DSK Clinic I The Customized Clinic
outro-ulthera (2)
blog-Side-CTA

โปรแกรม Oligio VS โปรแกรม Ultraformer ต่างกันยังไง เลือกยกกระชับแบบไหนให้ตอบโจทย์

DSK Editorial team
บทความโดย
DSK Editorial team
สิงหาคม 19, 2026
โปรแกรม Oligio VS โปรแกรม Ultraformer

ผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือแก้มเริ่มมีเหนียง เป็นปีฯหาผิวหนังที่ทำให้หลายคนกังวล และเริ่มมองหาตัวช่วยยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งโปรแกรม Oligio VS โปรแกรม Ultraformerเป็นสองหัตถการที่หลายคนแนะนำ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer ต่างกันยังไง แล้วควรเลือกทำแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ปัญหาผิวที่มีอยู่ บทความนี้ DSK Clinic จะพาไปดูตั้งแต่หลักการทำงาน ความแตกต่างแบบจุดต่อจุด ไปจนถึงว่าใครเหมาะกับโปรแกรมไหน

Key takeaway

  • โปรแกรม Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF ลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยกระชับผิวพร้อมลดไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง
  • โปรแกรม Ultraformer ใช้พลังงานอัลตราซาวด์เข้มข้นสูง (HIFU) ยิงพลังงานลงถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่ลึกกว่าชั้นไขมัน ช่วยยกกระชับโครงหน้าให้คมชัดขึ้น
  • ทั้งสองโปรแกรมทำร่วมกันได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินลำดับและระยะเวลาที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละคน
  • โปรแกรม Oligio ช่วยเรื่อง …
  • โปรแกรม Oligio ควรทำกี่ช็อต

ทำความรู้จัก 2 เทคโนโลยียกกระชับ หัตถการทั้งสองนั้นช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ก่อนไปดูว่าโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer ต่างกันยังไง ลองมาทำความเข้าใจหลักการทำงานของแต่ละโปรแกรมกันก่อน เพราะแม้จะเป็นโปรแกรมยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละชนิดและเข้าถึงผิวคนละชั้น

โปรแกรม Oligio คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร?

โปรแกรม Oligio คือโปรแกรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงชนิด Monopolar RF ที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง กระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและสร้างใหม่ ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาแน่น กระชับขึ้น พร้อมช่วยลดไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียงไปในตัว ระหว่างทำเครื่องจะควบคุมอุณหภูมิผิวชั้นบนด้วยระบบ Cooling ทำให้รู้สึกอุ่น ๆ มากกว่าร้อนแสบ

โปรแกรม Ultraformer คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร?

โปรแกรม Ultraformer คือโปรแกรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์เข้มข้นสูง หรือ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ที่ยิงพลังงานเป็นจุดโฟกัสขนาดเล็กประมาณ 0.5-1 มิลลิเมตร ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ทำให้เกิดการหดตัวและกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกกระชับโครงหน้าให้คมชัดขึ้น เก็บกรอบหน้า ลดเหนียง โดยไม่ต้องผ่าตัด

โปรแกรม Oligio VS โปรแกรม Ultraformer ต่างกันยังไง? เทียบชัด ๆ จุดต่อจุด

โปรแกรม Oligio VS โปรแกรม Ultraformer ต่างกันยังไง

เมื่อเข้าใจหลักการทำงานคร่าว ๆ แล้ว มาดูกันแบบละเอียดว่าโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer ต่างกันในแต่ละด้านอย่างไรบ้าง

ประเภทพลังงานที่ใช้

โปรแกรม Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงชนิด Monopolar RF ซึ่งกระจายความร้อนเป็นวงกว้างในชั้นผิว ส่วนโปรแกรม Ultraformer จะใช้พลังงานอัลตราซาวด์เข้มข้นสูงแบบเฉพาะจุด (HIFU) ที่รวมพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ ก่อนยิงเรียงเป็นเส้นตามแนวที่ต้องการ

ระดับความลึกชั้นผิวที่ทำการรักษา

โปรแกรม Oligio ลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ยังไม่ถึงชั้น SMAS ส่วนโปรแกรม Ultraformer มีหัวยิงหลายระดับความลึกให้แพทย์เลือกใช้ตามบริเวณ ทำให้สามารถลงลึกได้ตั้งแต่ชั้นไขมันไปจนถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่ลึกกว่าที่โปรแกรม Oligio เข้าถึง

กลไกผลลัพธ์การยกกระชับ

โปรแกรม Oligio กระจายพลังงานความร้อนไปทั่วบริเวณที่ทำ กระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิวไปพร้อมกัน ทำให้ผิวแน่นขึ้นทั้งบริเวณ ส่วนโปรแกรม Ultraformer เน้นยิงพลังงานลงชั้น SMAS โดยตรง ทำให้ชั้นเนื้อเยื่อนั้นหดตัวทันทีและยกกระชับโครงหน้าให้เห็นเป็นแนวชัดเจนขึ้น

ความรู้สึกขณะทำหัตถการ

โปรแกรม Oligio มีระบบ Cooling ช่วยลดความร้อนสะสมที่ผิวชั้นบน ทำให้ระหว่างทำรู้สึกอุ่น ๆ มากกว่าเจ็บแปลบ ส่วนโปรแกรม Ultraformer อาจรู้สึกตึงหรือร้อนวูบตามแนวที่ยิงพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณกรามและโหนกแก้มที่มีชั้นไขมันบาง ความรู้สึกจะแตกต่างกันไปตามความไวของผิวแต่ละคน

ระยะเวลาเห็นผลและผลลัพธ์

หลังทำโปรแกรม Oligio จะเห็นผลบางส่วนได้ทันที และเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 3-6 เดือน เพราะคอลลาเจนต้องใช้เวลาสร้างและจัดเรียงตัวใหม่ ส่วนโปรแกรม Ultraformer จะเห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 20% และเห็นผลเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือน โดยผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมจะค่อย ๆ จางลงตามธรรมชาติ ควรทำซ้ำตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำเพื่อคงผลลัพธ์ไว้

โปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer แต่ละหัตถการเหมาะกับใคร?

โปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer แต่ละหัตถการเหมาะกับใคร

นอกจากเรื่องเทคโนโลยีและกลไกการทำงานแล้ว การเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมายของตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน

โปรแกรม Oligio เหมาะกับใครบ้าง?

  • คนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ยังไม่ถึงขั้นต้องการยกโครงหน้าแบบเห็นผลชัดมาก เพราะโปรแกรม Oligio เน้นกระชับผิวชั้นตื้นถึงชั้นไขมัน เหมาะกับการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวมมากกว่าการปรับโครงหน้า
  • คนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียง อยากให้กรอบหน้าดูเรียวขึ้น เพราะพลังงานความร้อนจากโปรแกรม Oligio ช่วยลดไขมันสะสมใต้ผิวไปพร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจนได้ในโปรแกรมเดียว
  • คนที่กังวลเรื่องความเจ็บและอยากได้โปรแกรมที่ใช้เวลาไม่นาน   ระบบ Cooling ของโปรแกรม Oligio ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างทำ

โปรแกรม Ultraformer เหมาะกับใครบ้าง?

  • คนที่ต้องการปรับโครงหน้าให้คมชัดขึ้น เก็บกรอบหน้า ลดเหนียงแบบเห็นผลชัดเจน เพราะโปรแกรม Ultraformer ยิงพลังงานลงถึงชั้น SMAS โดยตรง ซึ่งเป็นชั้นที่มีผลต่อโครงสร้างใบหน้ามากกว่าชั้นผิวตื้น
  • คนที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก พลังงานที่รวมจุดแบบเฉพาะเจาะจงช่วยให้เห็นผลการยกกระชับได้ชัดกว่าการกระจายพลังงานแบบวงกว้าง
  • คนที่พอรับความรู้สึกตึงหรือร้อนวูบระหว่างทำได้ เนื่องจากพลังงานที่ยิงลงชั้น SMAS อาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิวมากกว่าโปรแกรมที่มีระบบ Cooling ช่วยลดความร้อน

ทำโปรแกรม Oligio คู่กับโปรแกรม Ultraformer ร่วมกันได้ไหม?

โปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer สามารถทำควบคู่กันได้ เนื่องจากพลังงานของทั้งสองโปรแกรมทำงานคนละชั้นผิว โปรแกรม Ultraformer จะเน้นยกกระชับที่ชั้น SMAS ซึ่งอยู่ลึกกว่า ส่วนโปรแกรม Oligio จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมันสะสมในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว การทำร่วมกันจึงช่วยให้เห็นผลทั้งในแง่โครงหน้าที่ยกขึ้นและผิวที่แน่นเรียบเนียนขึ้นไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินสภาพผิวและวางแผนระยะห่างระหว่างการทำแต่ละโปรแกรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ทำโปรแกรม Oligio ที่ DSK ดีอย่างไร?

ถ้าถามว่าทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี DSK เป็นอีกหนึ่งคลินิกที่ให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิวเป็นรายบุคคลก่อนเริ่มโปรแกรมเสมอ เพราะ DSK Clinic เราเชื่อว่าปัญหาผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน และมีระดับความหย่อนคล้อยและปริมาณไขมันสะสมที่ต่างกัน การตั้งค่าพลังงานและจำนวนช็อตจึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกันทุกเคส แต่ควรประเมินเป็นเคส ๆ ไป

รีวิวทำโปรแกรม Oligio ที่ DSK Clinic

สรุปบทความ

โปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer ต่างเป็นโปรแกรมยกกระชับผิวที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้พลังงานคนละชนิดและเข้าถึงผิวคนละชั้น โปรแกรม Oligio เหมาะกับคนที่อยากฟื้นฟูผิวให้แน่นขึ้นพร้อมลดไขมันสะสม ส่วนโปรแกรม Ultraformer เหมาะกับคนที่ต้องการยกโครงหน้าให้คมชัดขึ้น การเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับตัวเองควรพิจารณาจากสภาพผิว เป้าหมาย และคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก หากสนใจสามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @dskinclinic

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer ต้องใช้จำนวนกี่ช็อตถึงจะเห็นผล?

จำนวนช็อตที่ใช้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและความรุนแรงของปัญหาผิวของแต่ละคน จำนวนช็อตที่ใช้จึงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่ควรเข้ามาให้แพทย์ประเมินจำนวนที่เหมาะสมตามสภาพผิวจริงของแต่ละคน

ทำโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer แล้วหน้าบวมไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่?

ทั้งสองโปรแกรมไม่ต้องพักฟื้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ แต่หลังทำอาจมีรอยแดงหรือรู้สึกตึงบริเวณที่รักษาได้บ้างในช่วงแรก ซึ่งมักจะดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วัน ขึ้นอยู่กับความไวของผิวแต่ละคน แต่ในช่วงหลังทำหัตถการควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัดหรือแสงแดดโดยตรงในช่วงแรกหลังทำ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น

หากมีงบจำกัด ควรเลือกทำโปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม Ultraformer ดีกว่ากัน?

ราคาของทั้งสองโปรแกรมขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนช็อตที่ใช้ในแต่ละครั้ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิวและเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์เป้าหมายหลักก่อน แล้วค่อยพิจารณาเพิ่มโปรแกรมเสริมภายหลังตามความเหมาะสมของงบประมาณได้

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
รู้จักเครื่องยกกระชับ คลิปเดียวจบ!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-2-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา