ทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี? เช็กเกณฑ์เลือกคลินิกให้เห็นผลตรงจุด

หลายคนที่เริ่มสังเกตว่าผิวหน้าไม่เฟิร์มเหมือนเดิม กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือมีไขมันใต้คางสะสม มักมองหาวิธียกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัดและพักฟื้นน้อย โปรแกรม Oligio จึงเป็นทางเลือกที่หลายคนสนใจ แต่เมื่อค้นหาว่าทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี กลับเจอคลินิกจำนวนมากพร้อมราคาที่ต่างกันหลายเท่า บทความนี้ DSK จะพาไปดูว่าควรใช้เกณฑ์อะไรเลือกคลินิก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดและคุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป
Key takeaway
- โปรแกรม Oligio เป็นเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่งความร้อนลงชั้นผิวหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดไขมันใต้ชั้นผิว
- การเลือกคลินิก ควรดูที่การปรึกษาแพทย์ก่อนทำ เครื่องที่ผ่านการรับรองจาก อย. และการออกแบบพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ไม่ใช่ดูที่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว
- ที่ DSK เราใช้เทคนิคออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ร่วมกับการสแกนผิวด้วยเทคนิค UltraSee ก่อนเริ่มทำหัตถการด้วยเครื่องยกกระชับทุกครั้ง เพื่อวางแผนการยิงพลังงานให้ตรงกับชั้นผิวที่มีปัญหา
โปรแกรม Oligio คืออะไร? ทำงานอย่างไรจึงช่วยยกกระชับ
โปรแกรม Oligio คือ เครื่องยกกระชับผิวที่ใช้คลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่งพลังงานความร้อนแบบกระจาย (Bulk Heating) ลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ที่อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส ความร้อนนี้จะกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพหดตัว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่ ทำให้ผิวแลดูแน่นกระชับขึ้น ริ้วรอยจางลง และยังช่วยลดไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว กรอบหน้าจึงดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
จุดเด่นของโปรแกรม Oligio คือ ใช้เวลาทำประมาณ 45–60 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนช็อต ซึ่งโปรแกรม Oligio จะมีระบบทำความเย็นและระบบสั่นที่หัวยิง ช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยขณะทำ แต่ก่อนทำคนไข้ที่กังวลเรื่องความเจ็บควรเผื่อเวลาแปะยาชาก่อนทำหัตถการประมาณ 1 ชั่วโมง โดยทั่วไปผลลัพธ์ที่ได้จะเห็นความกระชับขึ้นประมาณ 20–30% ตั้งแต่ครั้งแรก และชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือน ผลลัพธ์อยู่ได้ราว 6–12 เดือน จึงแนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1–2 ครั้ง
ทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี? รวม 7 เกณฑ์เลือกคลินิกก่อนตัดสินใจ

เมื่อจะเลือกคลินิกทำโปรแกรม Oligio สิ่งที่ควรพิจารณามีมากกว่าราคา ลองใช้ 7 เกณฑ์ต่อไปนี้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ
1. มีการปรึกษาแพทย์และประเมินผิวก่อนทำ
ความหย่อนคล้อยของแต่ละคนเกิดจากชั้นผิวที่ต่างกัน คลินิกที่ดีควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินสภาพผิวและวางแผนก่อนทำ ไม่ใช่ยิงตามแพ็กเกจสำเร็จรูป การปรึกษาแพทย์ช่วยให้รู้ว่าปัญหาของเราเหมาะกับโปรแกรม Oligio หรือควรใช้เครื่องมืออื่นร่วมด้วย
2. ใช้เครื่องที่ผ่านการรับรองจาก อย.
ควรเลือกคลินิกที่ใช้โปรแกรม Oligio ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสามารถตรวจสอบข้อมูลของเครื่องมือได้ รวมทั้งควรเข้ารับการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมของการรักษาและวางแผนการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยสามารถเช็กคลินิกที่มีโปรแกรม Oligio และโปรแกรม OligioX จากบริษัท Wontech ผู้นำเข้าได้อย่างถูกต้องได้ที่ https://wontech-asia.com/clinic
3. แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการและปรับค่าพลังงาน
แม้จะใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่การปรับค่าพลังงานและไลน์การยิงโดยแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างผิว มีผลต่อผลลัพธ์โดยตรง ดังนั้น คลินิกที่ระบุชัดเจนว่ามีแพทย์เป็นผู้ดูแลตลอดการทำหัตถการจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
4. มีการสแกนหรือวิเคราะห์ชั้นผิวก่อนยิงพลังงาน
การรู้ว่าปัญหาเกิดจากชั้นผิวใดและหนาบางเพียงใด ช่วยให้วางแผนการยิงได้ตรงจุดกว่าการสุ่มยิงตามจำนวนช็อต คลินิกที่มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ผิวจึงได้เปรียบในการออกแบบการรักษา
5. ระบุจำนวนช็อตและขอบเขตการรักษาชัดเจน
ก่อนทำควรทราบจำนวนช็อตและบริเวณที่จะทำอย่างชัดเจน เพื่อให้เปรียบเทียบความคุ้มค่าได้ตรงไปตรงมา และเข้าใจว่าผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อยู่ในระดับใด
6. มีเครื่องมือยกกระชับหลากหลายให้เลือกร่วม
ความหย่อนคล้อยบางกรณีอาจต้องใช้เครื่องมือมากกว่าหนึ่งชนิด คลินิกที่มีเครื่องมือและเลเซอร์หลากหลายรุ่นจะช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางที่ตรงกับปัญหาได้มากขึ้น
7. ดูแลและให้คำแนะนำหลังทำ
การดูแลหลังทำ เช่น การทาครีมกันแดดและการนัดติดตามผล มีส่วนช่วยให้ผลลัพธ์ต่อเนื่อง คลินิกที่มีระบบติดตามดูแลหลังการรักษาจึงเป็นอีกข้อที่ควรพิจารณา
8. ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์
การวางแผนรักษาให้ตอบโจทย์สภาพผิวเฉพาะบุคคล เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของโปรแกรม Oligio เพราะแม้จะใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่การออกแบบการรักษาและเทคนิคของแพทย์แต่ละท่าน ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
ที่ DSK Clinic เราใช้โปรแกรม Ultrasee เข้ามาช่วยวิเคราะห์ชั้นผิวและความหนาของผิวแบบ Real-time ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินโครงสร้างใบหน้า วางแผนจำนวนช็อต พร้อมเลือกเทคนิคและระดับพลังงานได้อย่างเหมาะสมในแต่ละบริเวณ ซึ่งมีความแม่นยำมากกว่าการประเมินด้วยสายตา เพื่อให้ผลลัพธ์การดูแลผิวออกมาตอบโจทย์ และได้มาตรฐานในทุกเคส
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
โปรแกรม Oligio เหมาะกับใคร?
โปรแกรม Oligio สามารถทำได้หลายบริเวณ จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหลากหลาย ก่อนตัดสินใจลองเช็กว่าเราอยู่ในกลุ่มเหล่านี้หรือไม่
- ผู้ที่มีผิวหน้าหรือผิวหนังหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยและกระชับรูขุมขน
- ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ดูชัดและเรียวขึ้น
- ผู้ที่มีไขมันใต้คางสะสม
- ผู้ที่ต้องการชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยตามวัย
ทั้งนี้โปรแกรม Oligio ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ และผู้ที่มีปัญหาโรคผิวหนังหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ ซึ่งควรรักษาให้หายก่อน จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง
ทำไมราคาโปรแกรม Oligio ถูกเกินจริงจึงควรระวัง

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะดูราคาเป็นอันดับแรก แต่ราคาที่ถูกผิดปกติอาจมาพร้อมข้อควรระวัง เช่น การลดจำนวนช็อตให้น้อยกว่าที่ควร การใช้หัวยิงที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ซึ่งล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์และความเสี่ยง การเปรียบเทียบราคาจึงควรดูควบคู่กับจำนวนช็อต บริเวณที่ทำ ชนิดของเครื่อง และผู้ทำหัตถการ เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าและตอบโจทย์ปัญหาผิวหน้าของคนไข้
ทำโปรแกรม Oligio ที่ DSK ดีอย่างไร
หากคุณกำลังมองหาคลินิกเพื่อทำโปรแกรม Oligio ที่ DSK เราออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล โดยแพทย์จะประเมินระดับความหย่อนคล้อยและวางแผนก่อนเริ่มทำทุกครั้ง
- การวิเคราะห์ผิวก่อนทำด้วยเทคนิค UltraSee : เราใช้การสแกนผิวเพื่อดูความลึกและความหนาของชั้นผิว ก่อนออกแบบไลน์การยิงและค่าพลังงานให้ตรงกับสภาพผิวเฉพาะบุคคล แทนการยิงตามจำนวนช็อตทั่วไป
- แพทย์เป็นผู้วางแผนและดูแลตลอดการทำ : โดยแพทย์จะปรับเทคนิคและพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้างผิวของแต่ละคน พร้อมอัปเดตองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนเทคนิคกับแพทย์ท่านอื่นอย่างต่อเนื่อง
- มีเครื่องมือและเลเซอร์หลากหลายรุ่น : ทำให้แพทย์เลือกแนวทางที่ตรงกับปัญหาได้ เช่น การใช้โปรแกรม Pico Laserเก็บรายละเอียดผิวร่วมด้วยเมื่อจำเป็น หรือโปรแกรม RedTouch Pro ที่เน้นการกระตุ้น ฟื้นฟู และปรับปรุงสภาพผิว
- DSK มีให้บริการทั้งหมด 8 สาขา : ได้แก่ สยามพารากอน, Stadium One, Asoke, MRT สุทธิสาร, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, บางนา, CDC และนครปฐม เปิดบริการทุกวัน 13:00–20:00 น. (บางสาขาอาจมีวันหยุด)
สรุปบทความ
การเลือกว่าจะทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี ไม่ควรดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาตั้งแต่การปรึกษาแพทย์ก่อนทำ การใช้เครื่องที่ผ่านการรับรองจาก อย. การวิเคราะห์ชั้นผิว ไปจนถึงการออกแบบพลังงานเฉพาะบุคคล เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อผลลัพธ์มากกว่าตัวเลขราคา หากวางแผนการรักษาได้ตรงจุด โปรแกรม Oligio ก็เป็นทางเลือกยกกระชับที่ตอบโจทย์ได้ดี หากสนใจสามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @dskinclinic
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกทำโปรแกรม Oligio
ทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี ควรสังเกตจากอะไร?
ควรสังเกตว่ามีการปรึกษาแพทย์และประเมินผิวก่อนทำหรือไม่ ใช้เครื่องที่ผ่านการรับรองจาก อย. หรือเปล่า แพทย์เป็นผู้ทำหัตถการและปรับค่าพลังงานเองไหม รวมถึงมีการวิเคราะห์ชั้นผิวก่อนยิงพลังงาน ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้ผลลัพธ์ตรงจุดมากกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
โปรแกรม Oligio เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกไหม?
โดยทั่วไปจะเห็นความกระชับขึ้นประมาณ 20–30% ตั้งแต่ครั้งแรก และจะชัดเจนขึ้นในช่วง 2–3 เดือนเมื่อคอลลาเจนสร้างใหม่ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการวางแผนการรักษาของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Oligio ทำกี่ครั้งและผลอยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Oligio อยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน จึงแนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์ต่อเนื่อง โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำความถี่ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
ทำโปรแกรม Oligio เจ็บไหม?
ขณะทำจะรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวสลับกับความเย็น เพราะหัวยิงมีระบบทำความเย็นและระบบสั่นที่ช่วยให้เจ็บน้อยลง ในกรณีที่ทำจำนวนช็อตมากอาจมีการทายาชาก่อนเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
