DSK Clinic I The Customized Clinic
outro-ulthera (2)
blog-Side-CTA

รักษาสิวผดให้ลดลง สาเหตุ วิธีดูแล และแนวทางรักษา

นพ.นครินทร์ ศิวะพรพันธ์ (หมอคิว) ว.46128
บทความโดย
นพ.นครินทร์ ศิวะพรพันธ์ (หมอคิว) ว.46128
ตุลาคม 14, 2026
รักษาสิวผด

หลายคนที่มีตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นเต็มหน้าผากหรือแก้ม รู้สึกคัน ๆ ไม่มีหัว ลองทาครีมลดสิวแบบไหนก็ไม่ดีขึ้นสักที อาจไม่รู้ตัวว่ากำลังเจอกับ “สิวผด” ซึ่งมีต้นตอต่างจากสิวอุดตันหรือสิวอักเสบทั่วไปที่คุ้นเคยกัน การใช้ยาลดสิวแบบเดิมมักไม่ได้ผล หรือบางครั้งอาการยิ่งแย่ลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ บทความนี้ DSK จะพาไปดูว่าสิวผดคืออะไร เกิดจากอะไรกันแน่ พร้อมแนวทางดูแลและวิธีรักษาสิวผดอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นเหตุ

Key takeaway

  • สิวผดเกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia ในรูขุมขน ซึ่งเป็นคนละกลไกกับสิวอุดตันหรือสิวอักเสบที่มาจากแบคทีเรีย P. acnes การใช้ยาลดสิวทั่วไปมักไม่ได้ผลหรือทำให้อาการแย่ลงได้
  • สิวผดมักเกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก แก้ม คาง รวมถึงตามลำตัวอย่างเช่น หน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งเป็นจุดที่มีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อหนาแน่น มักถูกกระตุ้นให้เห่อขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด เหงื่อ ฝุ่นละออง และความอับชื้น
  • ปัจจัยกระตุ้นหลักของสิวผด ได้แก่ แสงแดด ความร้อนชื้น เหงื่อ มลภาวะ และเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอลง ซึ่งล้วนเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เชื้อยีสต์เจริญเติบโตได้ดี
  • การดูแลสิวผดให้ลดลงต้องเริ่มจากการวินิจฉัยแยกให้ถูกต้อง ปรับพฤติกรรมดูแลผิว และพิจารณาแนวทางดูแลที่ตรงจุดร่วมกับแพทย์

สิวผดคืออะไร

ก่อนจะไปดูวิธีรักษาสิวผด เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าสิวผดคืออะไร มีลักษณะอย่างไร และต่างจากสิวอุดตันที่คุ้นเคยกันตรงไหน เพราะการเข้าใจให้ถูกจุดคือก้าวแรกที่จะทำให้ดูแลผิวได้ตรงกับปัญหาจริง

ลักษณะของสิวผดที่คุณควรรู้

สิวผดมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ ขนาดใกล้เคียงกันเกือบทั้งหมด สีแดงหรือใกล้เคียงสีผิว ขึ้นกระจายตัวเป็นกลุ่มหนาแน่นในบริเวณเดียวกัน จุดที่พบบ่อยคือหน้าผาก ขมับ แนวไรผม และแก้ม บางคนมีอาการคันร่วมด้วยโดยเฉพาะเวลาเหงื่อออกหรืออากาศร้อนชื้น จุดสังเกตสำคัญคือสิวผดไม่มีหัวหนองหรือหัวสิวให้เห็นชัดเหมือนสิวทั่วไป และเมื่อลองกดหรือบีบก็มักไม่มีอะไรออกมา เพราะไม่ได้เกิดจากการอุดตันของไขมันในรูขุมขนแบบสิวอุดตัน

สิวผด กับ สิวอุดตัน ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ต้นตอของปัญหา สิวอุดตันและสิวอักเสบทั่วไปเกิดจากความมันส่วนเกินที่อุดตันรูขุมขนร่วมกับแบคทีเรีย P. acnes ทำให้เกิดหัวสิวสีขาว สีดำ หรือตุ่มหนองขนาดไม่เท่ากัน ส่วนสิวผดเกิดจากเชื้อยีสต์ในกลุ่ม Malassezia ที่เจริญเติบโตมากผิดปกติในรูขุมขน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแบคทีเรียชนิดเดียวกันเลย ตุ่มที่ขึ้นมักมีขนาดสม่ำเสมอกว่าและคันมากกว่าสิวอุดตันทั่วไป

จากประสบการณ์ที่แพทย์ที่ DSK พบคนไข้จำนวนไม่น้อยมักเข้าใจว่าสิวผดคือสิวอุดตันธรรมดา และเลือกใช้ยาลดสิวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น บางรายอาการยิ่งแย่ลงเพราะยาบางชนิดไปรบกวนสมดุลของผิวเพิ่มเติม การแยกให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยประหยัดทั้งเวลาและลดโอกาสที่ผิวจะอักเสบเรื้อรังโดยไม่จำเป็น

ประเภทของสิวผด

ประเภทของสิวผด

สิวผดสามารถแบ่งตามปัจจัยกระตุ้นหลักได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือสิวผดที่สัมพันธ์กับแสงแดดและอากาศร้อนชื้น มักเห่อขึ้นตามฤดูกาลหรือหลังออกแดดนาน กลุ่มที่สองคือสิวผดที่เกี่ยวข้องกับเชื้อยีสต์ Malassezia โดยตรง ซึ่งพบได้ตลอดปีโดยเฉพาะในคนที่ผิวมันหรือเหงื่อออกง่าย ทั้งสองกลุ่มมีจุดร่วมกันคือเป็นปฏิกิริยาที่ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปัญหาความมันส่วนเกินเพียงอย่างเดียว การรู้ว่าตัวเองเข้าข่ายกลุ่มไหนช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น

สิวผดเกิดจากอะไร สาเหตุที่แท้จริงที่คุณมองข้ามไม่ได้

สาเหตุของสิวผดมักไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายอย่างที่ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองและเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อยีสต์เจริญเติบโตได้ดีขึ้น มาดูกันทีละปัจจัยว่าตัวไหนที่หลายคนมองข้ามไปบ้าง

แสงแดดและรังสี UVA ตัวกระตุ้นหลัก

รังสี UVA ในแสงแดดกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในชั้นผิว ทำให้เกิดการอักเสบในชั้นผิวและรบกวนการทำงานปกติของรูขุมขน เมื่อผิวสัมผัสแดดต่อเนื่องโดยไม่มีการป้องกัน ผิวจะไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น และเปิดโอกาสให้เชื้อยีสต์ที่อยู่บนผิวเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นสิวผด นี่คือเหตุผลที่หลายคนสังเกตว่าสิวผดมักเห่อขึ้นชัดเจนในช่วงหน้าร้อนหรือหลังไปเที่ยวทะเล

ความร้อน เหงื่อ และสภาพอากาศชื้น

อากาศร้อนชื้นทำให้ต่อมเหงื่อทำงานหนักขึ้น เมื่อเหงื่อค้างอยู่บนผิวนานโดยไม่ได้เช็ดหรือล้างออก ความชื้นที่สะสมจะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อยีสต์ Malassezia เป็นพิเศษ ยิ่งใส่หน้ากากอนามัยนานหรืออยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ความร้อนและความชื้นสะสมบนผิวหน้าจะยิ่งสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสให้สิวผดขึ้นซ้ำในบริเวณเดิม

ฝุ่นละออง มลภาวะ และ PM 2.5

ฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลภาวะในอากาศสามารถเกาะสะสมบนผิวและอุดกั้นการระบายอากาศของรูขุมขน เมื่อผิวสัมผัสมลภาวะเป็นเวลานานโดยไม่ได้ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม เกราะป้องกันผิวจะค่อย ๆ อ่อนแอลง ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองและเกิดสิวผดได้ง่ายขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงต่อเนื่องหลายเดือนต่อปี

เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ต้นตอของปัญหาผิวแพ้ง่าย

ผิวที่มีเกราะป้องกัน (Skin Barrier) แข็งแรงจะสามารถควบคุมความชื้นและป้องกันสิ่งกระตุ้นจากภายนอกได้ดี แต่เมื่อเกราะผิวถูกทำลายจากการล้างหน้าถี่เกินไป การขัดผิวแรง ๆ บ่อยครั้ง หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์รุนแรงต่อเนื่อง ผิวจะสูญเสียความสามารถในการป้องกันตัวเอง เปิดช่องให้เชื้อยีสต์และสิ่งระคายเคืองต่าง ๆ ก่อปัญหาได้ง่ายขึ้น กลายเป็นวงจรที่ผิวแพ้ง่ายและเป็นสิวผดซ้ำเรื่อย ๆ

เชื้อรา P. ovale (Malassezia Folliculitis) กับสิวยีสต์

สิวผดในทางการแพทย์ที่พบบ่อยมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Malassezia Folliculitis หรือที่หลายคนเรียกว่าสิวยีสต์ เกิดจากเชื้อรากลุ่ม Malassezia (ชื่อเดิมคือ Pityrosporum ovale หรือ P. ovale) ซึ่งเป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของคนทุกคนตามธรรมชาติ โดยปกติเชื้อกลุ่มนี้ไม่ก่อปัญหาอะไร แต่เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย เช่น ผิวมันชื้นอับ หรือเกราะผิวอ่อนแอ เชื้อจะเพิ่มจำนวนมากผิดปกติในรูขุมขนจนเกิดการอักเสบ นี่คือจุดที่ต่างจากสิวอุดตันอย่างชัดเจน เพราะสิวอุดตันมีต้นเหตุจากแบคทีเรีย P. acnes ร่วมกับความมันส่วนเกิน ในขณะที่สิวผดชนิดนี้เป็นเรื่องของเชื้อรา การใช้ยาที่ออกฤทธิ์กับแบคทีเรียจึงมักไม่ได้ผล และบางครั้งอาจทำให้สมดุลเชื้อบนผิวเสียไปมากขึ้นด้วยซ้ำ

พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลต่อสิวผด

นอกจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม พฤติกรรมประจำวันก็มีผลไม่น้อย เช่น การใช้ครีมบำรุงหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันและสารบางชนิดที่เป็นอาหารของเชื้อยีสต์ การไม่เปลี่ยนปลอกหมอนหรือผ้าเช็ดหน้าบ่อย ๆ การออกกำลังกายแล้วปล่อยให้เหงื่อค้างบนผิวนาน หรือแม้แต่ความเครียดสะสมที่ส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนและภูมิคุ้มกันของผิวทางอ้อม ปัจจัยเหล่านี้ดูเหมือนเรื่องเล็กแต่สะสมกันแล้วส่งผลให้สิวผดขึ้นซ้ำได้บ่อยกว่าที่คิด

วิธีรักษาสิวผดให้ลดลงอย่างถูกวิธี

วิธีรักษาสิวผด

เมื่อรู้ต้นตอของปัญหาแล้ว การดูแลสิวผดให้ลดลงต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวที่ไวต่อการระคายเคือง มากกว่าการใช้ยาลดสิวทั่วไปที่เน้นจัดการความมันหรือแบคทีเรียเพียงอย่างเดียว ต่อไปนี้คือแนวทางที่ช่วยให้อาการดีขึ้นได้จริง

  • ทำความสะอาดผิวแต่พอดี ไม่ล้างหน้าถี่เกินไป: เหงื่อและน้ำมันที่สะสมเป็นแหล่งอาหารของเชื้อยีสต์ก็จริง แต่การล้างหน้าบ่อยเกินไปกลับทำให้เกราะผิวเสียสมดุลและระคายเคืองมากขึ้น ควรล้างหน้าเช้าเย็น และเพิ่มอีกครั้งหลังเหงื่อออกมากเท่านั้น
  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำมัน: น้ำมันและสารบางชนิดในครีมบำรุงเป็นอาหารของเชื้อ Malassezia หากยังใช้ผลิตภัณฑ์สูตรเดิมต่อไป สิวผดอาจกำเริบซ้ำได้เรื่อย ๆ แม้จะดูแลด้านอื่นดีแล้วก็ตาม
  • ทาครีมกันแดดทุกวัน เลือกเนื้อบางเบาไม่เหนอะหนะ: รังสี UVA เป็นตัวกระตุ้นการอักเสบของผิวโดยตรง หากไม่ป้องกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ผิวจะยิ่งไวต่อการระคายเคืองและสิวผดมีโอกาสเห่อซ้ำได้ง่ายกว่าเดิม
  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและซับเหงื่อ เปลี่ยนทันทีหลังออกกำลังกาย: เหงื่อที่คั่งค้างบนผิวเป็นสภาพแวดล้อมที่เชื้อยีสต์เจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ การปล่อยให้เหงื่อแห้งคาผิวนาน ๆ จึงเพิ่มความเสี่ยงสิวผดเห่อได้มากกว่าที่คิด
  • หลีกเลี่ยงการแกะเกาหรือสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ: มือที่สัมผัสสิ่งของต่าง ๆ ตลอดวันมีทั้งเชื้อโรคและสิ่งสกปรกสะสม การเอามือแตะหน้าบ่อยเพิ่มโอกาสให้ผิวอักเสบมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณาแนวทางดูแลที่ตรงจุด: สิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ต้องดูแลที่ต้นเหตุ ยาลดสิวทั่วไปที่เน้นฤทธิ์ต้านแบคทีเรียมักไม่ได้ผลกับสิวชนิดนี้ และบางครั้งอาจทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิมได้

สรุปสั้น ๆ คือ การดูแลสิวผดให้ลดลงต้องโฟกัสที่การลดปัจจัยกระตุ้นและรักษาสมดุลผิว ไม่ใช่การเร่งใช้ยาลดสิวแรง ๆ เหมือนสิวอุดตันทั่วไป และหากสิวผดอักเสบซ้ำจนเริ่มทิ้งรอยแดงหรือรอยดำ อาจต้องพิจารณาดูแลเพิ่มเติมด้วยแนวทางลดรอยสิว ควบคู่กันไป เพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนขึ้น

แนวทางการรักษาสิวผดด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ DSK

ถ้าถามว่ารักษาสิวผดที่ไหนดี DSK คือหนึ่งในคลินิกเวชกรรมที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงก่อนเริ่มดูแล เพราะสิวผดกับสิวอุดตันมีต้นตอที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แพทย์จึงตรวจประเมินลักษณะผิวและอาการของแต่ละคนอย่างละเอียดก่อน เพื่อแยกให้ชัดว่าสิ่งที่เป็นอยู่คือสิวผดจากเชื้อยีสต์ สิวอุดตันทั่วไป หรือเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน ซึ่งพบได้ไม่น้อยในคนไข้ที่ผิวมันง่ายและอยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นตลอดปี

เมื่อวินิจฉัยแยกชัดเจนแล้ว แผนการดูแลจะออกแบบให้เหมาะกับต้นเหตุของแต่ละคน หากอาการมาจากเชื้อยีสต์เป็นหลัก แพทย์จะเน้นการปรับสมดุลผิวและพิจารณาแนวทางดูแลร่วมกับการปรับพฤติกรรมประจำวัน

ส่วนกรณีที่มีการอักเสบหรือรอยแดงหลงเหลือจากสิวผดที่เป็นซ้ำ ๆDSK จะนำโปรแกรม Vitaran (PN) เข้ามาช่วยฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์ด้วยสาร Polynucleotide ซึ่งมีส่วนช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซมผิว และปรับสมดุลเม็ดสี ทำให้รอยแดงจากสิวจางลง พร้อมเสริมความแข็งแรงให้ผิวในระยะยาว ควบคู่ไปกับโปรแกรม Acne Treatment ที่ดูแลปัญหาสิวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษา ทั้งจุดฉีดและปริมาณตัวยา ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

อีกจุดหนึ่งที่ DSK ให้ความสำคัญคือการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะสิวผดเป็นปัญหาที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากปัจจัยกระตุ้นยังไม่ถูกควบคุม แพทย์จะนัดติดตามอาการเป็นระยะเพื่อดูการตอบสนองของผิวและปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะจบแค่ครั้งเดียวแล้วปล่อยให้คนไข้ดูแลตัวเองต่อโดยไม่มีการติดตาม ปัจจุบัน DSK เปิดให้บริการรวม 8 สาขา

สรุปบทความ

สิวผดเป็นปัญหาผิวที่มีต้นตอต่างจากสิวอุดตันหรือสิวอักเสบทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะเกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia ที่เจริญเติบโตผิดปกติในรูขุมขน ไม่ใช่จากความมันส่วนเกินร่วมกับแบคทีเรียแบบที่คุ้นเคยกัน การดูแลจึงต้องเริ่มจากการเข้าใจปัจจัยกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้อนชื้น มลภาวะ หรือเกราะผิวที่อ่อนแอลง แล้วปรับพฤติกรรมและเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม หากดูแลด้วยตัวเองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือเป็นซ้ำบ่อย การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกให้ชัดเจนและวางแผนดูแลที่ตรงจุดจะช่วยให้จัดการปัญหาได้ตรงกว่าการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง หากคุณกำลังสงสัยว่าตุ่มที่ขึ้นบนใบหน้าคือสิวผดหรือไม่ และอยากได้คำแนะนำที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง สามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่@dskinclinic

คำถามที่พบบ่อย

สิวผดหายเองได้หรือไม่?

สิวผดสามารถยุบและหายเองได้ หากเราหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ความร้อน เหงื่อ ฝุ่นละออง หรือการรบกวนผิว ภายใน 2-3 วันอาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แต่หากสิวผดเป็นเรื้อรังหรือไม่ยอมยุบ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ทำไมสิวผดที่หน้าผากถึงขึ้นเยอะกว่าบริเวณอื่น ๆ?

หน้าผากเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อหนาแน่นกว่าจุดอื่นบนใบหน้า อีกทั้งมักสัมผัสกับแนวผมและหมวกหรือหน้ากากอนามัยบ่อยครั้ง ทำให้เกิดความร้อนสะสมและอับชื้นได้ง่าย สภาพแวดล้อมแบบนี้เอื้อให้เชื้อยีสต์ Malassezia เจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนสังเกตว่าสิวผดขึ้นที่หน้าผากและแนวไรผมมากกว่าบริเวณอื่น

สิวผดใช้เวลาดูแลนานแค่ไหนถึงจะดีขึ้น?

หลายคนอยากรู้ว่าสิวผดกี่วันหาย แต่ในความเป็นจริงระยะเวลาที่อาการจะดีขึ้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ การควบคุมปัจจัยกระตุ้นอย่างเหงื่อและความมัน รวมถึงความสม่ำเสมอในการดูแลผิว โดยทั่วไปหากปรับพฤติกรรมและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง มักเริ่มเห็นอาการดีขึ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่หากอาการรุนแรงหรือเป็นซ้ำบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล

วิธีดูแลรักษาสิวผดแบบเร่งด่วนต้องทำอย่างไร?

เมื่อสิวผดเห่อขึ้นกะทันหัน สิ่งแรกที่ควรทำคือลดปัจจัยกระตุ้นทันที เช่น หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช็ดเหงื่อให้แห้งอยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนา ๆ ทับบริเวณที่มีอาการ ควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยนวันละ 2 ครั้ง และงดสัมผัสหรือแกะเกาบริเวณที่เป็น หากอาการไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วันหรือลุกลามมากขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์แทนการซื้อยาลดสิวมาทาเองต่อเนื่อง เพราะอาจไม่ตรงกับต้นเหตุที่แท้จริง

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
รู้จักเครื่องยกกระชับ คลิปเดียวจบ!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-2-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา