DSK Clinic I The Customized Clinic
outro-ulthera (2)
blog-Side-CTA

ถุงใต้ตาบวมมีสาเหตุมาจากอะไร รักษาแบบไม่ผ่าตัดด้วยโปรแกรม Thermage Eye

DSK Editorial team
บทความโดย
DSK Editorial team
มิถุนายน 25, 2026

ปัญหาถุงใต้ตาบวมตุ่ยจนดูเหมือนคนอดนอนตลอดเวลา เป็นหนึ่งในอุปสรรคความงามที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเหนื่อยล้า โทรม และแก่กว่าวัยอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลายคนพยายามใช้คอนซีลเลอร์กลบแต่ก็ยังเห็นรอยนูนปูดออกมาชัดเจน ปัญหานี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพผิวและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราด้วย การทำความเข้าใจต้นเหตุของอาการบวมจะช่วยให้เราเลือกวิธีรักษาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยให้เราบอกลาใต้ตาบวมได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

Key takeaway

  • ถุงใต้ตาแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือถุงใต้ตาแท้เกิดจากกรรมพันธุ์และวัยที่ทำให้โครงสร้างผิวเสื่อมสภาพ และถุงใต้ตาเทียมที่อาจเป็นแค่อาการบวมชั่วคราวจากพฤติกรรม เช่น พักผ่อนน้อยหรือภูมิแพ้
  • วิธีแก้ปัญหาถุงใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติช่วยได้แค่ชั่วคราว เช่น การประคบเย็น ทาครีม หรือมาสก์ตา ช่วยลดบวมและบำรุงผิวได้แค่ภายนอก แต่ไม่สามารถสลายก้อนไขมันหรือแก้ปัญหาถุงใต้ตาแท้ในเชิงโครงสร้างได้
  • วิธีรักษาถุงใต้ตาด้วยหัตถการทางการแพทย์แบบไม่ต้องผ่าตัด สามารถทำได้ทั้งโปรแกรม Thermage Eye หรือโปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและปรับโครงสร้างใต้ตาให้เรียบเนียนสดใสขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น

ถุงใต้ตาคืออะไร?

ถุงใต้ตา (Eye Bags) คือลักษณะของผิวหนังบริเวณใต้ขอบตาล่างที่มีการนูนป่องออกมามากกว่าปกติ มีลักษณะเป็นถุงน้ำหรือก้อนไขมันตุ่ย ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมของไขมัน ของเหลว หรือความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่ทำหน้าที่พยุงไขมันไว้ เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนแรงลง ไขมันที่เคยอยู่ลึกลงไปจึงเคลื่อนตัวออกมาด้านหน้า ทำให้เห็นเป็นถุงบวมชัดเจน ส่งผลให้ใบหน้าดูอิดโรยและขาดความสดใส

ประเภทของถุงใต้ตา

ประเภทของถุงใต้ตา

เราสามารถจำแนกปัญหาใต้ตาบวมออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งมีที่มาและลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนี้

ถุงใต้ตาแท้

ถุงใต้ตาแท้เป็นปัญหาที่มักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างร่างกายโดยตรง สาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อลักษณะถุงไขมันใต้ตาที่เด่นชัดมาตั้งแต่เด็ก หรือเกิดจากอายุที่มากขึ้นจนทำให้เส้นเอ็นและผนังกั้นไขมันเสื่อมสภาพ ไขมันจึงยื่นล้นออกมาเป็นถุงถาวร ปัญหานี้มักไม่หายไปเองแม้จะพักผ่อนเพียงพอ และอาจจะต้องใช้หัตถการทางการแพทย์ในการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ถุงใต้ตาเทียม

ถุงใต้ตาเทียมเป็นอาการบวมชั่วคราวที่เกิดจากปัจจัยภายนอกและพฤติกรรมเป็นหลัก เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ การร้องไห้อย่างหนัก หรือการรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงจนร่างกายกักเก็บน้ำไว้ที่เนื้อเยื่อรอบดวงตา รวมถึงอาการบวมจากภูมิแพ้ ปัญหานี้สามารถดีขึ้นได้เองหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือใช้วิธีดูแลเบื้องต้น เพราะไม่ได้เกิดจากการยื่นล้นของถุงไขมันถาวรเหมือนประเภทแรก

ถุงใต้ตา VS ดอลลี่อาย (Dolly Eye) ต่างกันอย่างไร?

หลายคนสับสนระหว่างถุงใต้ตากับดอลลี่อาย แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองอย่างอยู่คนละตำแหน่งและให้ผลลัพธ์ต่อใบหน้าต่างกัน ดอลลี่อายคือกล้ามเนื้อแนวขอบตาที่อยู่ชิดกับขนตาล่าง เมื่อยิ้มจะนูนขึ้นมาช่วยให้หน้าดูเด็กและดวงตาดูหวานละมุน ในขณะที่ถุงใต้ตาจะอยู่ต่ำลงมาและมีขนาดใหญ่กว่า เกิดจากไขมันที่ล้นออกมา ทำให้หน้าดูแก่และโทรม ดังนั้นหากแยกไม่ออกให้สังเกตตำแหน่งที่บวมนูนว่าอยู่ชิดขนตาหรือต่ำลงมานั่นเอง

สาเหตุของถุงใต้ตาเกิดจากอะไร?

สาเหตุของถุงใต้ตา

การที่ใต้ตาของเราบวมตุ่ยออกมานั้น ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวเสมอไป แต่เป็นผลรวมของปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้

ความเสื่อมตามวัย

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวหนังรอบดวงตาที่บางอยู่แล้วเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อยลง ประกอบกับผนังกั้นไขมันใต้ตาที่เคยทำหน้าที่ล็อกก้อนไขมันไว้เริ่มอ่อนแรงลง ไขมันจึงเคลื่อนตัวออกมาอยู่ใต้ผิวหนัง กลายเป็นถุงใต้ตาห้อยย้อยที่เป็นสัญลักษณ์ของความร่วงโรยตามกาลเวลา

โรคประจำตัว

บางครั้งอาการบวมใต้ตาก็เป็นสัญญาณเตือนของสุขภาพภายใน เช่น โรคภูมิแพ้ที่ทำให้เส้นเลือดใต้ตาขยายตัวและเกิดการคั่งของของเหลว หรือโรคไตและโรคหัวใจที่ส่งผลต่อระบบการขับน้ำออกจากร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวมน้ำตามส่วนต่าง ๆ รวมถึงถุงใต้ตาด้วย นอกจากนี้ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อก็มีส่วนทำให้ไขมันสะสมบริเวณรอบดวงตาผิดปกติได้เช่นกัน

พฤติกรรมทำร้ายผิว

ไลฟ์สไตล์ที่เราทำอยู่ทุกวันอาจเป็นตัวการสะสมของถุงใต้ตาได้โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึกเป็นประจำจนระบบไหลเวียนเลือดติดขัด การรับประทานอาหารรสจัดที่มีโซเดียมสูงซึ่งทำให้ร่างกายบวมน้ำ การขยี้ตาแรง ๆ ที่ทำลายเนื้อเยื่อรอบดวงตา หรือแม้แต่การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวใต้ตาอ่อนแอและบวมตุ่ยได้ง่ายขึ้น

วิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติได้ผลจริงไหม?

วิธีธรรมชาติมักได้ผลดีกับถุงใต้ตาเทียมหรืออาการบวมชั่วคราว ซึ่งช่วยบรรเทาอาการให้ดูจางลงได้ในเบื้องต้น

การประคบเย็น/ถุงชา

การประคบเย็นด้วยถุงชาเหมาะสำหรับถุงใต้ตาเทียมที่เกิดจากอาการบวมน้ำหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเย็นและคาเฟอีนจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและลดอาการบวมชั่วคราว แต่ไม่สามารถสลายก้อนไขมันหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างของถุงใต้ตาแท้ได้

การทาครีมบำรุง

การใช้อายครีมสามารถช่วยบำรุงให้ผิวใต้ตามีความชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น เหมาะกับปัญหาผิวรอบดวงตาที่แห้งกร้านหรือมีริ้วรอยตื้น ๆ ตัวครีมจะช่วยเติมความชุ่มชื้นและบำรุงเกราะป้องกันผิวชั้นนอกให้ดูอิ่มฟูขึ้นเพื่อช่วยพรางตา แต่ไม่สามารถแก้ไขความหย่อนคล้อยหรือกำจัดถุงไขมันใต้ตาในเชิงโครงสร้างได้

การมาสก์ตา

การใช้มาสก์ที่มีสารสกัดเข้มข้นหรือแผ่นแตงกวามาแปะไว้ที่ดวงตา จะช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวที่เหนื่อยล้าจากการใช้สายตาหนัก ๆ สารต้านอนุมูลอิสระในมาสก์ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูอิ่มน้ำและกระจ่างใสขึ้น ช่วยลดความเด่นชัดของถุงใต้ตาเทียมที่เกิดจากความเครียดและความอ่อนล้าได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับบรรเทาความอ่อนล้าและเติมน้ำให้ผิวรอบดวงตาที่ขาดความชุ่มชื้นจากการใช้สายตาหนัก ช่วยปลอบประโลมผิวภายนอกให้ดูสดใสขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตาที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูกหรือโครงสร้างชั้นลึกที่เสื่อมสภาพ

วิธีรักษาถุงใต้ตาทางการแพทย์ จากการผ่าตัดสู่นวัตกรรมไม่เจ็บตัว

วิธีรักษาถุงใต้ตาทางการแพทย์

หากวิธีธรรมชาติไม่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะในเคสที่เป็นถุงใต้ตาแท้ การพึ่งพาหัตถการทางการแพทย์คือทางเลือกที่เห็นผลชัดเจนกว่า

การผ่าตัดศัลยกรรมถุงใต้ตา

การผ่าตัดเป็นวิธีคลาสสิกที่ใช้จัดการกับถุงใต้ตาขนาดใหญ่ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยร่วมด้วย แพทย์จะกรีดแผลขนาดเล็กเพื่อเข้าไปตัดไขมันส่วนเกินออกและตัดหนังตาส่วนที่หย่อนคล้อยทิ้งไป วิธีนี้เห็นผลลัพธ์อาจอยู่ได้ในระยะยาว แต่ต้องแลกมาด้วยระยะเวลาพักฟื้น อาการบวมช้ำหลังทำ และความเสี่ยงจากการผ่าตัดหากทำกับแพทย์ที่ไม่ชำนาญ

การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา

สำหรับคนที่มีถุงใต้ตาไม่ใหญ่มากแต่มีร่องใต้ตาลึกร่วมด้วยการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มร่องที่บุ๋มลงไปให้เรียบเนียนเสมอกับส่วนที่นูนออกมา เป็นการปรับระดับผิวให้เสมอกันเพื่อพรางตาไม่ให้เห็นเป็นถุง วิธีนี้ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหน้าดูสดใสขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว

โปรแกรม Thermage Eye

โปรแกรม Thermage Eye เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวรอบดวงตาโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้ผิวหดกระชับขึ้น ความร้อนจากเครื่องจะช่วยจัดระเบียบไขมันและทำให้ผิวที่ย้วยเป็นถุงใต้ตาแน่นกระชับขึ้นได้โดยไม่มีแผล ไม่ต้องใช้เข็ม และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

ข้อควรระวังในการรักษาถุงใต้ตามีอะไรบ้าง?

ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่บอบบางและมีเส้นเลือดอยู่มาก การรักษาถุงใต้ตาจึงควรใช้ความระวัง หากประเมินปัญหาผิดพลาด เลือกวิธีรักษาที่ไม่ตรงจุด เช่น การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ผิดชั้นผิวหรือใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ผิดรุ่น อาจทำให้ถุงใต้ตาดูบวมใหญ่และเป็นก้อนแข็งกว่าเดิม ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังและเลือกทำการรักษาโดยแพทย์เท่านั้น

แนะนำวิธีเลือกคลินิกที่รักษาถุงใต้ตา

การเลือกคลินิกสำหรับรักษาถุงใต้ตาควรพิจารณาหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน ตั้งแต่แพทย์ผู้ทำหัตถการ ที่สามารถประเมินโครงสร้างใบหน้าได้ว่าถุงใต้ตาของคุณเกิดจากกระดูกยุบตัว ไขมันสะสม หรือความหย่อนคล้อย เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด 

นอกจากนี้ คลินิกต้องมีใบอนุญาตให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตรวจสอบได้ รวมถึงควรมีรีวิวจากเคสจริงที่น่าเชื่อถือ และมีมาตรการดูแลติดตามผลหลังการรักษา เพื่อให้คุณได้รับความปลอดภัย

โปรแกรม Thermage Eye ที่ DSK คำตอบที่ดีสำหรับแก้ปัญหาถุงใต้ตาในระยะเริ่มต้น?

โปรแกรม Thermage Eye ที่ DSK Clinic คือหนึ่งในทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาบวม สำหรับผู้ที่เริ่มกังวลกับปัญหา ถุงใต้ตา หนังตาตก หรือรอยตีนกา แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด จุดเด่นที่ทำให้ DSK Clinic แตกต่างคือการวางแผนรักษาแบบเฉพาะบุคคล Customized Plan ซึ่งจะวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียดเพื่อส่งพลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ลงลึกถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน

โปรแกรม Thermage Eye ที่นี่คือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำทับบริเวณเปลือกตาไ ภายใต้การใส่ Eyeshield ป้องกันดวงตา ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดเรียงโครงสร้างผิวใหม่ให้แน่นกระชับขึ้น ผิวรอบดวงตาจะดูเรียบเนียนขึ้นทันทีประมาณ 20% และจะเห็นผลลัพธ์ที่ประณีตชัดเจนที่สุดในช่วงเดือนที่ 3-6 เมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้ดวงตาดูโต สดใส และอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพักฟื้น พร้อมมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าเราได้รับผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

สรุปบทความ

ปัญหาถุงใต้ตาไม่ว่าจะเป็นถุงแท้หรือถุงเทียม ล้วนส่งผลต่อความมั่นใจและทำให้ใบหน้าดูหม่นหมอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโซเดียมและพักผ่อนให้พอเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการได้ แต่สำหรับใครที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โปรแกรม Thermage Eye และการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ดวงตากลับมาสดใส อิ่มฟู และดูอ่อนเยาว์เหมือนเดิมอีกครั้ง โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด 

สำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกที่ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาบวม ถุงใต้ตาใหญ่ DSK Clinic คลินิกเวชกรรม พร้อมออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล และวิเคราะห์หาสาเหตุว่าปัญหาเกิดจากอะไร เพื่อผลลัพธ์ที่ดี สำหรับใครที่สนใจ อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการปรึกษาการรักษาสามารถแอดไลน์เพื่อสอบถามข้อมูลได้ที่ @dskinclinic 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาบวมข้างเดียว เกิดจากอะไร?

อาการถุงใต้ตาบวมข้างเดียวมักไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์หรืออายุ แต่มักเกิดจากการติดเชื้อ เช่น ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ การระคายเคืองจากเครื่องสำอางเข้าตา หรือถูกแมลงกัดต่อย หากมีอาการเจ็บ แดง หรือคันร่วมด้วย ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดและรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้แพ้ตามความเหมาะสม

ถุงใต้ตาในผู้สูงอายุ เกิดจากอะไร?

ถุงใต้ตาในผู้สูงอายุเกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างใบหน้าตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกเบ้าตาจะเริ่มยุบตัวและกว้างขึ้น ประกอบกับเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อที่เคยพยุงไขมันรอบดวงตาเกิดความหย่อนคล้อยและอ่อนแอลง ส่งผลให้ก้อนไขมันที่อยู่ใต้ตาดันตัวนูนออกมาด้านหน้าจนเห็นเป็นถุงนูนชัดเจน ร่วมกับสภาพผิวหนังที่สูญเสียคอลลาเจน จึงทำให้มีริ้วรอยและความเหี่ยวย่นร่วมด้วย

ทำโปรแกรม Thermage Eye กี่ครั้งถึงจะเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน?

การทำโปรแกรม Thermage Eye เพียงครั้งเดียวอาจเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน โดยผลลัพธ์ในการลดบวมของถุงใต้ตาและความกระชับของผิวจะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและอายุของแต่ละคน แนะนำให้ทำปีละครั้งเพื่อคงสภาพความอ่อนเยาว์และป้องกันไม่ให้ถุงไขมันกลับมายื่นล้นออกมาอีกในอนาคต

มีอาการภูมิแพ้แล้วใต้ตาบวม สามารถรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์ได้ไหม?

สามารถรักษาได้ แต่ต้องควบคู่ไปกับการรักษาโรคภูมิแพ้ที่เป็นต้นเหตุด้วย โดยโปรแกรม Thermage Eye หรือโปรแกรมฟิลเลอร์จะช่วยจัดการกับโครงสร้างผิวที่บวมหย่อนไปแล้วให้กลับมาเรียบเนียน แต่หากเรายังขยี้ตาหรือมีอาการแพ้รุนแรงอยู่บ่อย ๆ ผลลัพธ์อาจจะอยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร การรักษาทั้งสองทางพร้อมกันจึงให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนที่สุด

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
รู้จักเครื่องยกกระชับ คลิปเดียวจบ!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-2-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา