DSK Clinic I The First Customized Clinic
outro-ulthera (2)
banner-article-sidebar

Oligio vs Thermage ศึกดวลพลัง RF ยกกระชับผิวตัวไหนปังกว่า?

ดร.นพ.ศศิน เจริญสุขศิร (หมอบุ๋ง) ว.50382
บทความโดย
ดร.นพ.ศศิน เจริญสุขศิร (หมอบุ๋ง) ว.50382
กรกฎาคม 11, 2025

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องใช้เข็มหรือการผ่าตัด ชื่อของ Monopolar RF หรือคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียวมักจะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยความสามารถในการส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวชั้นลึกเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นกระชับและดูอ่อนเยาว์ลง และในสมรภูมินี้มีผู้เล่นตัวหลักอยู่ 2 เครื่องที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันเสมอ นั่นคือ Oligio นวัตกรรมรุ่นใหม่มาแรงจากเกาหลี และ Thermage ต้นตำรับระดับตำนานจากอเมริกา

แล้วระหว่าง Oligio vs Thermage เครื่องไหนจะตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณได้ดีกว่ากัน? บทความนี้หมอจะมาเปรียบเทียบให้เห็นกันแบบช็อตต่อช็อต เพื่อให้คุณได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเลือกเทคโนโลยีที่ “ใช่” ที่สุดสำหรับคุณครับ

Key takeaway

– โปรแกรม Oligio ใช้พลังงาน RF แบบต่อเนื่อง พร้อมระบบระบายความร้อนในตัว ช่วยให้การรักษารู้สึกสบายผิวมากขึ้น ขณะที่โปรแกรม Thermage จะปล่อยพลังงานเป็นจังหวะที่เข้มข้นกว่า เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่า
– โปรแกรม Oligio เหมาะสำหรับการกระชับผิวโดยรวม ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน และลดริ้วรอยเล็ก ๆ จึงเหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิว ในขณะที่โปรแกรม Thermage โดดเด่นด้านการยกกระชับ ปรับรูปหน้า และช่วยลดไขมันบริเวณใบหน้าได้ชัดเจนกว่า
– ในส่วนของความรู้สึกขณะทำโปรแกรม Oligio มักให้ความสบายผิวมากกว่า เนื่องจากมีระบบระบายความร้อนช่วยปกป้องผิวชั้นบน ส่วนโปรแกรม Thermage อาจให้ความรู้สึกร้อนลึกในชั้นผิวมากกว่า แม้จะมีการใช้ครีมชาช่วยลดความไม่สบายระหว่างการรักษา

Oligio และ Thermage คืออะไร?

ก่อนจะลงลึกถึงความแตกต่าง เรามาทำความรู้จักเทคโนโลยีทั้งสองนี้กันก่อนครับ ทั้งคู่เป็นเครื่องมือยกกระชับผิวที่ใช้หลักการของ Monopolar RF เหมือนกัน แต่ก็มีจุดเด่นและเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

“Oligio” นวัตกรรม Monopolar RF รุ่นใหม่จากเกาหลี

Oligio คือ เครื่องยกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar RF เจเนอเรชันใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง Oligio ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และยังช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงได้อีกด้วย จุดเด่นที่ทำให้ Oligio ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วคือความรู้สึกสบายขณะทำ เจ็บน้อยกว่า และใช้เวลาในการทำไม่นานครับ

“Thermage FLX” ต้นตำรับ Monopolar RF จาก USA

Thermage FLX คือเครื่อง Monopolar RF ระดับ Gold Standard และเป็นเทคโนโลยีต้นตำรับจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลกมายาวนาน Thermage ขึ้นชื่อในเรื่องของประสิทธิภาพการส่งพลังงานความร้อนที่ทรงพลัง สามารถกระตุ้นการสร้างและจัดเรียงตัวของคอลลาเจนได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวที่เคยเหี่ยวย่นกลับมาตึงกระชับได้อย่างชัดเจน

หลักการทำงานของ Oligio และ Thermage เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

หัวใจสำคัญของทั้งสองเทคโนโลยีคือการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) เพื่อสร้างความร้อนในผิวชั้นลึก แต่ก็มีรายละเอียดทางเทคนิคที่แตกต่างกันครับ

หลักการทำงานของ Oligio

Oligio จะส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่ 6.78 MHz ลงไปสร้างความร้อนแบบก้อน (Bulk Heating) ในชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous) พลังงานความร้อนนี้จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัวทันที ทำให้ผิวรู้สึกแน่นขึ้น และที่สำคัญคือ จะกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว นอกจากนี้ Oligio ยังมีระบบทำความเย็นอัจฉริยะ (Intelligent Cooling System) และระบบสั่นที่หัวยิง ซึ่งช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความรู้สึกเจ็บ ทำให้รู้สึกสบายผิวตลอดการรักษา

หลักการทำงานของ Thermage

Thermage FLX ทำงานโดยใช้หลักการเดียวกันคือสร้างความร้อนในผิวชั้นลึก แต่มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตร AccuREP™ (Real-time Energy Precision) ที่จะคอยตรวจวัดและปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวในแต่ละช็อตโดยอัตโนมัติ ทำให้พลังงานที่ส่งลงไปมีความสม่ำเสมอและแม่นยำสูงสุด แม้จะมีระบบทำความเย็นและระบบสั่นเพื่อเพิ่มความสบายเช่นกัน แต่ด้วยศักยภาพในการส่งพลังงานที่สูงกว่า จึงอาจทำให้รู้สึกเจ็บได้มากกว่า Oligio เล็กน้อย เพื่อแลกกับผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนที่ทรงพลัง

Oligio กับ Thermage ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง?

Oligio และ Thermage คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทั้งสองเครื่องจึงมีประสิทธิภาพสูงในการแก้ปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยและริ้วรอยแห่งวัย โดยสามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้ในหลายมิติ ดังนี้

  • ยกกระชับและปรับกรอบหน้า : ช่วยเก็บกรอบหน้าให้คมชัด ลดความหย่อนคล้อยของแก้ม ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูได้สัดส่วนและเรียวขึ้น
  • ลดไขมันสะสม : สามารถช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและใต้คาง (เหนียง) ได้
  • ลดเลือนริ้วรอย : ช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ทั่วใบหน้า (Fine Wrinkles) และผิวที่เหี่ยวย่นขาดความยืดหยุ่น กลับมาเรียบเนียนและตึงกระชับขึ้น
  • ฟื้นฟูคุณภาพผิว : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวแน่นฟู ยืดหยุ่น รูขุมขนดูเล็กลง และผิวดูสุขภาพดีจากภายใน
  • ยกกระชับผิวรอบดวงตา : สามารถใช้ยกคิ้วและแก้ปัญหาเปลือกตาตก ทำให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น

การจะเลือกว่าควรทำ Oligio หรือ Thermage นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาที่กังวล และผลลัพธ์ที่คาดหวังของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจต้องใช้เทคนิคการยิงพลังงานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ของ DSK Clinic เพื่อทำการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะได้เลยครับ

Oligio กับ Thermage ใครเหมาะกับเครื่องไหน?

Oligio กับ Thermage ใครเหมาะกับเครื่องไหน

การจะเลือกว่าระหว่าง Oligio vs Thermage อะไรจะเหมาะกับคุณ ขึ้นอยู่กับช่วงวัย ปัญหาผิว ความคาดหวัง และความกังวลเรื่องความเจ็บครับ

ผู้ที่เหมาะกับ Oligio

  • กลุ่มคนอายุน้อย (25-35 ปี) : ที่เริ่มเห็นสัญญาณความหย่อนคล้อย และต้องการป้องกันไว้ก่อน
  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวไม่กระชับ : รู้สึกว่าผิวเริ่มนิ่ม ไม่แน่นเหมือนเก่า
  • ต้องการลดไขมันแก้ม/เหนียง : เป็นคนที่มีแก้มเยอะ หรือมีเหนียงสะสม
  • กังวลเรื่องความเจ็บ : Oligio เป็นตัวเลือกที่สบายผิวกว่าอย่างชัดเจน
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ : ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้น หน้าดูเรียวลงอย่างไม่โป๊ะ

ผู้ที่เหมาะกับ Thermage

  • กลุ่มคนที่มีปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยชัดเจน : ต้องการการรักษาที่ทรงพลังเพื่อฟื้นฟูผิว
  • ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นผลยาวนาน : ผลลัพธ์ของ Thermage สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี
  • สามารถทนความรู้สึกระหว่างทำได้ในระดับหนึ่ง : เพื่อแลกกับผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนที่ดีที่สุด

ข้อดีและข้อเสียของโปรแกรม Oligio และ Thermage

ข้อดีของโปรแกรม Oligio

  • ระหว่างทำรู้สึกเพียงอุ่น ๆ บนผิว ไม่เจ็บมาก ทำให้ประสบการณ์การรักษาค่อนข้างสบาย
  • ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้ทันที
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ผิวดูแน่นและสุขภาพดีขึ้นตามธรรมชาติ
  • เห็นความกระชับของผิวได้ตั้งแต่หลังทำ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องภายในประมาณ 1-3 เดือน
  • ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก US FDA และ อย.ไทย สามารถใช้ได้กับหลายสภาพผิว

ข้อเสียของโปรแกรม Oligio

  • ระยะเวลาของผลลัพธ์โดยทั่วไปของโปรแกรม Oligio จะสั้นกว่าโปรแกรม Thermage
  • เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน มักแนะนำให้ทำซ้ำตามระยะเวลาที่แพทย์ประเมิน
  • ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ผิวค่อนข้างบาง อาจมีอาการผิวแดงหลังทำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในประมาณ 1 ชั่วโมง
  • หากมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนเท่าการทำโปรแกรม Thermage

ข้อดีของโปรแกรม Thermage

  • ใช้พลังงาน RF ระดับสูง จึงสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยให้ผิวกระชับ รูขุมขนดูเล็กลง และปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น ซึ่งเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้
  • หลังทำสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 20% และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นภายใน 2-6 เดือน
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี จึงถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว
  • สามารถช่วยลดไขมันใต้ผิวบางส่วน ทำให้กรอบหน้าดูชัดและใบหน้าดูเรียวขึ้น
  • ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย.ไทย ในด้านความปลอดภัย

ข้อเสียของโปรแกรม Thermage

  • ระหว่างทำอาจรู้สึกเจ็บหรือร้อนลึกกว่าการทำโปรแกรม Oligio เนื่องจากใช้พลังงานสูงกว่า แม้ว่าเทคโนโลยี Thermage FLX จะช่วยลดความรู้สึกเจ็บลงได้
  • ราคาการรักษาของโปรแกรม Thermage ค่อนข้างสูงกว่าโปรแกรม Oligio
  • หลังทำบางรายอาจมีความรู้สึกเสียวหรือระบมเล็กน้อยใต้ผิว ซึ่งมักหายได้เองภายในประมาณ 3-10 วัน

โปรแกรม Oligio กับ Thermage FLX เลือกอะไรดีกว่ากัน?

โดยทั่วไปโปรแกรม Oligio มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มหัตถการยกกระชับผิวที่ช่วยปรับสภาพผิว ลดริ้วรอย และฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ในขณะที่โปรแกรม Thermage FLX เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่มีพลังงานสูงกว่า และโดดเด่นด้านการยกกระชับผิวที่ชัดเจนและยาวนานกว่า อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้โปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม Thermage ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ ปัญหาผิว และเป้าหมายของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ DSK Clinic ทีมแพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงหน้าและสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด ช่วยให้การยกกระชับได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและตรงกับปัญหาผิวของคนไข้แต่ละคน

ข้อควรระวังก่อน-หลังทำโปรแกรม Oligio กับ Thermage มีอะไรบ้าง?

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Oligio และ Thermage

  • งดใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือ Retinol ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดจัด หรือกิจกรรมที่อาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือผิวไหม้แดดก่อนทำหัตถการ
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีขึ้น
  • หากมีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาใดอยู่ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนการรักษา

การดูแลตัวเองทำโปรแกรม Oligio และ Thermage

  • งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือ Retinol ประมาณ 1 สัปดาห์หลังทำ
  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ เป็นประจำทุกวัน
  • ดูแลผิวด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ และทามอยส์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยคงผลลัพธ์ให้นานขึ้น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความร้อนสูง เช่น การอบซาวน่า หรือทรีตเมนต์ความร้อน ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำโปรแกรม Oligio และ Thermage

แม้ว่าโปรแกรม Oligio และ Thermage จะเป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก FDA แต่หลังทำอาจพบอาการข้างเคียงเล็กน้อยได้ในบางราย เช่น ผิวแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำหัตถการ ซึ่งมักเกิดขึ้นชั่วคราวและหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-3 วัน นอกจากนี้บางคนอาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือมีอาการจี๊ดเล็กน้อยใต้ผิวจากพลังงาน RF ที่กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวลึก โดยเฉพาะบริเวณผิวที่บอบบางอย่างรอบดวงตาหรือกรอบหน้า ซึ่งโดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน

ทำไมต้องเลือกทำ Oligio และ Thermage ที่ DSK Clinic?

ทำไมต้องเลือกทำ Oligio และ Thermage ที่ DSK Clinic

DSK มีเครื่องยกกระชับหลากหลายทั้ง Ulthera, Thermage, Oligio, Sculptra, Radiesse, Profhilo, Potenza และ Filler เรามีทีมแพทย์ที่เข้าใจ และ Customize ทำให้เราเลือกเครื่องมือและเทคนิคได้เหมาะสม นอกจากนี้เรายังพัฒนาเทคนิคตลอดเวลา ทั้งจากงานวิจัย และจากการศึกษาเรียนรู้อัปเดตเทคนิคจากทั่วโลก

โดยเฉพาะการทำ Oligio ทีมแพทย์ของ DSK Clinic ได้รับเกียรติให้เป็นแพทย์ผู้ฝึกสอน (Trainer) ที่ช่วยถ่ายทอดเทคนิคการใช้งานที่ถูกต้องและทันสมัยให้กับแพทย์ทั่วประเทศ ความเชี่ยวชาญนี้ยังการันตีด้วยรางวัล Thailand Rising Star ในฐานะคลินิกที่มีจำนวนเคส Oligio สูงที่สุดในประเทศอีกด้วยครับ

เครื่องมือที่ดีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่หัวใจสำคัญที่สุดคือ “เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์” ที่ DSK Clinic เราเชื่อว่าคนไข้แต่ละคนมีปัญหาและโครงสร้างผิวที่แตกต่างกัน การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปยิงเหมือนกันทุกคนจึงไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้

เราจึงพัฒนาเทคนิค “Advanced Custom Technique” ขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วย

  1. Custom Analysis : แพทย์จะทำการวิเคราะห์ปัญหาผิวของคุณอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความหย่อนคล้อย
  2. Custom Plan : เรามีเทคโนโลยีระดับ Gold Standard ครบครัน ทั้ง Ulthera, Thermage, Oligio, Potenza และกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง Sculptra และ Radiesse ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่ “เหมาะสม” กับปัญหาของคุณได้จริง โดยไม่ยึดติดกับเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่ง
  3. Custom Technique : แพทย์จะออกแบบการยิงพลังงาน ทั้งค่าพลังงาน จำนวนช็อต และทิศทางการยิงให้เข้ากับโครงสร้างใบหน้าของคุณโดยเฉพาะ เพื่อดึงประสิทธิภาพของเครื่องออกมาได้สูงสุดและปลอดภัยที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio และ Thermage

หมอได้รวบรวมคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับ Oligio vs Thermage มาตอบให้แบบกระชับครับ

1. Oligio หรือ Thermage ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ทั้งสองเครื่องถูกออกแบบมาให้ทำเพียงครั้งเดียวก็เห็นผล โดยจะเห็นผลลัพธ์ทันทีประมาณ 20% ว่าผิวดูกระชับขึ้น และจะเห็นผลชัดเจนเต็มที่ในเดือนที่ 2-3 หลังการสร้างคอลลาเจนใหม่

2. Oligio หรือ Thermage ควรทำบ่อยแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของ Thermage สามารถคงอยู่ได้นาน 1 ปี จึงแนะนำให้ทำซ้ำปีละครั้ง ส่วน Oligio ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี แนะนำให้ทำซ้ำทุก ๆ 6-12 เดือน (ขึ้นกับจำนวนชอตที่ทำ) เพื่อคงสภาพผิวที่ดีไว้

3. ทำ Oligio หรือ Thermage แล้วต้องพักฟื้นหรือไม่?

ทั้งสองเทคโนโลยีนี้ ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น หลังทำอาจมีอาการผิวแดงอมชมพูได้บ้าง แต่จะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

4. ทำ Oligio หรือ Thermage ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?

สามารถทำได้ครับ การทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น Ulthera หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยการวางแผนลำดับการรักษาที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

5. Oligio กับ Thermage ราคาเท่าไหร่?

โดยทั่วไป Thermage เป็นเทคโนโลยีระดับพรีเมียมและมีราคาสูงกว่า ส่วน Oligio จะมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและโปรโมชันของแต่ละคลินิกครับ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโปรโมชันของ DSK ได้ที่ https://dskclinic.com/promotions/

6. ใครบ้างที่ไม่ควรทำ Oligio และ Thermage?

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker) หรือมีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ต้องการทำการรักษา ควรงดเว้นการทำหัตถการนี้

สรุปบทความ

การเลือกระหว่าง Oligio vs Thermage ไม่ได้มีคำตอบว่าตัวไหน “ดีกว่า” กันอย่างสิ้นเชิง แต่มีคำตอบว่าตัวไหน “เหมาะกับคุณ” มากกว่ากัน หากคุณเป็นคนอายุน้อยที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อย มีไขมันที่แก้มเยอะ หรือกังวลเรื่องความเจ็บ Oligio ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์และคุ้มค่า แต่หากคุณมีปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยที่ชัดเจน ต้องการการฟื้นฟูผิวที่ทรงพลังและผลลัพธ์ที่ยาวนาน Thermage ก็ยังคงเป็นมาตรฐานระดับสูงที่น่าลงทุน

ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมาจากการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ที่ DSK Clinic เราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาผิวเฉพาะบุคคล ทีมแพทย์ของเราพร้อมให้คำปรึกษาและเลือกสรรเทคโนโลยีที่ดีและเหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจและปลอดภัยสูงสุดครับ

จองคิวปรึกษาแพทย์ DSK Clinic
banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
เตือนภัย! แฉกลโกงคลินิกเสริมความงาม
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook ฟรี
bg-bt-contact-2-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา