โปรแกรม EMFACE นวัตกรรมยกกระชับหน้าแบบใหม่ เหมาะกับใคร ต่างจากเครื่องอย่างไรบ้าง
เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อบนใบหน้า ผิว และคอลลาเจนจะค่อย ๆ เสื่อมลง ส่งผลให้ใบหน้าดูหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ และริ้วรอยเริ่มเห็นชัดขึ้น โปรแกรม EMFACE จึงเป็นนวัตกรรมยกกระชับใบหน้ารุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลหลายโครงสร้างของใบหน้าในเวลาเดียวกัน โดยผสานเทคโนโลยีคลื่นพลังงานเพื่อกระตุ้นทั้งกล้ามเนื้อใบหน้าและชั้นผิว ช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับ เต่งตึง และแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรม EMFACE ยกกระชับใบหน้า มาทำความรู้จักว่าโปรแกรม EMFACE คืออะไร ทำงานอย่างไร และแตกต่างจากเครื่องยกกระชับตัวอื่น ๆ อย่างไรบ้าง
Key takeaway
- โปรแกรม EMFACE ควรทำประมาณ 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1 สัปดาห์ต่อครั้ง ทั้งนี้จำนวนครั้งและความถี่อาจแตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ และเป้าหมายการดูแลของแต่ละบุคคล
- หลังทำโปรแกรม EMFACE สามารถเริ่มรู้สึกถึงความกระชับของกล้ามเนื้อได้ตั้งแต่ช่วงแรก และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นหลังทำครบคอร์ส โดยเฉพาะด้านความกระชับและคุณภาพผิวที่ดีขึ้น
- ราคาโปรแกรม EMFACE ราคาเริ่มต้น 14,000 บาท สำหรับ 1 จุด โดยควรประเมินร่วมกับแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของแต่ละคน
- โปรแกรม EMFACE เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของใบหน้า ต้องการให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยเล็กน้อย และต้องการผลลัพธ์แบบเป็นธรรมชาติโดยไม่ใช้เข็ม
โปรแกรม EMFACE คืออะไร?
โปรแกรม EMFACE (เอ็มเฟซ) คือโปรแกรมยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดที่พัฒนาโดย BTL Aesthetics บริษัทด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และความงามระดับโลก ผู้พัฒนานวัตกรรมด้านรูปร่างและความงามที่ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ โปรแกรม EMFACE โดดเด่นด้วยการผสานเทคโนโลยี HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) ซึ่งช่วยกระตุ้นและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ร่วมกับ Synchronized Radiofrequency (RF) ที่ช่วยส่งพลังงานความร้อนเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว จึงช่วยดูแลทั้งโครงสร้างกล้ามเนื้อและคุณภาพผิวไปพร้อมกัน ส่งผลให้ใบหน้าดูยกกระชับ ริ้วรอยดูจางลง ผิวเรียบเนียน และกรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
โปรแกรม EMFACE ทำงานอย่างไร?

โปรแกรม EMFACE ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าในหลายโครงสร้างพร้อมกัน โดยแพทย์จะติดแอปพลิเคเตอร์ (Applicator) บริเวณที่ต้องการรักษา จากนั้นเครื่องจะส่งพลังงาน 2 ชนิดทำงานร่วมกัน ได้แก่ Synchronized Radiofrequency (RF) และ HIFES™ (High-Intensity Facial Electrical Stimulation) เพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าในเวลาเดียวกัน
Synchronized RF ช่วยดูแลคุณภาพผิว
Synchronized RF เป็นคลื่นวิทยุความถี่สูงที่ปล่อยพลังงานความร้อนอย่างสม่ำเสมอลงสู่ชั้นผิวในระดับที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ พร้อมช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการปรับตัว เมื่อเวลาผ่านไปจึงอาจช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับ เรียบเนียนขึ้น และช่วยให้ริ้วรอยตื้นดูจางลง
HIFES™ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า
HIFES™ (High-Intensity Focused Electromagnetic Stimulation) เป็นเทคโนโลยีกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยคลื่นไฟฟ้าความเข้มข้นสูง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการรักษาหดตัวและกระตุกเป็นจังหวะโดยไม่ต้องขยับใบหน้าเอง โดยเน้นกล้ามเนื้อที่มีบทบาทในการพยุงหน้าผาก แก้ม และกรอบหน้า เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่อาจอ่อนแรงตามวัย ส่งผลให้ใบหน้าดูยกกระชับและได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้คนไข้จะรู้สึกสั่น อุ่น ๆ ระหว่างทำ
ผสานการดูแลผิวและกล้ามเนื้อในครั้งเดียว
จุดเด่นของโปรแกรม EMFACE คือการทำงานของ Synchronized RF และ HIFES™ พร้อมกันในระหว่างการรักษา ทำให้สามารถดูแลทั้งคุณภาพผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าไปพร้อมกัน แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงชั้นผิวหรือชั้นกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว จึงอาจช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ริ้วรอยแลดูลดลง ใบหน้าดูกระชับ และภาพรวมของใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการประเมินโดยแพทย์
โปรแกรม EMFACE ช่วยอะไรบ้าง?
โปรแกรม EMFACE ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าในหลายมิติ โดยผสานการดูแลทั้งชั้นผิวและกล้ามเนื้อใบหน้า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูใบหน้าให้ดูยกกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น โดยอาจช่วยในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ช่วยยกกระชับผิวหน้า ให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น และลดความหย่อนคล้อยของใบหน้า
- ช่วยยกแนวคิ้วและบริเวณหน้าผาก ทำให้ใบหน้าดูสดใส และดวงตาดูเปิดมากขึ้น
- ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแนวกรามและแก้ม ทำให้ใบหน้าดูได้สัดส่วน
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวดูแน่น เรียบเนียน และรูขุมขนดูกระชับขึ้น
- ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการพยุงใบหน้าให้ดูยกกระชับ
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้น เช่น บริเวณหน้าผาก หางตา และร่องมุมปาก ให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยฟื้นฟูภาพรวมของใบหน้า ทั้งด้านคุณภาพผิวและโครงสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อให้ใบหน้าดูสดใส อ่อนเยาว์ และมีมิติมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของโปรแกรม EMFACE อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว อายุ และการประเมินโดยแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละคน
โปรแกรม EMFACE เหมาะกับใครบ้าง?

โปรแกรม EMFACE เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อยของใบหน้า และต้องการดูแลทั้งคุณภาพผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าไปพร้อมกัน ดังนี้
- ผู้ที่เริ่มมีผิวหน้าหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่มีริ้วรอยตื้นบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา หรือใบหน้า
- ผู้ที่ผิวบริเวณแก้มเริ่มสูญเสียความกระชับและความเฟิร์ม
- ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูสดใส ยกกระชับ และกรอบหน้าดูชัดขึ้น
- ผู้ที่ต้องการดูแลทั้งคุณภาพผิวและกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าในโปรแกรมเดียว
- ผู้ที่ไม่ต้องการหัตถการที่ใช้เข็มหรือการผ่าตัด
- ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นจำกัด และต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับมาก มีผิวหนังส่วนเกินชัดเจน หรือมีการสูญเสียไขมันและโครงสร้างกระดูกใบหน้าอย่างเด่นชัด แพทย์อาจพิจารณาแนะนำหัตถการอื่น หรือวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Treatment) เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล
ทำโปรแกรม EMFACE กี่ครั้งเห็นผล?
โปรแกรม EMFACE แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้การกระตุ้นผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นไปอย่างต่อเนื่อง บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าผิวดูกระชับหรือใบหน้าดูสดใสขึ้นหลังการรักษาครั้งแรก แต่ผลลัพธ์มักเห็นได้ชัดเจนขึ้นหลังทำครบคอร์ส และอาจค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1-3 เดือน เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนและปรับตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า
โปรแกรม EMFACE แล้วอยู่ได้นานไหม?
หลังทำโปรแกรม EMFACE ครบคอร์ส 4 ครั้ง ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลผิวของแต่ละบุคคล เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนและการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อใบหน้ายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการรักษา
เพื่อช่วยคงผลลัพธ์ในระยะยาว แพทย์อาจแนะนำให้ทำ Maintenance ทุก 6 เดือน หรือวางแผนการรักษาร่วมกับหัตถการอื่นที่เหมาะสมตามปัญหาผิวของแต่ละบุคคล เนื่องจากการเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและสภาพผิวโดยแพทย์ เพื่อออกแบบแผนการรักษาให้ตอบโจทย์ผลลัพธ์ในระยะยาว
โปรแกรม EMFACE ราคาเท่าไหร่?
ราคาของ โปรแกรม EMFACE จะแตกต่างกันตามจำนวนบริเวณที่ทำการรักษา โดยที่ DSK Clinic ราคาเริ่มต้น 14,000 บาท สำหรับ 1 จุด ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแนะนำจำนวนบริเวณที่เหมาะสมตามปัญหาและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
- 1 จุด ราคา 14,000 บาท บริเวณใต้ตา หรือ หน้าผาก
- 2 จุด ราคา 24,750 บาท บริเวณหน้าผาก + แก้ม
- 3 จุด ราคา 31,750 บาท บริเวณหน้าผาก + แก้ม + ใต้ตา
- All Area ราคา 40,000 บาท ครอบคลุมทั่วใบหน้าและเหนียง
ทั้งนี้ ราคาของโปรแกรม EMFACE อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา หรือโปรโมชันของคลินิก แนะนำสอบถามแอดมินเพื่อรับข้อมูลราคาและโปรโมชันล่าสุด
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
โปรแกรม EMFACE ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

โปรแกรม EMFACE สามารถดูแลปัญหาความหย่อนคล้อยได้หลายบริเวณบนใบหน้า โดยแพทย์จะเลือกตำแหน่งการรักษาให้เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการ โดยบริเวณที่นิยมทำ ได้แก่
- หน้าผากและแนวคิ้ว ช่วยให้หน้าผากดูเรียบเนียน ยกแนวคิ้ว และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น
- แก้ม ร่องแก้ม และร่องมุมปาก ช่วยดูแลความหย่อนคล้อยของแก้ม พร้อมฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูแน่นและเรียบเนียน
- กรอบหน้าและแนวขากรรไกร (Jawline) ช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแนวกราม
- ใต้คางและเหนียง ช่วยให้แนวกรอบหน้าดูต่อเนื่องและได้สัดส่วนมากขึ้น ลดคางสองชั้น
โปรแกรม EMFACE ต่างกับเครื่องยกกระชับอื่น ๆ อย่างไร?
โปรแกรม EMFACE vs โปรแกรม Ulthera
โปรแกรม EMFACE ใช้เทคโนโลยี Synchronized RF ร่วมกับ HIFES™ เพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิวและกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า ขณะที่โปรแกรม Ulthera ใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์แบบ Microfocused Ultrasound (MFU-V) ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาและเป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ โปรแกรม EMFACE และโปรแกรม Ulthera สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิว กล้ามเนื้อ และโครงสร้างผิวในหลายระดับ ซึ่งอาจช่วยเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับและทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตามการประเมินของแพทย์ในแต่ละราย
โปรแกรม EMFACE vs โปรแกรม Thermage
โปรแกรม EMFACE มีจุดเด่นในการดูแลทั้งชั้นผิวและกล้ามเนื้อใบหน้าในโปรแกรมเดียว ส่วนโปรแกรม Thermage ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวดูกระชับ โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวและความกระชับของชั้นผิวเป็นหลัก ทั้งสองโปรแกรมมีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน และเหมาะกับปัญหาผิวที่ไม่เหมือนกัน
โปรแกรม EMFACE vs โปรแกรม Oligio
โปรแกรม EMFACE และ โปรแกรม Oligio ต่างเป็นเทคโนโลยียกกระชับใบหน้า แต่มีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน โดยโปรแกรม EMFACE ผสานพลังงาน RF และ HIFES™ เพื่อกระตุ้นทั้งการสร้างคอลลาเจนและการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับพร้อมเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ขณะที่โปรแกรม Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นผิว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ลดความหย่อนคล้อย และเพิ่มความกระชับของผิวเป็นหลัก
โปรแกรม EMFACE vs โปรแกรม Ultraformer
โปรแกรม EMFACE ใช้พลังงาน RF ร่วมกับ HIFES™ เพื่อดูแลคุณภาพผิวและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ขณะที่โปรแกรม Ultraformer ใช้พลังงาน Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในหลายระดับความลึก ช่วยยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้า การเลือกโปรแกรมจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุของความหย่อนคล้อยและผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
วิธีการเตรียมตัวก่อน-หลังทำโปรแกรม EMFACE มีอะไรบ้าง?
วิธีเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม EMFACE
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการแพ้ยา
- แจ้งหากเคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการบริเวณใบหน้ามาก่อน
- งดทำหัตถการหากมีแผล ผื่น หรือการอักเสบบริเวณที่จะรักษา
- ล้างเครื่องสำอาง ครีมกันแดด และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวออกให้สะอาดก่อนทำ
- ถอดเครื่องประดับบริเวณใบหน้าและลำคอ
- แจ้งแพทย์หากมีอุปกรณ์หรือโลหะฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์
- พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารตามปกติก่อนเข้ารับบริการ
วิธีดูแลหลังทำโปรแกรม EMFACE
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนอย่างเหมาะสม
- งดนวด กด หรือถูแรง ๆ บริเวณที่ทำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- ทามอยส์เจอไรเซอร์เมื่อรู้สึกผิวแห้งหรือระคายเคืองเล็กน้อย
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
- หากมีรอยแดง ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อนจัดชั่วคราว
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมผิดปกติ หรือมีอาการที่กังวล ควรติดต่อคลินิกหรือแพทย์ทันที
ตัวอย่างผลลัพธ์ในการรักษาด้วยโปรแกรม EMFACE


เลือกคลินิกทำ EMFACE ที่ไหนดี ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง?
การเลือกคลินิกทำ โปรแกรม Emface เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการรักษา แม้โปรแกรม EMFACE จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ใช้เข็ม แต่การประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ รวมถึงการใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ล้วนมีส่วนช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- ใช้เครื่อง EMFACE ของแท้ ที่ได้รับมาตรฐานจาก BTL Aesthetics
- มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษา เพื่อเลือกบริเวณและแนวทางที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล
- ใช้อุปกรณ์และหัวแอปพลิเคเตอร์ตามมาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษา
- มีรีวิวหรือผลการรักษาจากผู้ใช้บริการจริง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
- คลินิกมีประสบการณ์ด้านการยกกระชับและการดูแลผิว สามารถวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Treatment) ได้เมื่อเหมาะสม
- มีการอธิบายข้อมูล ข้อจำกัด และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่กล่าวอ้างเกินจริง
- มีราคาที่สมเหตุสมผลและแจ้งค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรมที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม EMFACE
โปรแกรม EMFACE เจ็บไหม?
โปรแกรม EMFACE เป็นหัตถการที่ไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องผ่าตัด ระหว่างทำผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกอุ่นสบายบริเวณผิวจากพลังงาน Radiofrequency (RF) ซึ่งควบคุมอุณหภูมิผิวให้อยู่ที่ประมาณ 40-42 องศาเซลเซียส จึงให้ความรู้สึกอุ่นอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีความรู้สึกร้อนแหลมหรือแสบร้อน ขณะเดียวกันจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อใบหน้าหดและคลายตัวจากพลังงาน HIFES™ คล้ายการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยส่วนใหญ่สามารถทนได้ดีและไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น
โปรแกรม EMFACE ทำครั้งเดียวเห็นผลไหม?
โปรแกรม EMFACE ทำครั้งเดียวโดยปกติแล้วจะไม่ค่อยเห็นผลลัพธ์ เพราะผลลัพธ์มักจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นหลังทำครบ 4 ครั้ง ตามคำแนะนำ เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนและปรับตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยผลลัพธ์อาจค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-3 เดือน หลังจบคอร์ส ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองของร่างกายต่อการรักษา
ผลข้างเคียงหลังทำ EMFACE มีอะไรบ้าง?
โปรแกรม EMFACE หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม อาจพบอาการข้างเคียงชั่วคราวที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น
- ผิวแดงหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง
- กล้ามเนื้อใบหน้ารู้สึกเมื่อยหรือตึงเล็กน้อย จากการตอบสนองต่อการกระตุ้นของ HIFES™
- อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในบางราย และมักค่อย ๆ ดีขึ้นได้เอง
- ผิวแห้งหรือรู้สึกตึงชั่วคราว สามารถบรรเทาได้ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์
- มีรอยกดหรือรอยจากหัวแอปพลิเคเตอร์ ซึ่งมักหายได้เองภายในระยะเวลาสั้น ๆ
หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมโบท็อก ทำโปรแกรม EMFACE ได้ไหม?
หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือโปรแกรมโบท็อกสามารถทำโปรแกรม EMFACE ได้ แต่ควรเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้สารเติมเต็มหรือโบทูลินัมท็อกซินออกฤทธิ์และเข้าที่ก่อน หากวางแผนทำหลายหัตถการร่วมกัน แนะนำให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและจัดลำดับการรักษา เพื่อให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคลและช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
