DSK Clinic I The Customized Aesthetic Clinic
outro-ulthera (2)
banner-article-sidebar

โปรแกรมฉีดโบท็อกคืออะไร ? Botox คุ้มค่าไหม มีข้อควรรู้อะไรบ้างก่อนฉีด

DSK Editorial team
บทความโดย
DSK Editorial team
มิถุนายน 13, 2023

คุณหมอขอสรุป โบท็อกซ์ ที่ DSK Clinic ดียังไง ?

1. DSK Clinic เป็นตัวแทนจากแบรนด์โปรแกรมโบท็อกโดยตรง จึงใช้โบท็อกที่มีคุณภาพ และเป็นของที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจาก อย. 100%
2. สามารถตรวจสอบก่อนฉีดได้ ผสมยาต่อหน้าให้เห็น
3. ทีมแพทย์ DSK จะประเมิน และวิเคราะห์ปัญหา เพื่อออกแบบเทคนิคการรักษา การฉีด ขนาดยูนิตที่เหมาะสม และบริเวณที่ฉีดแบบเฉพาะบุคคล ตลอดจนคอยดูแลตั้งแต่ก่อนการฉีด และคอยติดตามผลหลังการฉีดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัย

ทุกวันนี้ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่คนสวยๆ หล่อๆ หน้าเป๊ะ ปังกันทั้งนั้น เพราะความก้าวหน้าของนวัตกรรมเสริมความงามที่ได้พัฒนาไปไกลมาก ทั้งยังมีวิธีการดูแลผิวหน้าหลายรูปแบบให้เลือกกันได้ตามใจชอบ

แม้จะมีหัตถการน้องใหม่ออกมากันให้ควั่ก แต่รุ่นพี่อย่าง ‘โปรแกรมโบท็อก’ ก็ยังถือว่าเป็นหัตถการตัวเก๋า ที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย

เพราะโปรแกรมโบท็อก คือ นวัตกรรมที่ช่วยทั้งปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย และการพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง ทำให้โปรแกรมโบท็อกมีคุณภาพที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และราคาถูกลง นอกจากสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว เทคนิคในการฉีดก็สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เรามาดูกันดีกว่า ถ้าจะฉีดโปรแกรมโบท็อกทั้งทีต้องดูอะไรบ้าง ?

โปรแกรมฉีดโบท็อกคืออะไร คู่มือก่อนฉีด ?

โปรแกรมโบท็อก คือ ชื่อทางการค้าของโปรตีน Botulinum toxin A ผลิตจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostridium botulinum สาเหตุที่เรียกติดปากกันว่าโปรแกรมโบท็อกเพราะเป็นเพราะเจ้าแรกที่ผลิตสารตัวนี้ใช้ชื่อสินค้าว่า Botox นั่นเอง ในตอนแรกโปรแกรมโบท็อกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้รักษาในทางการแพทย์ เพราะโดดเด่นในเรื่องการยับยั้งการทำงานของระบบประสาท และทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว

โดยโปรแกรมการฉีดโบท็อกมีหลักการทำงาน คือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว สาร Botulinum toxin A จะเข้าไปจับที่ปลายประสาท และยับยั้งการหลั่งเซลล์สื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานน้อยลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผิวหนังบนใบหน้าจึงเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอย หรือรอยเหี่ยวย่นลดลง ช่วยยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึง และช่วยลดกรามให้หน้าเรียวแบบ V shape ได้นั่นเอง

ตัวยาโปรแกรมโบท็อก มีกระบวนการออกฤทธิ์อย่างไร ?

โปรแกรม Botox คือสารสกัดโปรตีนบริสุทธิ์จากธรรมชาติที่เรียกว่าโบทูลินัม ท็อกซิน ไทป์ เอ (Botulinum Toxin Type A) ซึ่งในวงการแพทย์ปัจจุบันมีตัวยาที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย. ไทยและสากลให้เลือกใช้หลากหลายแบรนด์ตามความเหมาะสม

กลไกการทำงานหลักของโปรแกรม Botox คือการยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ชื่อว่าอะซีทิลโคลีน(Acetylcholine) ที่บริเวณปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อหยุดเกร็งตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือริ้วรอยเหี่ยวย่นบนผิวหนังจะเลือนหายไป ผิวดูเรียบเนียนขึ้น หรือในกรณีที่ฉีดใส่กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น กรามหรือน่อง ก็จะช่วยให้ขนาดของกล้ามเนื้อลดลง รูปหน้าหรือรูปร่างจึงดูเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ การเลือกทำ โปรแกรม Botox จึงเป็นทางลัดในการดูแลตัวเองที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและใช้เวลาพักฟื้นน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น

โปรแกรมฉีดโบท็อก ดีไหม ? คุ้มค่ากับผลลัพธ์หรือไม่ ?

การตัดสินใจเลือกทำโปรแกรม Botox เมื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่ได้รับ ถือว่าเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน เนื่องจากโปรแกรม Botox สามารถแก้ไขปัญหาที่ครีมบำรุงผิวทั่วไปไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะปัญหาริ้วรอยลึกที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นหน้าผาก หรือตีนกา ซึ่งการทาครีมอาจช่วยได้เพียงระดับผิวชั้นบน แต่โปรแกรม Botox เข้าไปจัดการที่ต้นเหตุคือการคลายกล้ามเนื้อ 

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่มีแผลเป็น ไม่ต้องดมยาสลบ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำ เมื่อเทียบราคาที่จ่ายไปแล้วกับผลลัพธ์ที่ช่วยย้อนวัยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นทันตาและอยู่ได้นานหลายเดือน โปรแกรม Botox จึงถือเป็นการลงทุนเพื่อความงามที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในปัจจุบัน

โปรแกรมโบท็อกทางการแพทย์ และความสวยงามต่างกันอย่างไร ?

โปรแกรมโบท็อกในทางการแพทย์

โปรแกรมโบท็อกผลิตขึ้นเพื่อใช้ในทางการแพทย์ สามารถใช้รักษาความผิดปกติของร่างกายที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อได้ เช่น ตาเข ตาเหล่ หนังตากระตุก กล้ามเนื้อคอเกร็งตัว สามารถรักษาอาการปวดหัวแบบไมเกรน หรือแบบที่เกิดจากความเครียดได้ ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมโบท็อกยังสามารถลดปริมาณเหงื่อบริเวณใต้รักแร้ได้อีกด้วย เพราะโปรแกรมโบท็อกจะเข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ ต่อมเหงื่อ และลดการสร้างเหงื่อโดยตรงอีกด้วย ทำให้เหงื่อจึงออกน้อย รวมถึงกลิ่นตัวก็ลดน้อยลงตามไปด้วย

โปรแกรมโบท็อกเพื่อความสวยงาม

รู้กันไปแล้วว่าโปรแกรมโบท็อกทางการแพทย์สามารถใช้รักษาอาการอะไรได้บ้าง คราวนี้มาถึงคิวของความสวยความงามกันบ้าง การใช้โปรแกรมโบท็อกเพื่อความสวยงามสามารถใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

  • โปรแกรมโบท็อกลดริ้วรอย เวลาเราแสดงสีหน้า หรือขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้า หลายครั้งมักเห็นเป็นรอยย่น รอยพับ (Dynamic Line) หรือตีนกาขึ้นมาอย่างชัดเจน ทำให้หน้าดูแก่เกินวัย ซึ่งการฉีดโปรแกรมโบท็อกบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา รอยย่นจมูก มุมปาก และคอ สามารถช่วยให้ริ้วรอยเหล่านั้นดูจางลง และเพิ่มความเต่งตึงได้ แต่หากเป็นริ้วรอยที่เกิดจากการสียหาย หรือการยับของผิวด้านบน (Static Line) ร่วมด้วย อาจต้องมีการใช้เครื่องมือกระตุ้นคอลลาเจน เช่น โปรแกรม Potenza , โปรแกรม Infini , โปรแกรม Picosecond Laser ร่วมกับการฉีดโปรแกรมโบท็อก
  • โปรแกรมโบท็อกยกกระชับ ใครที่มีปัญหาหย่อนคล้อยแต่ไม่มาก สามารถฉีดโปรแกรมโบท็อกเพื่อช่วยยกกระชับได้ โดยมีหลักการ คือ โปรแกรมโบท็อกจะเข้าไปทำการคลายกล้ามเนื้อ Plastysma ที่ทำหน้าที่ดึงใบหน้าของเราลง เมื่อโปรแกรมโบท็อกเข้าไปคลายกล้ามเนื้อส่วนดังกล่าว ใบหน้าของเราก็จะยกตัวขึ้นได้นั่นเอง หรืออีกกลไกการทำงานของโปรแกรมโบท็อก คือ หากฉีดตื้น ๆ บริเวณชั้นหนังแท้ Dermolift อาจช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ใบหน้ายกกระชับขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมโบท็อกสามารถช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากไม่ใช่กลไกการทำงานหลักของโปรแกรมโบท็อก หากต้องการกลไกกระตุ้นคอลลาเจนที่ดีกว่า อาจต้องพึ่งเทคโนโลยียกกระชับที่ใช้พลังงานในการกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง โปรแกรม Ulthera, โปรแกรม Potenza, โปรแกรม ThermageFLX, และ โปรแกรม Infini แทน
  • โปรแกรมโบท็อกปรับรูปหน้า หากใครที่มีปัญหากรามใหญ่ ใบหน้าดูเหลี่ยม สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดโโปรแกรมโบท็อกเข้ากล้ามเนื้อ Massetter ซึ่งโปรแกรมโบท็อกจะเข้าไปช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวรที่ฉีด ทำให้ใบหน้าค่อย ๆ ดูเล็กลงจนเข้ารูปเป็น V shape อย่างไรก็ตาม ต้องให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยว่าปัญหากรามใหญ่ หรือใบหน้าเหลี่ยมนั้น เกิดจากกล้ามเนื้อส่วนดังกล่าว หรือเกิดการโครงสร้างของกระดูก เนื่องจากโปรแกรมโบท็อกช่วยแก้ไขได้เฉพาะปัญหากล้ามเนื้อเท่านั้น
  • โปรแกรมโบท็อกปีกจมูก การฉีดโปรแกรมโบท็อกเข้าไปในบริเวณปีกจมูก สามารถแก้ไขปัญหาจมูกบาน จมูกโต และรูจมูกใหญ่ได้ เพราะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อ และทำให้ปีกจมูกดูแคบลง
  • โปรแกรมโบท็อกลดน่อง ใครว่าโปรแกรมฉีดโบท็อกได้แค่บริเวณหน้า จริง ๆ แล้วสามารถฉีดโปรแกรมโบท็อกตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วยเช่นกัน เช่น ปัญหาน่องโตจากการใช้งานมาก ๆ สามารถฉีดโปรแกรมโบท็อกเพื่อช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง ทำให้ขาเล็กเรียวสวยงามได้
  • โปรแกรมโบท็อกลดหน้ามัน และลดขนาดรูขุมขน ถือว่ากำลังเป็นที่นิยมเลยก็ว่าได้ สำหรับการฉีดโปรแกรมโบท็อกลดหน้ามัน และลดขนาดรูขุมขน โดยหลักการ คือ จะฉีดโปรแกรมโบท็อกเข้าไปในชั้นหนังแท้ที่เป็นชั้นต่อมไขมัน ซึ่งจะช่วยให้ต่อมไขมัน และรูขุมขนมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ลดความมัน และเหงื่อบนใบหน้าได้ อย่างไรก็ตาม การฉีดโปรแกรมโบท็อกในชั้นหนังแท้ต้องอาศัยแพทย์ และเทคนิคที่เหมาะสม โดยที่ DSK สามารถทำได้ และควรใช้โปรแกรมโบท็อก Xeomin เป็นตัวช่วย เพราะเป็นโปรแกรมโบท็อกที่ไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา

ทำไมต้องเลือก Xeomin ดียังไง ?

หลายคนอาจเกิดความเข้าใจผิดว่า Xeomin เป็นโบท็อกสำหรับคนดื้อยา แต่ความจริง Xeomin เป็นโบท็อกสำหรับคนที่ไม่อยากดื้อยา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฉีดในระยะยาว ดังนั้น Xeomin จึงกลายเป็นโบท็อกที่ได้รับการยอมรับในวงการเสริมความงาม เพราะนอกจากช่วยลดปัญหาใบหน้าแล้ว ยังให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและเป็นธรรมชาติ Xeomin จึงเป็นหนึ่งในยี่ห้อโบท็อกที่ทาง DSK Clinic เลือกใช้

รวมจุดฉีดโปรแกรมโบท็อก ฉีดตรงไหน ? ช่วยอะไรได้บ้าง ?

โปรแกรม Botox คือเทคโนโลยีที่ปรับใช้ได้หลากหลายตำแหน่งทั่วร่างกาย ไม่ใช่เพียงแค่การลดริ้วรอยบนใบหน้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับรูปหน้าและการรักษาอาการทางกายภาพบางอย่าง แพทย์สามารถออกแบบ โปรแกรม Botox ให้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยจุดฉีดที่นิยมมีดังนี้

โปรแกรมฉีดโบท็อกระหว่างคิ้ว

ปัญหารอยย่นระหว่างคิ้ว รอยขมวดคิ้ว เป็นจุดที่ทำให้ใบหน้าดูเคร่งเครียด ดูดุ หรือดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง รอยนี้เกิดจากกล้ามเนื้อทำงานมากเกินไปจากการแสดงสีหน้า การทำโปรแกรม Botox บริเวณระหว่างคิ้วจะช่วยคลายกล้ามเนื้อมัดนี้ ทำให้รอยย่นแนวตั้งจางลง ส่งผลให้ใบหน้าส่วนบนดูผ่อนคลาย สดใสมากขึ้น ถือเป็นจุดเล็ก ๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อภาพรวมของใบหน้าได้

โปรแกรมฉีดโบท็อกหางตา

ริ้วรอยบริเวณหางตาหรือตีนกา เป็นสัญญาณแห่งวัยที่ชัดเจน มักเกิดขึ้นเมื่อเรายิ้มหรือหัวเราะ การทำ โปรแกรม Botox บริเวณหางตาจะช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาจะลดเลือนลง ผิวบริเวณหางตาจะดูเรียบเนียนขึ้น

โปรแกรมฉีดโบท็อกทั่วใบหน้า

สำหรับการฉีดโปรแกรมโบท็อกทั่วใบหน้า จะเป็นการฉีดกระตุ้นในชั้นผิวหนังตื้น ๆ กระจายทั่วกรอบหน้าและใบหน้า เพื่อช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมันส่วนเกิน และช่วยยกกระชับผิวหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น เทคนิคนี้ไม่ได้เน้นลดขนาดกล้ามเนื้อ แต่เน้นงานผิว ทำให้ผิวหน้าดูเนียนละเอียด แต่งหน้าติดทนมากขึ้น และช่วยให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวที่ดูโกลว์และกระชับในเวลาเดียวกัน

โปรแกรมฉีดโบท็อกกราม

ปัญหาหน้าบาน หน้าเหลี่ยม มักเกิดจากกล้ามเนื้อบดเคี้ยวมีขนาดใหญ่เกินไป ซึ่งอาจเกิดจากการนอนกัดฟัน หรือชอบรับประทานของเหนียวเคี้ยวยาก ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ขึ้น ซึ่งโปรแกรม Botox กรามช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณนี้ ช่วยให้หน้าเรียว วีเชฟ (V-Shape) เพราะตัวยาจะเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อกรามเล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าส่วนล่างดูเรียวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด กรอบหน้าดูละมุนขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดตัดกราม

โปรแกรมฉีดโบท็อกจมูก

บริเวณจมูกสามารถทำโปรแกรม Botox ได้ในสองส่วนหลัก คือ รอยย่นสันจมูกที่มักขึ้นเวลายิ้ม และปีกจมูกการฉีดโปรแกรมโบท็อกบริเวณสันจมูกจะช่วยให้รอยย่นหายไป ทำให้การยิ้มดูสวยงามขึ้น ส่วนการฉีดที่ปีกจมูกจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงปีกจมูกให้บานออกเวลาแสดงสีหน้า ทำให้ปีกจมูกดูแคบลงเล็กน้อยและทรงจมูกดูชัดเจนขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดปีกจมูก

โปรแกรมฉีดโบท็อกส่วนอื่น ๆ 

นอกเหนือจากใบหน้าแล้ว โปรแกรม Botox ยังสามารถฉีดส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความงามและสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  • โปรแกรม Botox รักแร้ ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติหรือมีกลิ่นตัว
  • โปรแกรม Botox น่อง ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อน่องที่ปูดเป็นก้อน ให้เรียวสวยขึ้น ขาดูยาวขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่กล้ามเนื้อน่องโตจากกรรมพันธุ์หรือการใส่ส้นสูง
  • โปรแกรม Botox บ่าและไหล่ ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ ทำให้คอดูยาวระหงขึ้น และยังช่วยบรรเทาอาการปวดตึงจากโรคออฟฟิศซินโดรมอีกด้วย
  • โปรแกรม Botox ลดไมเกรน การฉีดตามจุดต่าง ๆ รอบศีรษะและต้นคอ สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะไมเกรนในผู้ป่วยเรื้อรังได้

โปรแกรมฉีด Botox แต่ละตำแหน่ง ใช้กี่ยูนิต ?

ปริมาณการใช้ยาใน โปรแกรม Botox จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับมวลกล้ามเนื้อ สภาพปัญหา และการประเมินของแพทย์ แต่โดยมาตรฐานแล้ว ปริมาณยูนิต (Units) ที่ใช้ในแต่ละจุดโดยประมาณ มีดังนี้

  • บริเวณหน้าผาก ใช้ประมาณ 10-20 ยูนิต 
  • บริเวณระหว่างคิ้ว ใช้ประมาณ 6-20 ยูนิต
  • บริเวณหางตา ตีนกา ใช้ประมาณข้างละ 6-20 ยูนิต 
  • บริเวณสันจมูก ปีกจมูก ใช้ประมาณ 5-10 ยูนิต 
  • บริเวณกราม ใช้ประมาณข้างละ 20-50 ยูนิต 
  • ลิฟต์กรอบหน้า ลิฟต์เหนียง ใช้ประมาณ 30-50 ยูนิต
  • บริเวณรักแร้ (ลดเหงื่อ) ใช้ประมาณ 50-100 ยูนิต
  • บริเวณน่อง (ลดน่องปูด) ใช้ประมาณ 100-200 ยูนิต
  • บริเวณบ่า ไหล่ (ออฟฟิศซินโดรม) ใช้ประมาณ 100 ยูนิตขึ้นไป

โปรแกรมโบท็อกเหมาะกับใคร ?

ความจริงแล้ว โปรแกรมโบท็อกสามารถฉีดได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอย หรือคนที่อยากแก้ปัญหาความผิดปกติในร่างกาย หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองฉีดโปรแกรมโบท็อกได้ไหม ลองมาดูข้อมูลข้างล่างนี้ก่อนดีกว่า

  • เหมาะกับคนที่อยากลดริ้วรอย รอยย่น ตีนกา
  • เหมาะกับคนที่อยากลดแก้ม และลดกราม
  • เหมาะกับคนที่อยากยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก
  • เหมาะกับคนที่อยากลดต้นแขน ลดน่องปูด 
  • เหมาะกับคนที่อยากลดเหงื่อใต้วงแขน
  • เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น และอยากได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว

ข้อปฏิบัติตัวที่ควรรู้ก่อนและหลังฉีดโบท็อก

การเตรียมตัวก่อนการฉีดโปรแกรมโบท็อก 

ถึงแม้การฉีดโปรแกรมโบท็อกจะไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แต่การดูแลตัวเองให้ดีก่อนฉีด สามารถทำให้ผลลัพธ์ในการฉีดออกมาดีเช่นเดียวกัน หมอจึงอยากแนะนำก่อนมาฉีดโปรแกรมโบท็อก ดังนี้

  • ปรึกษาหมอ และบอกสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน หมอจะทำการซักประวัติ และประเมินใบหน้าของผู้เข้ารับบริการว่าควรฉีดโบท็อกดีหรือไม่
  • ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS เพื่อป้องกันการฟกช้ำ และงดใช้ยาที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี หรือน้ำมันปลา 
  • 24 ชั่วโมงก่อนการฉีดให้งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 
  • วันที่ฉีดให้งดใช้เครื่องสำอาง และล้างหน้าให้สะอาด

การดูแลตัวเองหลังการฉีดโปรแกรมโบท็อก

มาดูวิธีการดูแลตัวเองหลังจากฉีดโปรแกรมโบท็อกกันบ้าง ถ้าดูแลตัวเองได้ดี จะทำให้ผลลัพธ์การฉีดคงที่ อยู่ได้ยาวนานและไม่เสื่อมสลายเร็ว มาดูกันว่าต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง

  • ถ้าเกิดมีอาการบวมแดงหรือช้ำ สามารถใช้น้ำแข็งประคบได้
  • หลังการฉีด ห้ามใช้มือ หรือสิ่งของใด ๆ มากดทับบริเวณที่ฉีด ตลอดจนควรงดนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ตัวยาเคลื่อนที่ได้
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดการนวดหน้า งดการออกกำลังกายหนัก ๆ และงดการทำเลเซอร์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 
  • หากเกิดความผิดปกติให้รีบมาพบหมอโดยเร็วที่สุด

ข้อดีของโปรแกรมการฉีดโบท็อก

โปรแกรมฉีดโบท็อกไม่เพียงแค่ช่วยแก้ปัญหาใบหน้าอย่างเดียว แต่ยังมีข้อดีอีกมากมายที่อาจคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

  • สามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่าง เช่น ลดริ้วรอย ลดความหย่อนคล้อย ลดโหนก ลดกราม ปรับรูปหน้าให้ V shape จนไปถึงลดต้นแขน ลดน่องปูด และลดเหงื่อ 
  • เห็นผลรวดเร็ว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน รวมถึงจุดที่ฉีดด้วยว่าฉีดตรงไหน เพราะแต่ละจุดอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน
  • ปลอดภัยหายห่วง เพราะได้รับการรับรองจาก อย. แล้วว่ามีความปลอดภัย
  • ก่อนฉีดโปรแกรมโบท็อกแทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย
  • หลังฉีดเสร็จ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 
  • มีผลข้างเคียงน้อยมาก
  • ฉีดโปรแกรมโบท็อกทำให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น
  • สำหรับคนที่อายุยังน้อย การเริ่มฉีดโปรแกรมโบท็อกอาจช่วยป้องกันริ้วรอยได้อย่างถาวร เทียบกับการฉีดในช่วงที่อายุมากขึ้น แม้จะช่วยลดริ้วร้อยได้บ้าง แต่ก็ยังคงมีส่วนที่อาจแก้ไขได้ยากอยู่เช่นกัน

โปรแกรมฉีดโบท็อกอันตรายไหม ? อยากฉีดโปรแกรมโบท็อกอย่างปลอดภัยต้องรู้อะไรบ้าง ?

โปรแกรม Botox เป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัย หากใช้ตัวยาแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. (FDA Approved) และดำเนินการฉีดโดยแพทย์ เพราะตัวยาสามารถสลายไปได้เอง 100% โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในการทำหัตถการ สิ่งที่ต้องรู้คือต้องเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีเลขที่ใบอนุญาตชัดเจน และต้องสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของยาได้ แพทย์ผู้ทำหัตถการต้องเข้าใจกายวิภาคบนใบหน้า เพื่อฉีดให้ตรงจุดและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง เช่น ตาตก หรือ ปากเบี้ยว ซึ่งมักเกิดจากเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง

อันตรายจากการฉีดโปรแกรมโบท็อกปลอม มีอะไรบ้าง ?

ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดของการทำโปรแกรม Botox คือการใช้โบท็อกปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อฉีดเข้าไปอาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงได้แก่ การดื้อโบท็อก ซึ่งจะทำให้การฉีดครั้งต่อไปไม่ได้ผล นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการผลิตที่ไม่สะอาด หน้าเบี้ยวผิดรูป หนังตาตก ปากเบี้ยวถาวร หรือเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ดังนั้นก่อนทำโปรแกรมฉีดโบท็อก ควรขอดูขวด มีการผสมยาต่อหน้า และเช็กเลข Lot การผลิตทุกครั้งก่อนฉีด เพื่อความปลอดภัย

ประเทศไทยปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการจำหน่ายโปรแกรมโบท็อกที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน แต่ยังคงมีสถานประกอบการ หรือบุคคลบางกลุ่มที่อาจนำเข้าโปรแกรมโบท็อกจากต่างประเทศในราคาที่ถูกกว่า ไม่ผ่านการรับรอง และไม่ได้มีกระบวนการเก็บรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม หรือที่เรียกว่า ‘โปรแกรมโบท็อกหิ้ว’ บางครั้งอาจร้ายแรงไปจนถึงขั้นนำ ‘โปรแกรมโบท็อกปลอม’ มาฉีดให้กับคนที่เข้ารับการรักษา

หมอต้องขอเตือนก่อนเลยครับว่า โปรแกรมโบท็อกหิ้ว หรือ โปรแกรมโบท็อกปลอม ถือว่ามีความอันตรายสูง เนื่องจากการนำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้มีการควบคุมคุณภาพอย่างถูกวิธี ส่งผลให้ตัวยาเสื่อมสภาพ หรือแม้แต่โปรแกรมโบท็อกปลอมที่ไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของส่วนผสมได้ 

หากฉีดโปรแกรมโบท็อกหิ้ว หรือโปรแกรมโบท็อกปลอมเข้าไปอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมามากมาย ดังนี้

  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังการฉีด เนื่องจากการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • การฉีดครั้งแรกอาจได้ผล แต่ในระยะยาวจะทำให้เกิดการดื้อยา หรือดื้อโปรแกรมโบท็อก ซึ่งทำให้การฉีดโปรแกรมโบท็อกครั้งต่อ ๆ ไปในอนาคตไม่ได้ผล แม้ว่าจะฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ได้มาตรฐานก็ตาม
  • เกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น อาการหนังตาตก คิ้วตก เนื่องจากตัวยาที่ไม่มีความเสถียร
  • ฉีดแล้วไม่เห็นผล เพราะตัวยาเสื่อมสภาพจากการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี

ควรเลือกฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ไหนดี ?

โปรแกรมโบท็อกเป็นวิธียอดนิยมที่ใช้แก้ไขปัญหาบนใบหน้า ทำให้มีโปรแกรมโบท็อกปลอม และหมอเถื่อนที่รับฉีดโปรแกรมโบท็อกอยู่มากมาย หากไม่อยากเจอกับปัญหาในภายหลัง ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมโบท็อกราคาถูกอยู่จำนวนมาก จนกลายเป็นที่ล่อตาล่อใจของใครหลายคน หมอจึงอยากแนะนำอยู่ 2 ประการสำคัญในการเลือกฉีดโปรแกรมโบท็อก ได้แก่

  • หมอที่ฉีด และโปรแกรมโบท็อกที่ใช้ กล่าวคือ ต่อให้เป็นโปรแกรมโบท็อกยี่ห้อเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์ในการฉีดจะออกมาเหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิค และการออกแบบของแพทย์ ซึ่งทาง DSK จะมีบุคลากรที่เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง ทำการวิเคราะห์ และออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติของใบหน้าแต่ละบุคคลเอาไว้ 
  • โปรแกรมโบท็อกที่ได้มาตรฐาน จริงหรือหลอกต้องตรวจสอบให้ดี ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอโปรโมชัน หรือคำโฆษณาบอกว่าเป็นโปรแกรมโบท็อกมากมาย แต่ในไทยยังพบโปรแกรมโบท็อกเถื่อน โปรแกรมโบท็อกหิ้ว และโปรแกรมโบท็อกผิดกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก หมอจึงขอแนะนำให้ซื้อโปรแกรมโบท็อกแบบเหมาขวด และผสมใหม่ทุกครั้งที่ใช้เท่านั้น เพราะทำให้สามารถตรวจสอบโปรแกรมโบท็อกได้ตั้งแต่ก่อนการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่โดนหลอกเอาโปรแกรมโบท็อกเถื่อนมาสวมรอย ดังนั้น การตรวจสอบให้แน่ใจก่อนการใช้งานจริงเป็นสิ่งสำคัญ

รีวิวโปรแกรมโบท็อกก่อน-หลังทำ ต่างกันอย่างไร ?

โปรแกรมโบท็อก ราคาแพงไหม ? แต่ละจุดราคาเท่าไหร่บ้าง ?

ราคาของโปรแกรม Botox นั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ ยี่ห้อของโบท็อก จำนวนยูนิตที่ใช้ และฝีมือของแพทย์ สำหรับใครที่ต้องการทราบราคาการฉีดโปรแกรมโบท็อก สามารถอัปเดตราคา และโปรโมชัน ราคาโปรแกรมโบท็อก ได้ที่  https://dskclinic.com/promotions/ 

สรุป

โปรแกรมโบท็อก คือ โปรตีน Botulinum toxin A ที่สามารถยับยั้งการทำงานของระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและเล็กลง จึงช่วยลดริ้วรอย ยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็ก ทั้งยังฉีดตามร่างกายเพื่อลดต้นแขน ลดน่อง และลดเหงื่อใต้รักแร้ได้ ส่วนยี่ห้อโปรแกรมโบท็อกที่นิยมฉีดกันจะมีหลายยี่ห้อ แต่ทาง DSK เรามั่นใจและเลือกใช้โปรแกรมโบท็อก Xeomin จากเยอรมนี เพราะได้รับการรับรองจาก USFDA พร้อมด้วย XTRACT Technology™ ที่ทำให้โปรแกรมโบท็อกมีโมเลกุลเล็ก และมีค่าความบริสุทธิ์สูง หมดกังวลเรื่องการดื้อยา นอกจากนี้ ยังมีงานวิจิยใหม่ ๆ ในการนำโปรแกรมโบท็อกมาใช้ในการรักษาแผลเป็น การรักษาฝ้า และกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งหากมีงานวิจัยเพิ่มเติมหมอจะนำมาอัพเดตให้ฟังกันอีกครับ

DSK Clinic เราเข้าใจและให้ความสำคัญกับความงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในทุกรูปแบบ ดังนั้น จึงมีการแนะนำ วิเคราะห์ และออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล พร้อมด้วยแพทย์ที่มีเทคนิคการฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาสวย และเป็นธรรมชาติมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโปรแกรมโบท็อก

1. ไม่ควรฉีดโปรแกรมโบท็อกตรงไหน ?

จริงอยู่ที่ว่าโปรแกรมโบท็อกส่งผลให้คลายกล้ามเนื้อ แล้วให้ผลดีต่าง ๆ มากมาย แต่จุดที่ต้องระมัดระวัง และอาศัยความชำนาญในการฉีดโปรแกรมโบท็อกมีดังนี้

  • บริเวณเปลือกตา เพราะกล้ามเนื้อบริเวณนี้มีหน้าที่ในการปิด และเปิดตา หากฉีดโปรแกรมโบท็อกบริเวณนี้อาจทำให้หนังตาตกได้
  • เหนือคิ้ว หากฉีดผิดตำแหน่งตรงบริเวณนี้จะทำให้หนังตา และคิ้วตกลงมาได้
  • ใต้ตา สามารถฉีดในปริมาณน้อยเพื่อลดริ้วรอยได้ แต่คนที่มีถุงใต้ตาเยอะมาก หมอจะไม่แนะนำให้ฉีด เพราะจะทำให้ถุงใต้ตาเห็นชัดขึ้น
  • โหนกแก้ม สามารถฉีดเพื่อช่วยลดโหนกแก้มได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการฉีดเป็นอย่างมาก เพราะถ้าฉีดผิดตำแหน่งก็อาจไปโดนกล้ามเนื้อในการยิ้ม ทำให้รอยยิ้มแลดูเบี้ยวได้
  • ร่องแก้ม หากฉีดโปรแกรมโบท็อกบริเวณนี้อาจจะทำให้รอยยิ้มแข็ง หรือยิ้มไม่ออก วิธีแก้ที่ดีกว่า คือ การใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ช่วย ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฉีดโปรแกรมโบท็อก
  • ร่องมุมปาก เป็นอีกจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการฉีดมาก เพราะหากฉีดผิดจุด หรือฉีดในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ปากเบี้ยวได้ หรือหากต้องการแก้ไขปัญหาร่องมุมปาก ทางออกที่หมอแนะนำเช่นเดียวกันกับร่องแก้ม คือ การใช้โปรแกรมฟิลเลอร์เข้ามาเป็นตัวช่วย
 2. ฉีดโปรแกรมโบท็อกโบท็อกแต่ละจุดควรใช้กี่ยูนิต ?

โดยปกติแล้วโปรแกรมโบท็อกหนึ่งขวดจะมีขนาดตั้งแต่ 50 ยูนิต 100 ยูนิต 200 ยูนิต ไปจนถึง 300 ยูนิต (ในบางยี่ห้อ) แต่ว่าการฉีดโปรแกรมโบท็อกในแต่ละจุดนั้นต้องใช้ขนาดยูนิตแตกต่างกัน เป็นอย่างไรมาดูไปพร้อมกัน

  • โปรแกรมโบท็อกลดกราม ปกติแล้วหมอจะแนะนำให้ฉีดข้างละ 20 – 50 ยูนิต หรือรวมกันสองข้างแล้วจำนวนไม่เกิน 100 ยูนิต หากผู้เข้ารักษามีกล้ามเนื้อกรามขนาดใหญ่ อาจต้องใช้ปริมาณยาที่มากขึ้น แต่จะไม่เกินจำนวน 100 ยูนิต
  • โปรแกรมโบท็อกลดริ้วรอย ในการฉีดลดริ้วรอยแต่ละตำแหน่งจะใช้ปริมาณยูนิตที่แตกต่างกัน เช่น บริเวณหน้าผาก 10 – 20 ยูนิต ระหว่างคิ้ว 6 – 20 ยูนิต และรอยตีนกา ข้างละ 6 – 20 ยูนิต
 3. โปรแกรมโบท็อกแต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานต่างกันจริงไหม ?

ไม่ว่าจะโปรแกรมโบท็อกของสหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ หรือเกาหลี หากฉีดโดยเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละแบรนด์ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ยาวนานเท่ากัน แต่ต้องเป็นโปรแกรมโบท็อกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น ส่วนสิ่งที่ต่าง คือ ค่าความบริสุทธิ์ และมาตรฐานการผลิต กล่าวคือ หากค่าความบริสุทธิ์มาก ก็จะลดโอกาสในการดื้อยาได้มากกว่านั่นเองครับ

4. ฉีดโปรแกรมโบท็อก ยิ่งยูนิตเยอะ ยิ่งดีจริงไหม ?

ต้องขอบอกว่าเป็นความเชื่อที่ผิดครับ เพราะการฉีดโปรแกรมโบท็อกที่ดี และมีคุณภาพ ควรคำนึงถึงความพอดีของตัวยาที่จะให้ผลลัพธ์ที่ต้องการตามความเป็นจริง ตลอดจนคลินิก หรือแพทย์ผู้ฉีดต้องแจ้งจำนวนยูนิตการใช้ทุกครั้งแก่ผู้ที่เข้ารับการรักษา เพราะทุกการรักษามีขนาดยูนิตที่เหมาะสม อีกทั้งในบางครั้งมีคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานแจ้งยูนิตเกินความเป็นจริง ทำให่ผู้บริโภครู้สึกคุ้ม แต่จริง ๆ ใบหน้าของเราไม่สามารถรับยามากเกินขนาดได้

 5. โปรแกรมโบท็อกที่ดีต้องไม่ผสมน้ำเกลือจริงไหม ?

สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่ผิดมากครับ เพราะความจริงแล้วโปรแกรมโบท็อกจะถูกบรรจุมาในรูปแบบของผงสีขาว เวลาใช้แพทย์จะต้องทำการผสมกับน้ำเกลือเพื่อทำการละลาย ตัวยาถึงจะดูดออกมาใช้งานได้ ซึ่งทาง DSK เราทำการผสมโปรแกรมโบท็อกใหม่ก่อนการใช้งานต่อหน้าผู้เข้ารับการรักษาทุกครั้ง รับรองว่าทุกคนจะได้โปรแกรมโบท็อกที่ได้มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพมากที่สุดแน่นอน

6. โปรแกรมโบท็อกหิ้ว กับโปรแกรมโบท็อกที่ได้มาตรฐานให้ผลลัพธ์เหมือนกันจริงไหม ?

อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ โปรแกรมโบท็อกหิ้วอาจเป็นได้ทั้งโปรแกรมโบท็อกที่ได้มาตรฐานที่นำเข้าจากต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นของโปรแกรมโบท็อกปลอม ทำให้กระบวนการเก็บรักษาระหว่างการนำเข้าไม่ได้รับมาตรฐาน ส่งผลให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ดังนั้น โปรแกรมโบท็อกที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดี และให้ผลลัพธ์เต็มประสิทธิภาพมากกว่าแน่นอน

7. โปรแกรมโบท็อกแก้ปัญหาร่องแก้ม ร่องมุมปาก และปัญหาใต้ตาได้หมดจริงไหม ?

หมอขอบอกไว้ก่อนเลยครับว่าไม่เป็นความจริง เพราะหน้าที่หลักของโปรแกรมโบท็อก คือ การคลายกล้ามเนื้อ ดังนั้น โปรแกรมโบท็อกจะให้ผลกับตำแหน่งที่เกิดริ้วรอยจากการหดเกร็ง และการขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้า เช่น รอยตีนกา หน้าผาก และระหว่างคิ้ว แต่ร่องแก้ม หรือใต้ตา อาจเกิดจากปริมาณไขมัน หรือกระดูกที่หายไป โปรแกรมโบท็อกจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีในการแก้ไข แต่ควรเป็นการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มมากกว่านั่นเอง

8. ปัญหาที่โปรแกรมโบท็อกแก้ไขไม่ได้ คืออะไร ?

โปรแกรมโบท็อกสามารถแก้ไขปัญหาบนใบหน้า และส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้หลายอย่าง แต่ก็มีสิ่งที่โปรแกรมโบท็อกแก้ไขไม่ได้ คือ Static line หรือเส้นริ้วรอยถาวร  ซึ่งเป็นปัญหาที่มักเกิดจากการฉีดโปรแกรมโบท็อกช้าไป หรือการขยับกล้ามเนื้อบ่อย ๆ จนเกิดเป็นริ้วเหล่านั้น แม้ว่าจะอยู่เฉย ๆ ริ้วรอยก็ไม่หายไป หากมีปัญหาแบบนี้ ควรรีบฉีดโปรแกรมโบท็อกเพื่อป้องกันความลึกขึ้นของริ้วรอย และทำเลเซอร์กลุ่มโปรแกรม Pico หรือ โปรแกรม Fractional เพื่อกระตุ้นเนื้อผิวหนังใหม่ขึ้นมาทดแทนครับ

9. ถ้าเลือกหัตถการผิด เช่น ฉีดโปรแกรม Botox ในจุดที่จริง ๆ แล้วควรเติม โปรแกรม Filler จะเกิดอะไรขึ้น?

การเลือกหัตถการที่ไม่ตรงกับสาเหตุของปัญหา อาจทำให้เสียเงินฟรีและได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ หากปัญหาของคนไข้เกิดจากการยุบตัวของกระดูกและเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดร่องลึก เช่น ร่องแก้มลึก ขมับตอบ หรือใต้ตาโหล ซึ่งควรแก้ไขด้วยการเติมเต็มด้วย โปรแกรม Filler แต่กลับไปเลือกฉีด โปรแกรม Botox ที่มีคุณสมบัติแค่คลายกล้ามเนื้อ ผลลัพธ์คือร่องลึกเหล่านั้นจะไม่ตื้นขึ้น หากฉีดอัดเข้าไปมากเกินไปเพื่อหวังผล อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเป็นอัมพาตชั่วคราว ส่งผลให้ยิ้มเบี้ยว ปากเบี้ยว หรือใบหน้าแข็งเกร็งจนดูแปลกประหลาด ดังนั้นการประเมินใบหน้าโดยแพทย์ก่อนทำจึงสำคัญที่สุด เพื่อแยกแยะว่าควรแก้ที่กล้ามเนื้อหรือแก้ที่ปริมาตรผิว

10. เมื่อเทียบกันแล้ว ระหว่างโปรแกรม Botox โปรแกรม Filler และโปรแกรม HIFU หัตถการไหนเจ็บที่สุด และต้องพักฟื้นต่างกันอย่างไร?

HIFU หัตถการไหนเจ็บที่สุด และต้องพักฟื้นต่างกันอย่างไร?

ในด้านระดับความเจ็บ โปรแกรม HIFU มักถูกจัดว่าเจ็บที่สุด โดยจะรู้สึกปวดหน่วงลึก ๆ ลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อขณะยิงพลังงาน รองลงมาคือ โปรแกรม Filler ที่จะรู้สึกตึง ๆ หน่วง ๆ ขณะดันตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว ส่วน โปรแกรม Botox ถือว่าเจ็บน้อยที่สุด ให้ความรู้สึกเพียงเหมือนมดกัดเบา ๆ ขณะจิ้มเข็มเท่านั้น สำหรับการพักฟื้น ทั้ง 3 หัตถการแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปทำงานได้ทันที แต่มีข้อควรระวังต่างกันเล็กน้อย

  • โปรแกรม HIFU อาจมีอาการระบมหรือเมื่อยหน้าเล็กน้อย 1-2 สัปดาห์ แต่ดูแลตัวเองได้ง่ายที่สุด
  • โปรแกรม Botox งดนอนราบ 4 ชั่วโมงแรก และงดความร้อน 2 สัปดาห์
  • โปรแกรม Filler งดการกดนวด ปั้นแต่งทรงเอง และเลี่ยงความร้อนสูง
11. เมื่อพิจารณาถึงราคา เทียบ ระยะเวลาเห็นผล การฉีดโปรแกรม Botox คุ้มค่ากว่าการทำโปรแกรม Laser หรือโปรแกรม HIFU หรือไม่?

ความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล หากต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยจากการขยับ หรือปรับรูปหน้าลดกราม โปรแกรม Botox ถือว่าคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น เพราะมีราคาเริ่มต้นที่ย่อมเยากว่า เห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและรวดเร็วภายใน 2-4 สัปดาห์

ในขณะที่ โปรแกรม HIFU จะคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ที่ต้องการยกกระชับ ซึ่งราคาสูงกว่าและใช้เวลา 1-2 เดือนกว่าจะเห็นผลเต็มที่ ส่วน โปรแกรม Laser จะคุ้มค่าในแง่การรักษาผิว เช่น รอยดำ รูขุมขน ซึ่งต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน ดังนั้นหากเน้นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ชัดเจน ในงบประมาณที่ควบคุมได้ โปรแกรม Botox จึงมักเป็นตัวเลือกแรกที่ตอบโจทย์ที่สุด

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
เตือนภัย! แฉกลโกงคลินิกเสริมความงาม
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!

อ่านบทความจากหมอ

banner-consultation-mobile-2x
bg-bt-contact-1-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook ฟรี
bg-bt-contact-2-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา