DSK Clinic I The Customized Aesthetic Clinic
outro-ulthera (2)
banner-article-sidebar

Bio-Remodeling คืออะไร ทำไมโปรแกรม Profhilo ถึงฟื้นฟูผิวได้ลึกกว่า?

ดร.นพ.ศศิน เจริญสุขศิร (หมอบุ๋ง) ว.50382
บทความโดย
ดร.นพ.ศศิน เจริญสุขศิร (หมอบุ๋ง) ว.50382
มกราคม 21, 2026

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวไม่ได้เสื่อมแค่ชั้นบนเท่านั้น แต่โครงสร้างผิวในระดับลึกอย่างคอลลาเจน อีลาสติน รวมถึงความชุ่มชื้นภายในผิวก็ลดลงพร้อมกัน ส่งผลให้ผิวดูบาง แห้ง ขาดความยืดหยุ่น และความแน่นแบบผิวสุขภาพดีค่อย ๆ หายไป แนวคิด Bio-Remodeling จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการเติมเต็มหรือแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่เป็นการปรับโครงสร้างผิวให้กลับมาแข็งแรงและสมดุล บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า Bio-Remodeling คืออะไร และเหตุผลว่าทำไมโปรแกรม Profhilo จึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ฟื้นฟูผิวได้ลึกกว่า ช่วยให้ผิวกลับมาแน่น ชุ่มชื้น ฉ่ำใสแบบ Glass Skin และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว

Bio-Remodeling คืออะไร?

Bio-Remodeling คือแนวคิดการฟื้นฟูผิวเชิงลึกที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างผิวจากภายใน ไม่ใช่การเติมเต็มหรือปรับรูปหน้าแบบฟิลเลอร์ แต่เป็นการกระตุ้นการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ โดยเน้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และการคืนสมดุลความชุ่มชื้นให้ผิว หนึ่งในเทคโนโลยีที่โดดเด่นในกลุ่มนี้คือ โปรแกรม Profhilo ซึ่งใช้ไฮยาลูรอนิกบริสุทธิ์ความเข้มข้นสูง เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้แน่น ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวบาง แห้ง ขาดน้ำ หรือความหย่อนคล้อยระดับต้น ไปจนถึงผู้ที่ต้องการดูแลผิวเชิงป้องกัน (Preventive Aging) โดยไม่เปลี่ยนเอกลักษณ์ของใบหน้า

โปรแกรม Profhilo เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนบ้าง?

Bio-Remodeling คือ

Bio-Remodeling ต่างจาก Biostimulator อย่างไร?

Bio-Remodeling และ Biostimulator ต่างมีเป้าหมายในการฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แต่แนวคิดและลักษณะผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Bio-Remodeling เป็นการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม เน้นการปรับคุณภาพผิวจากภายในโดยไม่เน้นการเติมเต็มหรือเปลี่ยนรูปหน้า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโปรแกรม Profhilo ซึ่งใช้ไฮยาลูรอนิกบริสุทธิ์ความเข้มข้นสูง กระจายตัวในชั้นผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวทั้งบริเวณ ทำให้ผิวแน่น ฉ่ำ ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ขณะที่ Biostimulator อย่างโปรแกรม Sculptra และ Radiesse จะทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในตำแหน่งที่ฉีดเป็นหลัก เหมาะกับการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยหรือการสูญเสียวอลลุ่มเฉพาะจุด โดยคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ สร้างขึ้นรอบบริเวณนั้น ส่งผลให้ผิวดูแน่น มีโครงสร้าง และยกกระชับในตำแหน่งที่ต้องการมากกว่า สรุปคือ Bio-Remodeling เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม ส่วน Biostimulator เหมาะกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในจุดเฉพาะอย่างตรงเป้าหมาย

เปรียบเทียบ 3 ผลลัพธ์ของ Biostimulators

Bio-Remodeling Profhilo Sculptra Radiesse

โปรแกรม Profhilo ฉีดตรงไหนได้บ้าง?

โดยทั่วไปโปรแกรม Profhilo จะนิยมฉีดบริเวณใบหน้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นจุดที่ผิวเสื่อมสภาพและสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย แต่ในทางการแพทย์ยังสามารถนำไปใช้ฟื้นฟูคุณภาพผิวในบริเวณอื่นของร่างกายได้เช่นกัน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตำแหน่งให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  • ใบหน้า เช่น หน้าผาก ใต้ตา โหนกแก้ม หน้าแก้ม ร่องแก้ม ข้างจมูก รอบปาก มุมปาก และแนวกราม
  • ลำคอ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย
  • รอยแผลเป็นและหลุมสิวในบางเคส เพื่อช่วยปรับคุณภาพผิวให้ดูเรียบและแข็งแรงขึ้น

โปรแกรม Profhilo เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวบาง หรือผิวดูอ่อนล้า ไม่สดใส
  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับต้นถึงปานกลาง และต้องการฟื้นฟูผิวโดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อให้ผิวแน่น ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ไม่ต้องการการเติมเต็มแบบฟิลเลอร์ หรือไม่ต้องการให้ใบหน้าดูอิ่มหรือเปลี่ยนโครงหน้า
  • ผู้ที่มองหาการดูแลผิวเชิงป้องกัน (Preventive Aging) เพื่อชะลอความเสื่อมของผิวในระยะยาว
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ หลังมือ หรือบริเวณอื่นที่ผิวบางและสูญเสียความยืดหยุ่น
@dskclinic 6 เหตุผล ทำไมต้อทำโปรแกรม Profhilo ที่ DSK Clinic #DSKClinic #profhilodskclinic #Profhilo #ผิวสุขภาพดี #glasskin ♬ original sound – DSK Clinic

วิธีเตรียมตัวก่อนและหลังการฉีดโปรแกรม Profhilo

การเตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรม Profhilo

  • ศึกษาข้อมูลและเข้ารับการประเมินกับแพทย์ เพื่อวางแผนการฉีดให้เหมาะกับสภาพผิว
  • งดยากลุ่มแอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs วิตามินอี น้ำมันปลา หรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 5–7 วัน (หากไม่ขัดต่อคำสั่งแพทย์ประจำตัว)
  • งดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ก่อนฉีดประมาณ 24–48 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบวมและรอยช้ำ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มาก เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพพร้อมรับการฟื้นฟู
    หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์หรือหัตถการที่รบกวนผิว เช่น เลเซอร์ ขัดผิว หรือทรีตเมนต์แรง ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนฉีด

การดูแลตัวเองหลังฉีดโปรแกรม Profhilo

  • หลีกเลี่ยงการจับ นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • งดการแต่งหน้า ทาครีมที่มีสารระคายเคือง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ในวันแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนัก ประมาณ 48 ชั่วโมง
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 24-48 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดอาการบวมและช้ำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและทาครีมบำรุงที่เน้นความชุ่มชื้น เพื่อเสริมการฟื้นฟูผิว
  • หากมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อย ถือเป็นอาการปกติและจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Profhilo

โปรแกรม Profhilo ราคาเท่าไหร่?

ราคาการฉีดโปรแกรม Profhilo จะขึ้นอยู่กับจำนวนกล่องที่ใช้ในการรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจากสภาพผิวจริง ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และบริเวณที่ต้องการฟื้นฟูของแต่ละบุคคล บางรายอาจใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อเน้นการปรับคุณภาพผิว ในขณะที่บางรายอาจต้องใช้มากขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมทั้งใบหน้า ลำคอ หรือบริเวณอื่นของร่างกาย

โปรแกรม Profhilo อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ภายในประมาณ 1 เดือนหลังการรักษา และผลลัพธ์จะชัดเจนมากขึ้นในช่วง 2 เดือนถัดมา เนื่องจากเป็นระยะที่กระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนและการฟื้นฟูโครงสร้างผิวทำงานได้เต็มที่ ผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูคุณภาพผิวและชะลอความเสื่อมของผิวมักคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม ความรุนแรงของปัญหา และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

แต่กรณีของการช่วยปรับคุณภาพผิวบริเวณหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นบางประเภท เมื่อโครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูแล้ว ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ในระยะยาว หากต้องการคงสภาพผิวที่แข็งแรง แน่น และดูอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่อง แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการฉีดโปรแกรม Profhilo เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูผิวเป็นระยะ โดยมักทำซ้ำทุกประมาณ 6 เดือน ตามความเหมาะสม

@dskclinic Profhilo ฉีดไปแล้วอยู่ได้นานขนาดไหนวันนี้หมอบุ๋งมาอธิบายให้ฟังกันค่ะ 💖 #DSKClinic #DSKรีวิว #Profhiloที่ไหนดี #ProfhiloDSK #Biostimulator #Profhiloที่DSK #ProfhiloDSKรีวิว #หมอบุ๋งDSK ♬ original sound – DSK Clinic

โปรแกรม Belotero vs โปรแกรม Profhilo ต่างกันอย่างไร?

โปรแกรม Profhilo และโปรแกรม Belotero แม้จะอยู่ในกลุ่มหัตถการฉีดเหมือนกัน แต่มีแนวคิดการรักษาที่ต่างกันอย่างชัดเจน โดยโปรแกรม Profhilo เป็นโปรแกรมในกลุ่ม Bio-Remodeling ที่มุ่งฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่เน้นการเติมเต็มหรือเปลี่ยนโครงหน้า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ดูดีขึ้นทั้งหน้าในภาพรวม

ในขณะที่โปรแกรม Belotero เป็นฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็ม และปรับโครงสร้างในตำแหน่งเฉพาะจุด เช่น ร่องลึก ใต้ตา หรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่ม ผลลัพธ์จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในจุดที่ฉีดมากกว่า สรุปได้ว่าโปรแกรม Belotero เหมาะกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเฉพาะตำแหน่ง ส่วนโปรแกรม Profhilo เหมาะกับการยกระดับคุณภาพผิวทั้งใบหน้าให้ดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์จากภายใน

โปรแกรม Profhilo อันตรายไหม?

โปรแกรม Profhilo ถือเป็นหัตถการที่ปลอดภัย เมื่อทำโดยแพทย์และอยู่ภายใต้การประเมินตามหลักการแพทย์ อย่างไรก็ตามอาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อการดูแลที่เหมาะสม

ทำไมต้องฉีดโปรแกรม Profhilo ที่ DSK Clinic ?

Profhilo Bio-Remodeling ที่ DSK

คุณหมอปอร์เช่ (นพ.สราวุธ เหล่ากิจรุ่งโรจน์) แพทย์เจ้าของ DSK Clinic ได้รับเกียรติให้เป็น Trainer ถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการใช้โปรแกรม Profhilo สำหรับการรักษาหลุมสิว ให้กับแพทย์ทั่วประเทศ ร่วมกับ Prof. Dr. Ofir Artzi แพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ในงาน The Exclusive Workshop to Launch The New Indication of HCC: Bio-Remodeling for Acne Scar Treatment

การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการเจาะลึกแนวคิด Bio-Remodeling สำหรับหลุมสิว การเลือกชั้นผิว เทคนิคการฉีด และการออกแบบการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวจริงของผู้ป่วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและปลอดภัยสูงสุด โดยความรู้และเทคนิคระดับสากลที่ได้รับจากเวทีนี้ ถูกนำกลับมาพัฒนาและต่อยอดการรักษาในทีมแพทย์ DSK Clinic เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลหลุมสิวด้วย Profhilo อย่างเป็นระบบและเห็นผลจริง

Profhilo ที่ DSK

โปรแกรม Profhilo ไม่ใช่การฉีดเพื่อเติมเต็มหรือเปลี่ยนรูปหน้า แต่เป็นศาสตร์ของการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระดับโครงสร้าง (Bio-Remodeling) ที่ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกทั้งเรื่องสภาพผิว ปัญหาที่แท้จริง ตำแหน่งการฉีด ความลึกของชั้นผิว และเทคนิคการกระจายตัวยาให้สอดคล้องกับการทำงานของผิวแต่ละคน หากฉีดผิดชั้น ใช้เทคนิคไม่เหมาะสม หรือออกแบบการรักษาแบบเหมารวม ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ชัด ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่สามารถดึงศักยภาพของโปรแกรม Profhilo ออกมาได้อย่างเต็มที่

ที่ DSK Clinic ความแตกต่างไม่ได้อยู่แค่ตัวยา แต่อยู่ที่ “ความเชี่ยวชาญในการใช้ยา” เราเป็น 1 ใน 6 คลินิกของประเทศไทย ที่แพทย์ทุกคนผ่านการอบรม Profhilo Advanced Technique แบบ Private โดยตรงจาก Dr. Dean Berman และ Dr Ofir ARTZI Professor ระดับโลก ผู้ริเริ่มการใช้โปรแกรม Profhilo กลุ่มแรกและมีผลงานวิจัยด้านผิวหนัง ความงาม เลเซอร์ การยกกระชับ รวมถึงแผลเป็นและหลุมสิว ทีมแพทย์ DSK จึงสามารถวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้าง ออกแบบเทคนิคการฉีดแบบ Customize เฉพาะบุคคล เลือกตำแหน่ง ชั้นผิว และแนวทางการกระจายตัวยาได้อย่างแม่นยำ นี่คือเหตุผลที่ผลลัพธ์ของโปรแกรม Profhilo ที่ DSK แตกต่าง และเห็นผลอย่างมีคุณภาพในระยะยาว

อีกทั้งแพทย์จาก DSK ยังได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก Dr. Dean Berman ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามระดับสากล ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงมาตรฐานของ DSK Clinic ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านโปรแกรม Profhilo อย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวคิดของ DSK ที่เชื่อว่าผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้มาจากตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ การเรียนรู้เชิงลึก และการนำศาสตร์ระดับโลกมาปรับใช้จริงในทุกเคส เพื่อยกระดับผลลัพธ์ให้ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับคนไข้ทุกคน

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
เตือนภัย! แฉกลโกงคลินิกเสริมความงาม
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!

อ่านบทความจากหมอ

banner-consultation-mobile-2x
bg-bt-contact-1-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook ฟรี
bg-bt-contact-2-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา