DSK Clinic I The Customized Clinic
outro-ulthera (2)
blog-Side-CTA

โปรกรม Sculptra VS Radiesse ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี

พญ. สุธิมา ศรีศิลปกิจ (หมอซิน) ว.55738
บทความโดย
พญ. สุธิมา ศรีศิลปกิจ (หมอซิน) ว.55738
พฤศจิกายน 23, 2023

คุณหมอขอสรุป Sculptra VS. Radiesse อะไรดีกว่ากัน

  • ข้อดีของโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse คือตัวยาเป็น Biostimulator ทั้งคู่ เมื่อฉีดเข้าร่างกาย สามารถย่อยสลายได้หมด ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์
  • โปรแกรม Radiesse เป็นการกระตุ้นการฉีดผิวแบบทั่ว ๆ ไป คือการนำมาเจือจางก่อน จะให้ผลลัพธ์ที่คล้าย ๆ กับโปรแกรม Sculptra ซึ่งมันจะไม่ได้เติมเต็มผิวทันที โดยการฉีดจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแพทย์ผู้ประเมินอาการ ว่าเหมาะสมกับการฉีดแบบใด
  • โปรแกรม Sculptra ที่ 1 ขวด และโปรกรม Radiesse ที่ 2 หลอด จะสร้างคอลลาเจนได้พอ ๆ กัน แต่ โปรแกรม Radiesse จะได้อีลาสตินที่มากกว่า 
  • การทำโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ที่ DKS Clinic เน้นการรักษาโดยยึดหลักการ Customization หรือการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล การรักษาที่ผ่านการ “วิเคราะห์ วางแผน และเลือกเทคนิคการรักษาเพราะปัญหาผิวของทุกคนมีความแตกต่างกัน”
Sculptra VS. Radiesse เทียบคนละหมัด ตัวท็อปหน้าเด็ก 2 ค่ายดัง

Alt Text : โปรแกรม Profhilo ต่างจากปรแกรม Sculptra ยังไง

หลาย ๆ คนมีคำถามว่าโปรแกรม Profhilo ต่างจากปรแกรม Sculptra ยังไง ก่อนอื่นต้องบอกว่าสารโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse มีจุดร่วม คือมันเป็นยาที่กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมา คือคอลลาเจน โดยที่ยา 2 ตัวนี้พอมันสร้างคอลลาเจนขึ้นมาแล้ว มันก็จะทำให้ร่องต่าง ๆ บนผิวหน้า เต็มขึ้นแทนที่การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ได้ พอคอลลาเจนมากขึ้น ก็จะเกิดผิวที่เฟิร์ม และเกิดผิวที่ยืดหยุ่นมากขึ้นโดย โปรแกรม Sculptra และ โปรแกรม Radiesse เป็นคู่แข่งกันในต่างประเทศมาอย่างยาวนาน โปรแกรม Radiesse มาจากบริษัท Merz Aesthetics ส่วนโปรแกรม Sculptra ก็มาจากบริษัท Galderma โดยเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมา

บทความนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นว่าทั้งโปรแกรม Radiesse และโปรแกรม Sculptra ยาทั้ง 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ตัวไหนดีกว่ากัน และมีวิธีการใช้อย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

องค์ประกอบของตัวยา

องค์ประกอบของตัวยา

ตัวยาทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็น Biostimulator ทั้งคู่ ฉีดเพื่อเพิ่มเนื้อ สร้างวอลลุ่มให้ผิว ลดเลือนริ้วรอย เมื่อฉีดเข้าร่างกาย สามารถย่อยสลายได้หมด (Biodegradable sustain) ไม่เหมือนโปรแกรม filler ที่เมื่อสลายไปแล้วก็ยังตกค้างในร่างกายอยู่บ้าง

โปรแกรม Radiesse คืออะไร

RADIESSE

โปรแกรม RADIESSE® (เรเดียสซ์) เป็นสารฉีดบริเวณผิวหนังที่ไม่ใช่กรดไฮยาลูโรนิก ปริมาตร 1.5 ซีซี มีส่วนประกอบหลักของ CaHA (Calcium Hydroxylapatite – แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์) ที่สังเคราะห์ขึ้นกระจายตัวอยู่ในเจล มีส่วนประกอบของน้ำ (น้ำกลั่นสำหรับยาฉีด USP), กลีเซอริน (USP), Sodium Carboxymethylcellulose (โซเดียมคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส) (USP) โดยเจลจะถูกปลดปล่อยในชั้นผิวและจะถูกเนื้อเยื่ออ่อนเจริญแทนที่ ในขณะที่ CaHA จะยังคงอยู่ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการฟื้นฟูสภาพผิว และการเติมเต็มเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผิวหนังแบบระยะยาวที่กึ่งถาวร

โปรแกรม Sculptra คืออะไร

โปรแกรม Sculptra คือสารกลุ่ม Biostimulator ที่ออกฤทธิ์ในการกระตุ้นเนื้อเยื่อ Collagen , Elastin และ Hyaluronic acid ใต้ผิวหนัง โดยมีองค์ประกอบคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่มีประโยชน์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง ซึ่งโมเลกุล PLLA มีการกระตุ้นเซลล์ fibroblast ผ่านการทำงานของ Macrophage และ กระตุ้นให้เกิดคอลลาเจนมาล้อมรอบตัวมากขึ้นในตลอดระยะเวลา 2 ปี

                                                                                                                             

การออกฤทธิ์ของสาร กลไกการกระตุ้นคอลลาเจน  

โปรแกรม Sculptra จะออกฤทธิ์ผ่านกระบวนการอักเสบในระดับเซลล์ (Subclinical inflammation) ส่งสัญญาณไปกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว และเซลล์เม็ดเลือดขาวจะส่งสัญญาณไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบาสต์ (Fibroblast) เพื่อสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน

ในขณะที่โปรแกรม Radiesse จะเข้าไปจับกับ Fibroblast โดยตรง และกระตุ้นให้ Fibroblast เริ่มสร้างเส้นใยคอลลาเจนในปริมาณที่มากขึ้น

ทั้งนี้ ยังไม่มีงานวิจัยที่บ่งชี้ชัดเจนว่า กลไลที่ต่างกันนี้ กลไกแบบไหนมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ประเด็นในการเลือกตัวยาสองตัวนี้ จึงอยู่ที่การเลือกให้เหมาะสมกับปัญหามากกว่า  

จุดที่เหมือนกันระหว่าง Sculptra VS. Radiesse

จุดที่เหมือนกันระหว่างโปรแกรม Sculptra VS. โปรแกรม Radiesse 

ทั้งโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ทำงานโดยการฉีดลงภายใต้ผิวหนัง หลังจากนั้นก็จะเกิดกลไกกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้น  เส้นใยเหล่านี้เมื่อมีมากขึ้นก็จะช่วยเติมเต็มริ้วรอย บริเวณที่ผิวมีการยุบตัวให้กลับมาเต็มขึ้น รวมถึงทำให้มีผิวหนังแน่นเฟิร์มกระชับมากขึ้น มีความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น พูดง่าย ๆ เหมือนเป็นการย้อนวัยผิวหนังให้เด็กลง และทำให้ผิวหนังมีความหนาตัวมากขึ้นนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง Sculptra VS. Radiesse

ความแตกต่างระหว่างโปรแกรม Sculptra VS. โปรแกรม Radiesse

มีหนึ่งเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดครับว่า “โปรแกรม Sculptra เป็นขวดที่บรรจุผง ต้องมีการผสมน้ำเกลือ ส่วน โปรแกรม Radiesse ต้องฉีดผ่านไซริงค์แบบโปรแกรมฟิลเลอร์เลย” ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งข้อที่ถูกและผิด เพราะจริง ๆแล้วโปรแกรม Radiesse สามารถฉีดได้หลายแบบ

  • หวังผลการเติมเต็มทันที เราสามารถฉีดเหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์ได้เลย คือใช้ 1 หลอดเติมเต็มผิวบริเวณนั้นเลย ร่องต่าง ๆ ก็จะเต็มขึ้นทันทีจากเนื้อเจล และคงอยู่ได้นาน 3-6 เดือน หลังจากเนื้อเจลเริ่มสลาย การสร้างเส้นใยของผิวจะเริ่มมาแทนที่
  • หวังผลการกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณกว้าง ใช้โปรแกรม Radiesse มาผสมน้ำให้เจือจาง (Diluted หรือ Hyperdiluted) ฉีดในบริเวณกว้าง หรือบริเวณที่เป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนในบริเวณกว้างขึ้น

พูดง่าย ๆ ว่าหากเป็นการกระตุ้นการฉีดผิวแบบทั่ว ๆ ไป คือการนำมาเจือจางก่อน จะให้ผลลัพธ์ที่คล้าย ๆ กับ โปรแกรม Sculptra ซึ่งมันจะไม่ได้เติมเต็มผิวทันที โดยการฉีดจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแพทย์ผู้ประเมินอาการ ว่าเหมาะสมกับการฉีดแบบใด

โปรแกรม Sculptra vs โปรแกรม Radiesse เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Sculptra
    • ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าตอบ ผิวฝ่อตัว หรือสูญเสียวอลลุ่มบนใบหน้า
    • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึกให้กลับมาแน่นกระชับในระยะยาว
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่เหมาะกับโปรแกรม Radiesse
    • ผู้ที่มีปัญหาผิวแก่ก่อนวัย ผิวไม่กระชับ
    • ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าเริ่มสูญเสียคอลลาเจน อีลาสติน ผิวไม่ดี ขาดการบำรุง
    • ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย
    • ผู้ที่มีผิวหนังขาดความชุ่มชื้น หมองคล้ำ
    • ผู้ที่มีร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รอยย่นรอบปาก
    • ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาความเหี่ยวย่นบริเวณหลังมือ คอ และเนินอก
    • ผู้ที่มีต้องการแก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน มีรูขุมขนกว้าง ผิวหน้าขรุขระ

การเตรียมตัวก่อนฉีด และการดูแลหลังฉีด

เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนทั้งสองชนิดออกมามีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนทำหัตถการและการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

โปรแกรม Sculptra

การเตรียมตัวก่อนฉีด 

  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • งดรับประทานยาและวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น แอสไพริน, NSAIDs, น้ำมันปลา, วิตามินอี) อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติการแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าทุกครั้ง

การดูแลหลังฉีด

  • นวดหน้าตามหลัก Triple 5 (นวดวันละ 5 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน) เพื่อช่วยให้ยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า หรือการใช้เครื่องสำอางที่ต้องสัมผัสใบหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่าหรืออบไอน้ำ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกเพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • งดทาครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบริเวณรอยเข็มเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดและแสงยูวีให้มากที่สุด จนกว่าอาการบวมและแดงจะหายเป็นปกติ
  • หากต้องการทำหัตถการอื่นบนใบหน้า แนะนำให้เว้นช่วงเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

โปรแกรม Radiesse

การเตรียมตัวก่อนฉีด 

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่
  • งดรับประทานยาที่ทำให้เลือดแข็งตัว เช่น ยากลุ่ม NSAIDs หรือแอสไพริน
  • ควรงดสครับผิว หรือหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เพื่อป้องกันการอักเสบ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งหากมีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ หรือยาที่รับประทานเป็นประจำ

การดูแลหลังฉีด

  • สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมแดงหลังทำการรักษาได้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือลูบคลำบริเวณที่ทำการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงภายใน 12 ชั่วโมงหลังทำ
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังทำ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดยากลุ่มแอสไพริน หรือ NSAIDs อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน การอบไอน้ำ และการเข้าซาวน่า ประมาณ 2 สัปดาห์

เรื่องเข้าใจผิดระหว่างโปรแกรม Sculptra VS. โปรแกรม Radiesse

หลาย ๆ บอกว่าโปรแกรม Radiesse ฉีดเพียงครั้งเดียว แต่โปรแกรม Sculptra ต้องฉีดหลายครั้ง เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะการฉีดโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับความเสียหายของผิวและขึ้นอยู่กับอายุ ยิ่งคุณอายุมากคุณอาจจะต้องการการฉีดหลายครั้ง ยิ่งคุณอายุน้อยคุณอาจจะต้องการการฉีดจำนวนน้อยกว่า

สรุปง่าย ๆ

  • โปรแกรม Radiesse ใช้ประมาณ 2 หลอดต่อ 1 ครั้ง และ การฉีดเริ่มที่ 1-3 ครั้ง 
  • โปรแกรม Sculptra ก็เช่นเดียวกัน ใช้ตั้งแต่ 1 ถึง 2 ขวดต่อ 1 ครั้ง 1-3 ครั้งแล้วแต่อายุ 

ดังนั้นการฉีด 1 หลอดต่อทุกอายุ 1 ครั้งแต่อยู่ยาวไปเลย 2 ปี นั้นไม่เป็นความจริง ขึ้นอยู่กับระดับปัญหา และระดับอายุของเราด้วย

เรื่องเข้าใจผิดระหว่าง Sculptra VS. Radiesse

ตารางเปรียบเทียบโปรแกรม SCULPTRA VS โปรแกรม RADIESSE

หัวข้อโปรแกรม SCULPTRAโปรแกรม RADIESSE
องค์ประกอบPLLA (Poly-L-Lactic Acid) เป็นสารสังเคราะห์จากพืชที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายCaHA (Calcium Hydroxylapatite) องค์ประกอบคล้ายกระดูกตามธรรมชาติ
หลักการทำงานกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้ไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ไปกระตุ้นคอลลาเจนกระตุ้นคอลลาเจนผ่านเซลล์ Fibroblast โดยตรง
วิธีการฉีดเป็นผงมาในขวด ผสมจนได้ปริมาตร 10 cc/1 ขวด ฉีดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่เป็นเนื้อเจลในหลอดคล้ายฟิลเลอร์ สามารถฉีด ได้ 2 แบบ1. ฉีดแทนโปรแกรมฟิลเลอร์ในบริเวณที่ต้องการโปรแกรมฟิลเลอร์เนื้อแข็ง2. ผสมเจือจางในอัตราส่วนต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ทั่ว ๆ (Diluted, Hyperdiluted)
ตำแหน่งที่ฉีดขมับ แก้มตอบ หน้าแก้ม ทั่วแก้ม กรอบหน้าทั่วหน้า ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องคาง มือ
ระดับการกระตุ้นคอลลาเจน*⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐
ระดับการกระตุ้น Elastin⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐
เหมาะสมกับปัญหาผิวไม่เรียบ ไม่ยืดหยุ่น ผิวไม่เฟิร์ม ริ้วรอย ร่องแก้ม แก้มตอบ ขมับตอบ หลุมสิว รูขุมขน ผิวแก่
การใช้ร่วมกับเครื่องมือยกกระชับอื่น ๆโปรแกรม Ultherapy โปรแกรม Potenza โปรแกรม Thermage เสริมเครื่องมือยกกระชับได้ดียิ่งขึ้นหากมีการใช้ร่วมกัน
ใช้ร่วมกับการรักษาหลุมสิวช่วยเติมเนื้อจริง ๆ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น (ควรใช้เทคนิคการฉีดพิเศษ ควบคู่กับการรักษาหลุมสิว)
จำนวนครั้ง /จำนวนขวดที่ต้องฉีด1-2 ขวด ต่อ 1 ครั้ง1-3 ครั้ง ขึ้นกับอายุ และปัญหา1-3 หลอด ต่อ 1 ครั้ง1-3 ครั้ง ขึ้นกับอายุและปัญหา
ระยะเวลาเริ่มเห็นผล1 เดือนหากฉีดแบบโปรแกรมฟิลเลอร์เห็นผลทันที แต่หากฉีดแบบ Biostimulator รอการสร้างคอลลาเจนที่ 1 เดือน
ความยาวนานของผลลัพธ์ (Duration)25 เดือน18 เดือน
ราคา/ขวด หรือ หลอด35,000 บาท / ขวด36,000 บาท / หลอด
สรุปจุดเด่นที่เหนือกว่า1. กระตุ้นคอลลาเจนเหนือกว่า2. ผลลัพธ์ยาวนานกว่า1. มีฤทธิ์เติมเต็มทันที หากใช้งานแบบ โปรแกรม Filler2. ฉีดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องคาง และมือได้

ผลการวิจัยโปรแกรม Sculptra VS. โปรแกรม Radiesse ตัวไหนกระตุ้นคอลลาเจนได้มากกว่ากัน

ขออธิบายก่อนว่าในทางวิทยาศาสตร์การที่จะเทียบประสิทธิภาพของ 2 สาร จะต้องมีการทดลองที่จะนำมาเทียบกันอย่างชัดเจน อาจจะไม่สามารถใช้งานวิจัยอัน A เทียบกับงานวิจัยอัน B ได้ เพราะวิธีทางการวิจัยก็มีการทำที่แตกต่างกัน

แต่มีงานวิจัยตัวหนึ่งที่นำโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse มาเทียบกันชัด ๆ โดยที่ทดลองกับท้องแขนข้างนึง ฉีดด้วยโปรแกรม Sculptra และอีกข้างนึงฉีดด้วยโปรแกรม Radiesse หลังจากนั้นก็มีการวัดค่าต่าง ๆ มากมาย ปรากฏว่าได้กราฟออกมาตามนี้

จากภาพ ผลลัพธ์หลังจากผ่านไป 3 เดือน พบว่าผิวใต้ท้องแขนฝั่งซ้ายที่ฉีด PLLA เห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องของความหย่อนที่ดี และเส้นรอบวงเล็กลง

Sculptra VS. Radiesse

โปรแกรม Radiesse 

โปรแกรม Sculptra

จากกราฟจะพบว่าโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้พอ ๆ กัน แต่ โปรแกรม Radiesse จะกระตุ้นอีลาสตินได้มากกว่า แต่อย่าเพิ่งเชื่องานวิจัยนี้ทันที เพราะว่า… 

“รู้ไหมครับว่าเขาใช้ปริมาณยาเท่าไหร่ในการวิจัยครั้งนี้ ? ”

ผลลัพธ์ที่เราเห็นจากกราฟนี้ เขาใช้โปรแกรม Sculptra 1 ขวด และโปรแกรม Radiesse 2 หลอดต่อการฉีดท้องแขน 1 ข้างเท่ากัน ดังนั้นงานวิจัยนี้จะยังสรุปผลได้ไม่ชัดเจนว่าโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ในปริมาณเท่า ๆ กัน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

ดังนั้น การทดลองนี้สรุปได้เพียงว่าโปรแกรม Sculptra ที่ 1 ขวด และโปรแกรม Radiesse ที่ 2 หลอด จะสร้างคอลลาเจนได้พอ ๆ กัน แต่โปรแกรม Radiesse จะได้อีลาสติน ที่มากกว่า

และจากข้อมูลที่มีตอนนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทั้งโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse สามารถกระตุ้นได้ทั้งคอลลาเจน และอีลาสตินได้ดีทั้งคู่

ความยาวนานของผลลัพธ์โปรแกรม Sculptra VS.โปรแกรม Radiesse

ถ้าเอาตามคำเคลมของบริษัทเลยโปรแกรม Sculptra จะเคลมมากกว่า 24 เดือน ส่วนโปรแกรม Radiesse จะเคลมที่ประมาณ 12-18 เดือน หรือประมาณ 1 ปีครึ่ง ทั้งโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ก็มีผลงานวิจัยที่ออกมาบอก ว่าอาจจะอยู่ได้นานกว่านั้น เพราะว่าทั้ง 2 ตัว สามารถสร้างเนื้อเยื่อของเราขึ้นมาเองตามธรรมชาติ

ดังนั้นขึ้นอยู่กับคน ๆ นั้น สร้างคอลลาเจนได้ดีไหม ในต่างประเทศทั้ง 2 ตัว ก็มีงานวิจัยว่าสามารถอยู่ได้ยาวนานมากกว่า 3 ปี ก็มีเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถดูแลตัวหลังฉีดได้มากแค่ไหน เพื่อทำให้การคงตัวของสารอยู่กับเรานาน 

สามารถฉีดร่วมกันได้ไหม ทั้งโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse

สามารถฉีดร่วมกันได้โดยเลือกบริเวณที่ฉีดตามความเหมาะสม โดยแพทย์จะสามารถแนะนำจุดที่ฉีดร่วมกันบนใบหน้าได้ สำหรับผิวที่ย้วย มีปัญหามาก อาจจะใช้โปรแกรม Sculptra แต่ถ้าอยากเน้นการกระตุ้นอีลาสติน อยากให้ผิวนุ่มเหมือนเด็ก ก็อาจจะใช้โปรแกรม Radiesse ถ้าฉีดคนละบริเวณกัน สามารถฉีดพร้อมกันได้เลย แต่ถ้าฉีดบริเวณเดียวกันควรรออย่างน้อย 1-3 เดือน นะครับ และค่อยมาฉีด

บริเวณที่ฉีดได้ตามโปรโตคอลประเทศไทย

หมอขออนุญาตยึดโปรโตคอลของไทยมาก่อนแล้วกันนะครับ ถ้าเป็นโปรแกรม Sculptra จะมีการฉีดด้านข้าง และหน้าแก้มครับ  เช่น บริเวณขมับ กราม ขากรรไกร และหน้าแก้ม ปัจจุบันโปรแกรม Sculptra ในเมืองไทย ไม่แนะนำให้ฉีดร่องแก้ม และคาง แต่ในต่างประเทศก็มีงานวิจัยในร่องแก้มเช่นกัน แต่ปัจจุบันในเมืองไทยยังไม่ได้ถูกแนะนำและเป็น Standard protocal

ในขณะที่โปรแกรม Radiesse ในเมืองไทย สามารถฉีดบริเวณร่องแก้มได้ และก็ฉีดร่องน้ำหมากได้ ในจุดนี้ตามโปรโตคอลเมืองไทยโปรแกรม Sculptra ยังฉีดไม่ได้นะครับ

สรุปเลือกฉีดอะไรดี ถึงจะดีกับเรา

ยาแต่ละตัวไม่ได้มีอันไหนดีกว่าอันไหนอย่างชัดเจน แต่ละตัวก็มีข้อดี ข้อเสียของมัน เราต้องหยิบข้อดีของมันมาใช้ให้ถูกจุด ใช้ยามากใช้ยาน้อย ระยะเวลาเห็นผลที่กี่เดือน เราไม่สามารถนำตัวเลขเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรงนะครับ ขึ้นอยู่กับปัญหาที่เรามี ควรไปปรึกษาแพทย์กันก่อนแล้วค่อยเลือกนะครับว่าเรา เหมาะกับตัวไหน

สำหรับใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยา 2 ตัวนี้ หรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถทักมาปรึกษากับทางคลินิกได้เลยนะครับ

รีวิวโปรแกรม Radiesse

Radiesse, DSK clinic
Woman Case after inject Radiesse for 2 weeks01

รีวิวโปรแกรม Sculptra

ทำไมต้องฉีดโปรแกรม Radiesse กับโปรแกรม Sculptra ที่ DSK Clinic

DSK Clinic เป็นคลินิกที่มีบริการด้านยกกระชับ และปรับรูปหน้า มีทีมแพทย์ผิวหนังที่เข้าใจเทคโนโลยีด้านการยกกระชับจริง ๆ จึงสามารถแนะนำคนไข้ได้ว่าเลือกใช้ Biostimulator ตัวไหน หรือเครื่องมือไหน ในการปรับรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นทั้งโปรแกรม Sculptra หรือโปรแกรม Radiesse ให้คนไข้ได้รับสิ่งที่เหมาะและผลลัพธ์ที่ดี

โดยเฉพาะกับโปรแกรม Radiesse กับโปรแกรม Sculptra ที่เป็นยาตัวใหม่ในไทย เรารักษาด้วยเทคนิคการฉีด ที่สามารถให้คำปรึกษา และออกแบบการแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดด้วย Biostimulator

 โปรโมชันโปรแกรม Radiesse และโปรแกรม Sculptra 

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวคุณด้วยโปรแกรม Radiesse และโปรแกรม Sculptra ในราคาสุดพิเศษ! เราได้จัดเตรียมแพ็กเกจสุดคุ้มที่ตอบโจทย์ทุกการปรับรูปหน้าและฟื้นฟูโครงสร้างผิว เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียน กระชับ อย่าพลาดโอกาสดูแลตัวเองด้วยความคุ้มค่า สามารถอัปเดตราคาล่าสุดและเช็กโปรโมชันสุดพิเศษประจำเดือนของเราได้ที่นี่!

DSK CLINIC มั่นใจ ยาแท้ ปลอดภัย 100%
ติดต่อ สอบถาม จองคิว
เพิ่มเพื่อน

คำถามที่พบบ่อย

อายุ 20 ฉีดโปรแกรม Sculptra หรือโปรแกรม Radiesse ได้ประโยชน์ไหม

สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปียังมีคอลลาเจนตามธรรมชาติสูง การฉีดอาจยังไม่จำเป็นมากนัก แต่สามารถทำได้เพื่อเน้นปรับคุณภาพผิวให้แน่นกระชับ หรือป้องกันริ้วรอยก่อนวัย แต่ควรเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อประเมินสภาพผิว แล้วเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม

อายุ 40 เลือกโปรแกรม Sculptra หรือโปรแกรม Radiesse อะไรดีกว่า คุ้มค่ากว่า

เมื่อเข้าสู่วัย 40+ สามารถเลือกทำได้ทั้งโปรแกรม Sculptra และโปรแกรม Radiesse ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เหมาะกับทั้งคู่ หากต้องการเห็นวอลลุ่มทันทีและเน้นผิวยืดหยุ่นนุ่มเด้ง แนะนำโปรแกรม Radiesse แต่หากต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบค่อยเป็นค่อยไปและผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนาน แนะนำโปรแกรม Sculptra 

โปรแกรม Sculptra กับโปรแกรม Radiesse ต่างกันยังไง?

ทั้งสองโปรแกรมเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ที่สลายได้หมดครับ จุดต่างคือโปรแกรม Radiesse จะช่วยเติมเต็มผิวทันทีพร้อมกระตุ้นอีลาสติน ส่วนโปรแกรม Sculptra เน้นกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อผิวแน่นในระยะยาว

โปรแกรมฉีด Sculptra กับโปรแกรม Radiesse พร้อมกัน/ร่วมกันได้ไหม?

การตัดสินใจว่าควรทำโปรแกรมไหน หรือควรทำพร้อมกันไหม ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว โดยแพทย์มักแนะนำให้ฉีดในบริเวณที่ต่างกันบนใบหน้า แต่หากต้องการฉีดทั้งสองตัวในบริเวณเดียวกัน ควรเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1-3 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องฉีดกี่ครั้ง?

โปรแกรม Radiesse ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง ส่วนโปรแกรม Sculptra อยู่ได้นานกว่า 2 ปี โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 1-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับปัญหาผิวและอายุของผู้รับบริการร่วมด้วย

อายุเท่าไหร่ควรเริ่มฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน?

แนะนำให้เริ่มดูแลได้ตั้งแต่อายุ 25-30 ปีขึ้นไปครับ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนได้ลดลง การฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันความหย่อนคล้อย และรักษาสภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัตถการฉีดเจ็บไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน?

ก่อนทำหัตถการแพทย์จะมีการใช้ยาชาบริเวณที่ทำ เพื่อช่วยลดความเจ็บครับ หลังฉีดอาจมีอาการบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ ยุบและหายไปเอง และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นครับ

หลังจากฉีดโปรแกรม Sculptra แล้วต้องนวดไหม?

หลังจากฉีดโปรแกรม Sculptra ต้องนวดหน้าตามหลัก Triple 5 เป็นการนวดครั้งละ 5 นาที นวด 5 ครั้ง/วัน นาน 5 วัน) เพื่อกระจายตัวยา นอกจากนี้หลังฉีดควรดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความร้อนจัด และทากันแดดสม่ำเสมอ

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
รู้จักเครื่องยกกระชับ คลิปเดียวจบ!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-2-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา