โปรแกรม TheraFill คืออะไร คอลลาเจนสดช่วยอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่?
เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวจะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย และดูไม่สดใส ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมที่มุ่งฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างโปรแกรม TheraFill (เทราฟิล) คอลลาเจนสดชนิดฉีด ที่ได้รับความสนใจด้วยคุณสมบัติช่วยเสริมโครงสร้างผิวและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักโปรแกรม TheraFill Collagen ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดเด่น ข้อแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่น ผู้ที่เหมาะกับการรักษา รวมถึงราคาและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด เพื่อช่วยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเองมากที่สุด
Key takeaway
- โปรแกรม TheraFill คือโปรแกรมฉีดคอลลาเจนสด (Atelocollagen Type I) ที่ช่วยเติมเต็มพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิว เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน
- โปรแกรมคอลลาเจนสด TheraFill เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ผิวบาง ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน แน่น และยืดหยุ่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ที่ไม่อยากเติมโปรแกรมฟิลเลอร์
- ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม TheraFill จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย จึงไม่ให้ลุคแข็งหรือบวมเหมือนการเติมเต็มปริมาตรเพียงอย่างเดียว
- แนะนำฉีดคอลลาเจนสดโปรแกรม TheraFill เป็นประมาณ 2-3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน โดยแพทย์จะประเมินจำนวนครั้งให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรม TheraFill คืออะไร จุดเด่นของคอลลาเจนสดมีอะไรบ้าง?

โปรแกรม TheraFill คือคอลลาเจนสดชนิด Atelocollagen สำหรับฉีดฟื้นฟูผิวหน้าโดยเฉพาะ ผลิตจากคอลลาเจนบริสุทธิ์ Type I ที่สกัดจากสัตว์ (หมู) และผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ในระดับสูง จึงมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์ ช่วยเติมเต็มริ้วรอย พร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูผิวจากภายในให้ดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ซึ่งจุดเด่นของโปรแกรม TheraFill คือการใช้เทคโนโลยี High Purity Atelocollagen ซึ่งช่วยลดส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ นอกจากนี้โปรแกรม TheraFill Collagen ยังมีจุดเด่นดังนี้
- คอลลาเจนสดสำหรับฉีดโดยเฉพาะ (Injectable Collagen) มีโครงสร้างใกล้เคียงคอลลาเจนในผิวมนุษย์ ช่วยเติมเต็มริ้วรอยและฟื้นฟูคุณภาพผิว
- ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สูง ลดส่วนที่อาจกระตุ้นการแพ้ จึงไม่จำเป็นต้องทดสอบผิว (Skin Test) ก่อนฉีดในผู้รับบริการส่วนใหญ่
- ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย รวมถึง KMFDS, GMP, CE และ NET
- โมเลกุลขนาดเล็กระดับนาโน ประมาณ 0.45 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเส้นเลือดฝอย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือดเมื่อฉีดด้วยเทคนิคที่เหมาะสมโดยแพทย์
- รู้สึกเจ็บน้อยขณะทำ เพราะมีส่วนผสมของยาชา Lidocaine 3 mg/ml ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ นอกจากช่วยเติมเต็มผิวแล้ว โปรแกรม TheraFill ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานมากกว่า 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล
โปรแกรม TheraFill ช่วยเรื่องอะไร?
โปรแกรม TheraFill เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวและแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจน โดยช่วยทั้งการเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน แข็งแรง และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยสามารถช่วยดูแลปัญหาต่าง ๆ ได้แก่
- ฟื้นฟูผิวใต้ตา ช่วยเติมเต็มบริเวณที่ยุบตัวเล็กน้อย ลดความไม่เรียบเนียน ลดความคล้ำที่เกิดจากผิวบาง และช่วยให้ใต้ตาดูสดใสขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอย เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ริ้วรอยรอบปาก รอยย่นระหว่างคิ้ว และริ้วรอยตื้น ๆ บนใบหน้า
- แก้ไขบริเวณที่สูญเสียปริมาตรเล็กน้อย เช่น ใต้ตาหรือจุดที่ผิวยุบตัวไม่มาก ให้ผิวดูเต็มขึ้นโดยไม่เน้นการเพิ่มวอลุ่มมากเกินไป
- เพิ่มความอิ่มฟูและความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ยืดหยุ่น และมีความโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- ปรับสภาพหลุมสิวและแผลเป็นบุ๋มบางประเภท โดยช่วยเติมเต็มร่วมกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
โปรแกรม TheraFill เหมาะกับใครบ้าง?

โปรแกรม TheraFill เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวและลดเลือนริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างหรือรูปหน้ามากจนเกินไป โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้
- ผู้ที่มี ริ้วรอยตื้นถึงปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ร่องข้างจมูก ริ้วรอยรอบปาก หรือร่องมุมปาก
- ผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพผิว และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเรียบเนียน กลมกลืนกับเนื้อเยื่อโดยรอบ
- ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูสดชื่นและอ่อนเยาว์ขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของใบหน้าเดิมไว้
- ผู้ที่ต้องการลดความไม่เรียบเนียนของผิว เช่น หลุมสิวตื้น ริ้วรอย หรือผิวที่เริ่มสูญเสียคอลลาเจนตามวัย
- ผู้ที่เน้นฟื้นฟูผิวมากกว่าการปรับรูปหน้า เนื่องจากโปรแกรม TheraFill เหมาะกับการลดริ้วรอยและปรับคุณภาพผิว ส่วนผู้ที่ต้องการเติมวอลุ่มหรือปรับโครงหน้าอย่างชัดเจน เช่น คาง กราม หรือโหนกแก้ม แพทย์อาจแนะนำโปรแกรม HA Filler ให้เหมาะกับปัญหามากกว่า
โปรแกรม TheraFill ต้องฉีดบ่อยไหม และอยู่ได้นานเท่าไหร่?
การฉีดโปรแกรม TheraFill คอลลาเจนขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายการรักษาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปหลังฉีด 1 ครั้ง สามารถเห็นผลลัพธ์และคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาจะต่างกันไปตามบริเวณที่รักษา อายุ คุณภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเผาผลาญของร่างกาย
แต่สำหรับผู้ที่มีการสูญเสียคอลลาเจนหรือปริมาตรผิวค่อนข้างมาก เช่น ผิวบาง ผิวเหี่ยว หรือมีความหย่อนคล้อยชัดเจน แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดโปรแกรม TheraFill 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1-3 เดือน เพื่อให้การฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในครั้งถัดไปอาจใช้ปริมาณผลิตภัณฑ์น้อยกว่าครั้งแรกตามการประเมินของแพทย์ ซึ่งหลังทำครบตามแผนการรักษา ผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน และสามารถเข้ารับการทำ Maintenance เป็นระยะตามการประเมินของแพทย์ เพื่อช่วยคงคุณภาพผิวและผลลัพธ์ให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้น
โปรแกรม TheraFill กี่วันเห็นผล มีอาการบวมไหม?
หลังฉีดโปรแกรม TheraFill อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ตึง หรือแดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติและมักดีขึ้นภายใน 1-3 วัน จากนั้นผลลัพธ์หลังฉีดจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามกระบวนการฟื้นฟูของผิว โดยในช่วง 1 สัปดาห์แรก ปริมาตรที่เห็นทันทีหลังฉีดอาจลดลง เนื่องจากส่วนประกอบที่เป็นน้ำถูกดูดซึมตามธรรมชาติ ต่อ มาประมาณ 1 เดือน ผิวจะเริ่มรู้สึกแน่น กระชับ และยืดหยุ่นมากขึ้นจากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเมื่อครบประมาณ 3 เดือน จะเห็นผลลัพธ์ของการฟื้นฟูผิวและการลดเลือนริ้วรอยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้อควรรู้ในการฉีดโปรแกรม TheraFill มีอะไรบ้าง?
ข้อควรระวังก่อนฉีดโปรแกรม TheraFill
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ควรแจ้งแพทยืก่อนฉีดทุกครั้ง
- ผู้ที่มีประวัติแพ้คอลลาเจน แพ้โปรตีนจากสัตว์ หรือแพ้ยาชา Lidocaine ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
- หากมีการติดเชื้อ แผลอักเสบ สิวอักเสบ หรือผื่นบริเวณที่จะฉีด ควรรักษาให้หายก่อน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
ผลข้างเคียงหลังฉีดโปรแกรม TheraFill
- มีรอยแดง บวม หรือกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-3 วัน
- อาจมีรอยช้ำจากเข็มในบางราย และจะค่อย ๆ จางลงภายใน 1-2 สัปดาห์
- ในช่วงแรกอาจรู้สึกตึงหรือสัมผัสได้ถึงผลิตภัณฑ์ใต้ผิวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ กลมกลืนกับเนื้อเยื่อ
- หากมีอาการบวมมาก ปวดรุนแรง ผิวซีดหรือม่วงผิดปกติ หรือมีอาการที่ไม่ดีขึ้น ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
ตารางเปรียบเทียบโปรแกรม TheraFill ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์
| หัวข้อ | โปรแกรม Therafill | โปรแกรม HA Filler |
| สารสำคัญ | Atelocollagen จากคอลลาเจนสุทธิ์ชนิดผ่านการลดการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Porcine Atelocollagen) | Hyaluronic Acid (HA) |
| หลักการทำงาน | เติมเต็มพร้อมช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิวตามธรรมชาติ | เติมเต็มเนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มปริมาตรในตำแหน่งที่ต้องการ |
| ลักษณะผลลัพธ์ | ผิวดูแน่นขึ้น เนียนขึ้น และค่อย ๆ ฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ | เพิ่มวอลลุ่มและปรับรูปทรงได้ทันทีหลังทำ |
| ระยะเวลาคงผล | โดยเฉลี่ยประมาณ 3-6 เดือน | โดยเฉลี่ยประมาณ 6-24 เดือน (ขึ้นกับชนิดผลิตภัณฑ์และตำแหน่งที่ฉีด) |
| ความปลอดภัย | เหมาะกับการฉีดตื้น ลดโอกาสเกิดก้อน และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่ำ | ต้องอาศัยการประเมินและเทคนิคการฉีดที่เหมาะสม เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือดได้ |
| จุดเด่น | ฟื้นฟูโครงสร้างผิว พร้อมเติมเต็มในเวลาเดียวกัน ให้สัมผัสเป็นธรรมชาติ | เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้รวดเร็ว และสามารถออกแบบสัดส่วนใบหน้าได้ |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวและเติมเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่เน้นเพิ่มวอลุ่มมาก | ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เพิ่มมิติ หรือแก้ไขการยุบตัวของใบหน้าอย่างชัดเจน |
การเตรียมตัวและการดูแลหลังทำโปรแกรม TheraFill
วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรม TheraFill
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ รวมถึงประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการรักษา
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อลดความเสี่ยงของอาการบวมและรอยช้ำ
- งดรับประทานยาหรืออาหารเสริมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือดออกง่าย เช่น Aspirin, Vitamin E, Ginkgo Biloba และกระเทียม ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อมก่อนวันทำหัตถการ
วิธีการดูแลผิวหลังฉีดโปรแกรม TheraFill
- หลีกเลี่ยงการจับ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว
- งดออกกำลังกายหนักประมาณ 24-48 ชั่วโมงหลังทำ
- หลีกเลี่ยงซาวน่า สปา อบไอน้ำ และความร้อนจัดประมาณ 1-2 สัปดาห์
- ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงเมื่อออกกลางแจ้ง
- หากมีอาการบวมหรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่กดหรือคลึงบริเวณที่ฉีด
โปรแกรม TheraFill นวัตกรรมฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว เผยผิวเรียบเนียน

ที่ DSK Clinic เราเชื่อว่าการฟื้นฟูผิวที่ดีไม่ใช่การรักษาแบบเดียวกันสำหรับทุกคน แต่ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล (Customized Treatment) โดยแพทย์จะประเมินทั้งคุณภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการ ก่อนวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
โปรแกรม TheraFill จึงสามารถออกแบบให้ทำเดี่ยวหรือผสานกับหัตถการอื่นได้ตามความจำเป็น เพื่อเสริมผลลัพธ์ด้านการกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูคุณภาพผิว และแก้ไขปัญหาได้อย่างครอบคลุม โดยมุ่งเน้นให้ผิวดูเรียบเนียน แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
หากสนใจโปรแกรม TheraFill สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ DSK Clinic เพื่อรับการวิเคราะห์สภาพผิวและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการมากที่สุด โดยแพทย์จะให้คำแนะนำอย่างละเอียดก่อนเริ่มการรักษาทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม TheraFill
ราคาคอลลาเจนสดโปรแกรม TheraFill ราคาเท่าไหร่?
ที่ DSK Clinic โปรแกรม TheraFill Collagen ราคา 19,990 บาท ต่อ 1 Syringe (1 cc) โดยแพทย์จะประเมินปัญหาผิวและแนะนำปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและคุ้มค่ากับการรักษา
โปรแกรม TheraFill ฉีดแล้วเป็นก้อนไหม?
โดยทั่วไป โปรแกรม TheraFill ไม่ทำให้เกิดก้อน หากฉีดด้วยเทคนิคที่เหมาะสมและประเมินโดยแพทย์ เนื่องจากเป็น Atelocollagen ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม กลืนไปกับผิวได้ดี อย่างไรก็ตาม อาจมีอาการบวมหรือคลำรู้สึกตึงเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อผิวฟื้นตัว
โปรแกรม TheraFill เจ็บไหม?
ระหว่างฉีดโปรแกรม TheraFill อาจรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย โดยก่อนฉีดจะมีการใช้ยาชาเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ ทำให้ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างสบาย หลังทำอาจมีอาการตึง บวม หรือรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน
ฉีดโปรแกรม TheraFill ที่ไหนดีเพื่อความปลอดภัย?
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความปลอดภัยแล้ว ยังมีผลต่อประสิทธิภาพของการรักษาและผลลัพธ์ในระยะยาว ก่อนตัดสินใจฉีดโปรแกรม TheraFill ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษา โดยวิเคราะห์สภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และเลือกเทคนิคที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
- ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ ตรวจสอบได้ พร้อมเปิดให้ตรวจสอบกล่องผลิตภัณฑ์ เลขล็อต และวันหมดอายุก่อนทำ
- คลินิกได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง มีมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย
- มีการออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Customized Treatment) ไม่ใช้แนวทางเดียวกันกับทุกคน และสามารถวางแผนทำร่วมกับหัตถการอื่นได้เมื่อเหมาะสม
- มีการติดตามผลและให้คำแนะนำหลังทำ รวมถึงสามารถปรึกษาแพทย์ได้หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติหลังการรักษา

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
