่วยลดปริมาณสารเชื่อมพันธะ BDDE ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการแพ้ จุดเด่นคือมีรุ่นตั้งแต่เนื้อนุ่มไปจนถึงเนื้อแน่น ราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับยี่ห้อยุโรป ส่วนจุดที่ควรพิจารณาคือระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ค่อนข้างสั้นกว่าบางตัว จึงอาจต้องฉีดซ้ำถี่กว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มทำโปรแกรมฟิลเลอร์ในงบที่ไม่สูงมากแต่ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน
6. โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis
โปรแกรมฟิลเลอร์ Neuramis จากประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาโดยบริษัท Medytox ใช้เทคโนโลยี SHAPE ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นและคงตัวสูง จุดเด่นคือราคาย่อมเยา มีรุ่นให้เลือกทั้งแบบเนื้อแน่นปานกลางและเนื้อแน่นสำหรับปั้นทรง ส่วนจุดที่ควรพิจารณาคือระยะเวลาที่เห็นผลอยู่ได้สั้นกว่ายี่ห้อระดับพรีเมียมบางตัว โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 6-8 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองทำโปรแกรมฟิลเลอร์ในงบประมาณที่เข้าถึงง่าย
7. โปรแกรมฟิลเลอร์ Yvoire
โปรแกรมฟิลเลอร์ Yvoire จากประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาโดยบริษัท LG Chem ใช้เทคโนโลยี HICE Cross-link ร่วมกับการออกแบบไซริงก์เฉพาะ ทำให้เนื้อโปรแกรมฟิลเลอร์ยึดเกาะผิวได้ดีและลดอาการระคายเคืองหลังฉีด จุดเด่นคือมีรุ่นตั้งแต่ผิวชั้นตื้นไปจนถึงชั้นลึก ส่วนจุดที่ควรพิจารณาคือในไทยยังไม่แพร่หลายเท่ายี่ห้อเกาหลีตัวอื่น ทำให้บางคลินิกอาจมีให้เลือกไม่ครบทุกรุ่น เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและต้องการยี่ห้อที่เน้นลดการระคายเคือง
8. โปรแกรมฟิลเลอร์ Flore
โปรแกรมฟิลเลอร์ Flore จากประเทศเกาหลีใต้ นำเข้าโดยบริษัท บอน-ชอง ใช้เทคโนโลยี HCCL ผสมผสานเนื้อเจลสองแบบเข้าด้วยกัน ทำให้คงรูปและยึดเกาะผิวได้ดี จุดเด่นคือมีรุ่นให้เลือกหลากหลายระดับความแข็ง ตั้งแต่เนื้อเหลวบางเบาไปจนถึงเนื้อแข็งสำหรับปั้นทรง ส่วนจุดที่ควรพิจารณาคือรุ่นเนื้อแข็งที่สุดอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน ซึ่งสั้นกว่ายี่ห้อยุโรปบางตัวที่อยู่ได้ถึง 18-24 เดือน เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าหลายตำแหน่งในคราวเดียวด้วยงบที่คุ้มค่า
9. โปรแกรมฟิลเลอร์ Definisse
โปรแกรมฟิลเลอร์ Definisse จากประเทศอิตาลี นำเข้าโดยบริษัท A.Menarini ใช้เทคโนโลยี XTR ที่ช่วยลดปริมาณสาร BDDE ทำให้เนื้อโปรแกรมฟิลเลอร์บริสุทธิ์และลดโอกาสเกิดอาการแพ้ จุดเด่นคือมี 3 รุ่นหลักที่ออกแบบมาให้ใช้งานต่างชั้นผิวชัดเจน ตั้งแต่เติมริ้วรอยตื้นไปจนถึงปรับโครงกระดูก อีกทั้งยังมีส่วนผสมของยาชาเพื่อลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด ซึ่งผลลัพธ์หลังฉีดอยู่ได้นาน 8-18 เดือน ส่วนจุดที่ควรพิจารณาคือราคาต่อ CC สูงกว่ายี่ห้อเกาหลีค่อนข้างมาก เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษและต้องการยี่ห้อที่เน้นความบริสุทธิ์ของเนื้อเจล
เลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? สรุปตารางเปรียบเทียบ
เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ตัวเลขระยะเวลาเป็นค่าโดยทั่วไป ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกใช้และการประเมินของแพทย์
| ยี่ห้อ | ประเทศ | จุดเด่น | ระยะเวลาผลลัพธ์โดยทั่วไป |
| Restylane | สวีเดน | ยกพยุงโครงหน้า คงรูปดี มีให้เลือกหลายรุ่น | 12-18 เดือน |
| Juvederm | สหรัฐอเมริกา | เรียบเนียน มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย | 8-24 เดือน |
| Belotero | สวิตเซอร์แลนด์ | กระจายตัวดี ไม่ค่อยเป็นก้อน | 6-18 เดือน |
| Lorient | เกาหลีใต้ | มีความบริสุทธิ์สูง บวมน้อยหลังฉีด มี 3 ระดับความแข็ง | 8-12 เดือน |
| EPTQ | เกาหลีใต้ | ลดสาร BDDE ราคาย่อมเยา | 6-15 เดือน |
| Neuramis | เกาหลีใต้ | ราคาย่อมเยา ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ | 6-8 เดือน |
| Yvoire | เกาหลีใต้ | ลดการระคายเคือง | 6-18 เดือน |
| Flore | เกาหลีใต้ | มีหลายระดับความแข็งให้เลือก | 6-12 เดือน |
| Definisse | อิตาลี | มีความบริสุทธิ์สูง ลดโอกาสในการแพ้ | 8-18 เดือน |
วิธีตรวจสอบโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน และข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้

ก่อนฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าถูกต้องและผ่านการรับรองจาก อย. เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด
- ขอให้แพทย์แกะกล่องและหลอดโปรแกรมฟิลเลอร์ต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นกล่องใหม่ยังไม่ผ่านการใช้งาน
- ตรวจสอบว่ามีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ในกล่อง เพราะเป็นข้อมูลบังคับสำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าถูกต้อง
- เช็กเลข lot การผลิตให้ตรงกันระหว่างกล่องกับหลอด หากไม่ตรงกันควรสอบถามคลินิกให้ชัดเจนก่อนฉีด
- ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ เพราะอาจมาพร้อมการใช้ปริมาณน้อยกว่าที่ระบุ การผสมน้ำเกลือ หรือการฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์
เคล็ดลับเลือกคลินิกฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ให้ได้มาตรฐาน
นอกจากการพิจารณาว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีแล้ว คลินิกและแพทย์ผู้ทำหัตถการก็มีผลต่อผลลัพธ์ไม่แพ้กัน แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจ
- เลือกคลินิกที่แพทย์เป็นผู้ประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนฉีดทุกครั้ง แทนที่จะฉีดตามแพ็กเกจสำเร็จรูป
- ตรวจสอบว่าแพทย์มีเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมชัดเจน สามารถตรวจสอบได้จริง
- คลินิกควรมีโปรแกรมฟิลเลอร์ให้เลือกหลายยี่ห้อ ไม่ผูกติดกับยี่ห้อเดียว เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ตามปัญหาของแต่ละคนได้จริง
- ดูว่าคลินิกมีระบบติดตามผลหลังทำ เช่น การนัดเช็กผลลัพธ์ในภายหลัง เพื่อดูแลต่อเนื่อง
DSK ขอสรุปสั้น ๆ ว่าการเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีต้องมองควบคู่ไปกับคลินิกและแพทย์ผู้ทำหัตถการเสมอ เพราะยี่ห้อที่ดีที่สุดก็อาจให้ผลลัพธ์ไม่มีประสิทธิภาพ หากใช้อย่างไม่เหมาะกับตำแหน่งหรือสภาพผิว
ทำโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ DSK ดีอย่างไร
DSK Clinic ไม่ยึดติดกับโปรแกรมฟิลเลอร์เพียงยี่ห้อเดียว แต่เริ่มจากการประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนเสมอ เพื่อเลือกยี่ห้อและรุ่นที่ตรงกับปัญหาของแต่ละคน
- แพทย์ประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล แพทย์จะพิจารณาโครงสร้างใบหน้า ความบางของผิว และเป้าหมายของคนไข้ ก่อนเลือกตำแหน่ง ปริมาณ และยี่ห้อโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
- มีโปรแกรมฟิลเลอร์ให้เลือกหลายยี่ห้อ ทำให้แพทย์เลือกเนื้อฟิลเลอร์ที่ตรงกับตำแหน่งและปัญหาของคนไข้ได้จริง
- ใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. พร้อมให้ตรวจสอบกล่องและเลข lot ก่อนฉีดทุกครั้ง เพื่อความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าถูกต้อง
รีวิวโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ DSK Clinic


สรุปบทความ
การเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะแต่ละยี่ห้อต่างมีจุดเด่นและเหมาะกับตำแหน่งที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัญหาผิวของตัวเองก่อน แล้วให้แพทย์เป็นผู้เลือกยี่ห้อและรุ่นที่ตรงจุด พร้อมตรวจสอบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เสมอ
นอกจากนี้ แพทย์ที่ DSK ยังไม่หยุดพัฒนาและศึกษานวัตกรรมการรักษาใหม่อยู่เสมอ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Customized Treatment) ให้เหมาะกับปัญหา โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของคนไข้แต่ละราย แนวทางนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การรักษาของ DSK Clinic โดดเด่น ทั้งในด้านผลลัพธ์ที่สวยงาม ความปลอดภัย และความเป็นธรรมชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัว หากสนใจปรึกษาปัญหาผิวหรือออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล สามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @dskinclinic
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรมฟิลเลอร์ 1 cc ราคากี่บาท
ราคาโปรแกรมฟิลเลอร์ 1 cc โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10,990-18,990 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น คุณสมบัติของเนื้อเจล รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์และความน่าเชื่อถือของคลินิก
ฟิลเลอร์ Restylane กับ Juvederm ต่างกันอย่างไร?
โปรแกรม Restylane (สวีเดน) ใช้เทคโนโลยี NASHA/OBT เด่นเรื่องความคงรูปและยกพยุงโครงหน้าได้ดี ส่วนโปรแกรม Juvederm (สหรัฐฯ) ใช้เทคโนโลยี Hylacross/Vycross เด่นเรื่องเนื้อเจลเรียบเนียน ยืดหยุ่น และกลืนไปกับผิว
แบรนด์ฟิลเลอร์อะไรบ้างที่ผ่าน อย.?
แบรนด์ยอดนิยมที่ผ่าน อย. ไทย ได้แก่
- Restylane
- Juvederm
- Belotero
- Definisse
- Lorient
- E.P.T.Q.
- Neuramis
- Yvoire
- Flore
ซึ่งสามารถ ตรวจสอบเลขทะเบียนและกล่องก่อนฉีดได้เสมอ
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้