เปปไทด์ลดน้ำหนักคืออะไร ทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร ทำไมถึงช่วยลดหุ่นได้
การฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะคนที่ลดน้ำหนักได้ยาก หิวบ่อย หรือคุมความอยากอาหารไม่ได้ แม้จะดูแลตัวเองทั้งการคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วก็ตาม ปัจจุบันจึงมีการนำการฉีดเปปไทด์มาใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยดูแลรูปร่างและควบคุมน้ำหนัก ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าเปปไทด์ลดน้ำหนักคืออะไร มีการทำงานอย่างไร และสงสัยว่าเปปไทด์ลดน้ำหนักเหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จะพาไปไขข้อสงสัยกัน
Key takeaway
- เปปไทด์ลดน้ำหนัก คือสารที่เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย ช่วยลดความหิว อิ่มเร็วขึ้น และควบคุมความอยากอาหาร จึงเหมาะกับคนที่ลดน้ำหนักได้ยากหรือหิวบ่อย
- เปปไทด์มีหลายชนิด เช่น Liraglutide, Semaglutide และ Tirzepatide มีจุดเด่นและระยะเวลาออกฤทธิ์ต่างกัน ควรให้แพทย์ช่วยประเมินความเหมาะสม
- การใช้เปปไทด์ควบคู่กับการคุมอาหารและออกกำลังกาย จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดโอกาสเกิดโยโย่เอฟเฟกต์
- ก่อนใช้ปากกาควบคุมน้ำหนักควรเลือกคลินิกที่ใช้ยาของแท้ มีแพทย์ดูแล และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
- ราคาเปปไทด์ลดน้ำหนัก (Mounjaro) ขึ้นอยู่กับขนาดโดสที่แพทย์ประเมิน โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 16,000 บาท สำหรับ 5 mg และ 25,000 บาท สำหรับ 10 mg
เปปไทด์คืออะไร?

เปปไทด์ (Peptide) คือสารที่เกิดจากกรดอะมิโนหลายตัวเชื่อมต่อกัน ซึ่งถือเป็นหน่วยสำคัญของโปรตีนในร่างกาย โดยร่างกายสามารถสร้างเปปไทด์ได้หลายชนิดเพื่อช่วยควบคุมการทำงานต่าง ๆ เช่น การหลั่งฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ และความรู้สึกอิ่ม สำหรับการลดน้ำหนัก เปปไทด์ที่ถูกพูดถึงส่วนใหญ่คือเปปไทด์สังเคราะห์ที่ออกแบบมาเพื่อเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนธรรมชาติในลำไส้ เช่น GLP-1 เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะช่วยส่งสัญญาณไปยังสมองให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น อิ่มนานขึ้น และลดความอยากอาหาร จึงช่วยให้ควบคุมปริมาณการกินและลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น
เปปไทด์ลดน้ำหนัก VS ปากกาควบคุมน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร?
หลายคนมักสับสนระหว่างเปปไทด์ลดน้ำหนักกับปากกาควบคุมน้ำหนัก ว่าแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองอย่างมีความเกี่ยวข้องกัน โดยเปปไทด์ลดน้ำหนัก”คือสารออกฤทธิ์หรือตัวยาที่ช่วยควบคุมความอยากอาหารและการเผาผลาญของร่างกาย ส่วนปากกาควบคุมน้ำหนัก คืออุปกรณ์สำหรับฉีดยาที่ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีลักษณะคล้ายปากกา ดังนั้นเวลาที่ฉีดปากกาลดน้ำหนัก ก็คือการนำตัวยาเปปไทด์เข้าสู่ร่างกายนั่นเอง
เปปไทด์ลดน้ำหนักมีแบบไหนบ้าง?
ปัจจุบันเปปไทด์สำหรับควบคุมน้ำหนักที่ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อฮอร์โมน GLP-1 และ GIP ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวกับความอิ่ม ความอยากอาหาร และระบบเผาผลาญของร่างกาย โดยตัวยาที่ได้รับความนิยมหลัก ๆ มี 3 ชนิด ดังนี้
- Liraglutide (ลิรากลูไทด์) เปปไทด์กลุ่ม GLP-1 ที่ต้องฉีดทุกวัน ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็ว และช่วยให้ควบคุมปริมาณการกินได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างที่หลายคนคุ้นชื่อคือ Saxenda
- Semaglutide (เซมากลูไทด์) เป็นเปปไทด์ GLP-1 ที่ถูกพัฒนาให้มีระยะเวลาออกฤทธิ์ยาวนานขึ้น จึงใช้เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ช่วยควบคุมความหิวและสนับสนุนการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Wegovy
- Tirzepatide (ทิร์เซพาไทด์) เปปไทด์รุ่นใหม่ที่ทำงานแบบ Dual Action โดยออกฤทธิ์ทั้งต่อ GIP และ GLP-1 พร้อมกัน ช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่ม ลดการกินจุกจิก และช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน โดยใช้ในรูปแบบฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และมีผลการศึกษาที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักที่โดดเด่น
เปปไทด์ลดน้ำหนักมีกระบวนการทำงานอย่างไร?
การฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักจะเข้าไปช่วยควบคุมระบบต่าง ๆ ในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความหิวและการเผาผลาญ โดยมีกลไกสำคัญหลัก ๆ ดังนี้
- ทำให้อิ่มนานขึ้น ตัวยาจะช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารออกจากกระเพาะ ส่งผลให้อาหารย่อยช้าลง จึงรู้สึกอิ่มนานและลดการกินจุกจิกหรือกินมื้อถัดไปมากเกินจำเป็น
- ช่วยลดความอยากอาหาร เปปไทด์จะออกฤทธิ์ต่อสมองในส่วนที่ควบคุมความหิว ทำให้รู้สึกอิ่มง่ายขึ้น ลดความอยากกินระหว่างวัน และช่วยควบคุมปริมาณอาหารได้ดีขึ้น
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เปปไทด์บางชนิดมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินหลังรับประทานอาหาร ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีความสมดุลมากขึ้น ลดอาการหิวบ่อยหรืออยากของหวาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ง่าย
เปปไทด์ควบคุมน้ำหนักเหมาะกับใครบ้าง?

ผู้ที่อาจเหมาะกับการใช้เปปไทด์เพื่อควบคุมน้ำหนักมีดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาหิวบ่อย กินจุกจิก หรือควบคุมความอยากอาหารได้ยาก
- ผู้ที่เคยลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ผลลัพธ์ไม่ต่อเนื่อง หรือกลับมาโยโย่ (Yo-Yo Effect) ได้ง่าย
- ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ซึ่งอยู่ในเกณฑ์โรคอ้วน
- ผู้ที่มีค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป ร่วมกับภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง
ผลข้างเคียงของเปปไทด์ลดน้ำหนักมีอะไรบ้าง?
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกพะอืดพะอม โดยเฉพาะในช่วงเริ่มใช้ยา
- ท้องอืด แน่นท้อง เรอบ่อย หรืออาหารย่อยช้าลง
- ท้องผูกหรือท้องเสียในบางราย
- เบื่ออาหาร ทำให้รับประทานได้น้อยลงกว่าปกติ
- อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือไม่มีแรง หากกินอาหารน้อยเกินไป
- ระคายเคืองหรือมีรอยแดงบริเวณที่ฉีด
- ในบางกรณีอาจมีภาวะน้ำตาลต่ำ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ร่วมกับยาควบคุมเบาหวานบางชนิด
- หากใช้โดยไม่มีการดูแลจากแพทย์ อาจเสี่ยงต่อการใช้ยาไม่เหมาะสมหรือเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้
เปปไทด์ลดน้ำหนัก อันตรายไหม?
การฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักถือว่ามีความปลอดภัย หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และใช้ยาที่ผ่านการรับรองจาก อย. อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหรืออันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ หากใช้อย่างไม่เหมาะสม เช่น
- สั่งซื้อยามาฉีดเองจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เสี่ยงต่อการได้รับยาปลอมหรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ใช้ยาโดยไม่มีการประเมินสุขภาพหรือคำนวณขนาดยาที่เหมาะสม
- ใช้ในผู้ที่มีข้อห้าม เช่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์บางชนิดในครอบครัว หรือผู้ที่เคยมีภาวะตับอ่อนอักเสบ
- เพิ่มขนาดยาเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือร่างกายอ่อนเพลียได้มากขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนใช้เปปไทด์ลดน้ำหนักมีอะไรบ้าง?
- ควรดูแลเรื่องอาหารและการออกกำลังกายควบคู่กัน เพราะการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับยาเพียงอย่างเดียว โดยควรเน้นรับประทานโปรตีนให้เพียงพอเพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ
- ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมระหว่างวัน เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้หรือท้องผูก
- ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยา เพื่อวางแผนการรักษาและปรับขนาดยาให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน
- ไม่ควรปรับขนาดยา หรือเพิ่มปริมาณการฉีดด้วยตนเอง ควรใช้ยาตามคำแนะนำและระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
เปปไทด์ควบคุมน้ำหนัก ปรึกษาที่ไหนดี?

- มีแพทย์ประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการรักษาและปรับขนาดยาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
- ใช้ตัวยาที่ผ่านการรับรองจาก อย. และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- มีการตรวจสุขภาพหรือซักประวัติก่อนเริ่มโปรแกรม โดยเฉพาะโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
- ไม่เน้นขายยาเพียงอย่างเดียว แต่มีการแนะนำเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย และการดูแลระยะยาวร่วมด้วย
- มีการติดตามผลหลังเริ่มใช้ยา เพื่อประเมินผลลัพธ์และเฝ้าระวังผลข้างเคียง
- เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน สะอาด และสามารถให้คำแนะนำได้เมื่อเกิดอาการผิดปกติ
- ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ขายยาออนไลน์ ไม่มีแพทย์ดูแล หรือโฆษณาเกินจริง เช่น ผอมเร็วโดยไม่ต้องคุมอาหาร หรือเลือกปรึกษาสถานพยาบาลที่มีราคาเปปไทด์ควบคุมน้ำหนักที่ถูกเกินความเป็นจริง
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเปปไทด์ลดน้ำหนัก
ฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักแล้วจะเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ (Yo-Yo Effect) ไหม?
สามารถเกิดได้ หากหยุดยาแล้วกลับไปมีพฤติกรรมการกินแบบเดิมหรือไม่ดูแลเรื่องอาหารและการออกกำลังกายร่วมด้วย ดังนั้นการลดน้ำหนักให้ยั่งยืน ควรปรับพฤติกรรมควบคู่กับการใช้ยา และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
ฉีด Peptide ลดน้ำหนักทำให้หน้าแก่จริงไหม?
ในบางคนที่น้ำหนักลดลงค่อนข้างเร็ว อาจทำให้ไขมันบนใบหน้าลดลงตามไปด้วย จนดูตอบหรือโทรมลงได้ แต่ไม่ได้เกิดจากเปปไทด์ลดน้ำหนักทำให้หน้าแก่โดยตรง หากคนไข้มีการวางแผนลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลผิวและโภชนาการ ก็สามารถลดโอกาสเกิดปัญหานี้ได้
ยาลดน้ำหนัก VS เปปไทด์ลดน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร?
ยาลดน้ำหนักทั่วไปบางชนิดออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทเพื่อลดความหิว ซึ่งอาจทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ หรือปากแห้งได้ ส่วนการฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักจะเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกาย ช่วยควบคุมความอิ่มและความอยากอาหาร จึงเป็นอีกแนวทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน
ฉีดเปปไทด์ลดน้ำหนักร่วมกับการทำหัตถการสลายไขมันได้ไหม?
สามารถทำร่วมกันได้ในบางกรณี โดยเปปไทด์คุมน้ำหนักจะช่วยควบคุมน้ำหนักและลดไขมันโดยรวม ส่วนหัตถการสลายไขมันจะช่วยจัดการไขมันเฉพาะจุดที่คนไข้กังวลได้ แต่ควรให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมของร่างกายและวางแผนการรักษาร่วมกันก่อนทำการรักษา เพื่อให้แพทย์ประเมินชั้นผิว และปัญหาเกี่ยวกับไขมันสะสม เพราะบางทีคนไข้อาจจะรู้สึกว่าตัวเองมีไขมันเยอะ แต่หากไม่แสกนเพื่อประเมินชชั้นผิวหนังก่อน อาจะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว ไขมันมีมากน้อยเพียงใด และเหมาะกับเครื่องยกกระชับเครื่องไหน จึงต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินการรักษา และเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด
เปปไทด์ลดน้ำหนัก ราคาเท่าไหร่?

ราคาโปรแกรม Mounjaro หรือเปปไทด์ลดน้ำหนักของ DSK Clinic จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับขนาดโดสที่แพทย์ประเมิน ความต่อเนื่องของการรักษา รวมถึงการตอบสนองของร่างกายในแต่ละคน เพื่อให้การควบคุมน้ำหนักเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยราคาเริ่มต้นของโปรแกรม มีดังนี้
- โปรแกรม Mounjaro 5 mg ราคาเริ่มต้น 16,000 บาท
- โปรแกรม Mounjaro 10 mg ราคาเริ่มต้น 25,000 บาท

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!
