เปิดความต่างโปรแกรม Volnewmer vs โปรแกรม Oligio เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิว

หลายคนที่กำลังมองหาโปรแกรมยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด มักเจอสองชื่อที่ถูกพูดถึงคู่กันบ่อย ๆ คือ โปรแกรม Volnewmer และโปรแกรม Oligio ทั้งคู่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุกลุ่มเดียวกัน ทำให้หลายคนสับสนว่าจริง ๆ แล้วต่างกันตรงไหน แล้วแบบไหนที่จะตอบโจทย์ปัญหาผิวของเรามากกว่ากัน บทความนี้เราจะพาไปดูรายละเอียดของโปรแกรม Volnewmer vs โปรแกรม Oligio ตั้งแต่หลักการทำงาน ความแตกต่างด้านเทคนิค ไปจนถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
Key takeaway
- โปรแกรม Volnewmer และโปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF ความถี่ใกล้เคียงกัน แต่ต่างกันที่หัวทิป ระบบความเย็น และความลึกพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อจุดเน้นของผลลัพธ์
- การเลือกที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหาผิวที่เป็นอยู่จริง เช่น ผิวหย่อนคล้อยทั่วหน้าเทียบกับกรอบหน้าไม่ชัดเฉพาะจุด มากกว่าการเลือกตามกระแส เพราะการตั้งค่าพลังงานที่ต่างกันจะให้ผลลัพธ์ที่เน้นคนละจุด ที่ DSK Clinic เริ่มต้นที่ 300 ช็อต ราคา 18,000 บาท
- ที่ DSK แพทย์จะประเมินสภาพผิวด้วยเทคนิคเฉพาะอย่าง UltraSee ก่อนเริ่มโปรแกรม Oligio ทุกครั้ง เพื่อออกแบบพลังงานให้ตรงกับโครงสร้างผิวของแต่ละคน
รู้จักเทคโนโลยี Monopolar RF ของ Volnewmer และโปรแกรม Oligio
Monopolar RF คือคลื่นวิทยุขั้วเดียวที่เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเมื่อส่งเข้าสู่ชั้นผิว ความร้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันที และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนในระยะยาว ผิวจึงค่อย ๆ กระชับขึ้นตามลำดับ ไม่ใช่เห็นผลแบบทันทีทั้งหมดในครั้งเดียว
Volnewmer และโปรแกรม Oligio ต่างก็ใช้ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz เหมือนกัน และส่งพลังงานลงถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวในลักษณะใกล้เคียงกัน และเป็นเหตุผลที่คนไข้มักเปรียบเทียบทั้งสองชื่อนี้คู่กัน แต่รายละเอียดของตัวเครื่อง หัวทิป และระบบเสริมต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน คือสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ระหว่างทำและจุดเน้นของผลลัพธ์ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว หากอยากทำความเข้าใจกลไกของโปรแกรม Oligio แบบละเอียดก่อน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ โปรแกรม Oligio คืออะไร
โปรแกรม Volnewmer VS โปรแกรม Oligio แตกต่างกันอย่างไร

แม้จะอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีเดียวกัน แต่เมื่อเทียบในรายละเอียดจะเห็นว่า Volnewmer และโปรแกรม Oligio ถูกออกแบบมาให้เน้นคนละจุด ทั้งเรื่องความลึกของพลังงาน ลักษณะหัวทิป ระบบทำความเย็น ไปจนถึงจุดเน้นของผลลัพธ์หลังทำ
ความลึกพลังงาน
ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุตรงกันว่า Volnewmer และโปรแกรม Oligio ส่งพลังงานลงถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ระดับความลึกที่ออกแบบไว้ โดยบางแหล่งข้อมูลระบุว่า Volnewmer อาจตั้งค่าความลึกได้ถึงประมาณ 4 มิลลิเมตร ขณะที่โปรแกรม Oligio อยู่ที่ประมาณ 3 มิลลิเมตร ความลึกที่ต่างกันเล็กน้อยนี้ส่งผลต่อจุดเน้นของผลลัพธ์ คือ Volnewmer มักเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวในภาพรวม ส่วนโปรแกรม Oligio เน้นความแม่นยำในการยกกระชับและปรับกรอบหน้า
หัวทิป
หัวทิป (Tip) เป็นอีกจุดที่ทำให้ประสบการณ์การทำแตกต่างกันชัดเจน Volnewmer ใช้หัวทิปผิวทองคำ (Gold Tip) ออกแบบขอบโค้งมนให้แนบกับส่วนโค้งของใบหน้า มีให้เลือกหลายขนาดครอบคลุมทั้งรอบดวงตา แก้ม กรอบหน้า และสัดส่วนอื่น ๆ ส่วนโปรแกรม Oligio ใช้หัวทิปแบบเรียบ (Flat Tip) มีให้เลือก 2 ขนาด คือขนาดใหญ่สำหรับพื้นที่กว้างอย่างแก้มและกรอบหน้า และขนาดเล็กสำหรับจุดที่ต้องการความละเอียด เช่น รอบดวงตา พร้อมเซนเซอร์วัดอุณหภูมิและแรงต้านผิวแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับพลังงานให้สอดคล้องกับสภาพผิวแต่ละจุด
ระบบความเย็น
ระหว่างทำหัตถการ ความรู้สึกเจ็บส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็นของเครื่องโปรแกรม Volnewmer มีระบบ Hydro Cooling ที่ปล่อยน้ำเย็นแบบต่อเนื่องที่อุณหภูมิประมาณ 14 องศาเซลเซียส ร่วมกับระบบสั่น (Vibration) เพื่อลดความรู้สึกเจ็บระหว่างยิงพลังงาน ส่วนโปรแกรม Oligio ใช้ระบบ Cooling System ที่ปล่อยความเย็นเป็นจังหวะก่อนและหลังยิงพลังงาน ร่วมกับเซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิว ช่วยควบคุมความร้อนสะสมได้อย่างสม่ำเสมอ โดยรวมทั้งสองระบบออกแบบมาให้รู้สึกอุ่น ๆ มากกว่าเจ็บแสบระหว่างทำ แต่ระดับความรู้สึกเจ็บของแต่ละคนอาจแตกต่างกันได้ตามความไวของผิว
ผลลัพธ์หลังทำ เห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน
ทั้งโปรแกรม Volnewmer และโปรแกรม Oligio ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย หลังทำหลายคนจะเริ่มรู้สึกผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ครั้งแรก จากนั้นผิวจะค่อย ๆ กระชับขึ้นชัดเจนในช่วง 2-3 เดือนถัดไป เมื่อชั้นผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมมักอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ จึงมักแนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ไว้ต่อเนื่อง
ในมุมของแพทย์ การเลือกระหว่างโปรแกรม Volnewmer กับโปรแกรม Oligio ไม่ควรตัดสินจากกระแสหรือชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว เพราะแม้เทคโนโลยีพื้นฐานจะใกล้เคียงกัน แต่การตั้งค่าพลังงาน จำนวนช็อต และตำแหน่งที่ยิง ควรปรับตามโครงสร้างผิวและปัญหาของแต่ละคน แพทย์มักแนะนำให้ตรวจประเมินสภาพผิวก่อนเสมอ เพื่อวางแผนว่าจะเลือกเทคโนโลยีไหน หรือบางกรณีอาจพิจารณาใช้ร่วมกันในการดูแลผิวระยะยาว
ตารางเปรียบเทียบโปรแกรม Volnewmer กับโปรแกรม Oligio ปี พ.ศ. 2569

โปรแกรม Volnewmer vs โปรแกรม Oligio เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน
ก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรม ลองสำรวจปัญหาผิวของตัวเองก่อนว่าใกล้เคียงกับกลุ่มไหนมากกว่า เพราะแต่ละเทคโนโลยีถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวคนละแบบ
- ผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้าและขาดความอิ่มฟู: หากผิวเริ่มดูโทรม ไม่เด้ง หรือขาดความชุ่มชื้นจากภายใน โปรแกรม Volnewmer อาจตอบโจทย์มากกว่า เพราะพลังงานที่ลงลึกช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในภาพรวมของผิว ทำให้ผิวดูแน่นและอิ่มน้ำขึ้น ไม่ใช่แค่กระชับเฉพาะจุด
- กรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันสะสม เหนียง หรือแก้มห้อย: หากปัญหาหลักคือกรอบหน้าไม่คม มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือแก้ม โปรแกรม Oligio ที่เน้นความแม่นยำในการยิงพลังงานเฉพาะจุด อาจช่วยให้เห็นกรอบหน้าที่ชัดขึ้นได้ตรงจุดกว่า
- ริ้วรอยตื้น ๆ รอบดวงตาหรือร่องแก้ม: ทั้งสองเทคโนโลยีมีหัวทิปขนาดเล็กสำหรับบริเวณที่บอบบาง แต่ควรให้แพทย์ประเมินความหนาของผิวก่อน เพราะการตั้งค่าพลังงานบริเวณรอบดวงตาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
- ผิวขาดความยืดหยุ่นจากวัยที่เพิ่มขึ้น: หากต้องการดูแลผิวเชิงป้องกันตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณผิวเสื่อมสภาพ ทั้งสองโปรแกรมช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ใกล้เคียงกัน ความต่างจะอยู่ที่ความรู้สึกระหว่างทำและงบประมาณที่แต่ละคนสะดวก
สรุปสั้น ๆ คือ ไม่มีเทคโนโลยีไหนที่เหมาะกับทุกคน การเลือกควรเริ่มจากปัญหาผิวที่เป็นอยู่จริง มากกว่าการเลือกตามกระแสหรือชื่อเสียงของเครื่อง
ใครควรเลือกโปรแกรม Volnewmer และใครเหมาะกับโปรแกรม Oligio

นอกจากปัญหาผิว ปัจจัยเรื่องไลฟ์สไตล์และความคาดหวังต่อผลลัพธ์ก็มีผลต่อการเลือกเช่นกัน ลองเช็กลิสต์ด้านล่างเพื่อดูว่ากลุ่มไหนตรงกับตัวเรามากกว่า
กลุ่มที่เหมาะกับโปรแกรม Volnewmer
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวควบคู่กับการยกกระชับ ไม่ใช่แค่เก็บกรอบหน้าอย่างเดียว
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยในหลายบริเวณของใบหน้าและต้องการดูแลแบบครอบคลุม
- ผู้ที่กังวลเรื่องความรู้สึกระหว่างทำ และต้องการระบบความเย็นแบบต่อเนื่อง
กลุ่มที่เหมาะกับโปรแกรม Oligio
- ผู้ที่ต้องการเก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้นแบบเฉพาะจุด เช่น บริเวณเหนียงหรือแก้ม
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง และต้องการเริ่มดูแลผิวเชิงป้องกัน
- ผู้ที่ต้องการแผนการรักษาที่แพทย์ปรับพลังงานเฉพาะจุดตามการประเมินหน้างาน
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน สิ่งสำคัญคือการให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มทำทุกครั้ง เพื่อวางแผนพลังงานและจำนวนช็อตให้ตรงกับปัญหาจริง ไม่ใช่ยึดตามสูตรสำเร็จเดียวกันทุกคน
ทำโปรแกรม Oligio ที่ DSK ดีอย่างไร
ถ้าถามว่าทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี DSK คือหนึ่งในคลินิกเวชกรรมที่ให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิวก่อนเริ่มทำเสมอ เพราะแม้จะใช้เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่ปัญหาผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การตั้งค่าพลังงาน จำนวนช็อต และตำแหน่งที่ยิง จึงต้องออกแบบเฉพาะราย ไม่ใช่ยิงตามสูตรเดียวกันทุกเคส
ก่อนเริ่มโปรแกรม Oligio แพทย์ที่ DSK จะใช้เทคนิคสแกนผิวเฉพาะที่เรียกว่า UltraSee เพื่อประเมินความหนาของชั้นผิวและไขมันใต้ผิวในแต่ละจุด ทำให้สามารถวางแผนพลังงานให้เข้ากับโครงสร้างผิวจริงของแต่ละคน แทนที่จะยิงพลังงานระดับเดียวกันทั้งหน้า ซึ่งช่วยให้การดูแลกรอบหน้าและจุดที่มีไขมันสะสมทำได้ตรงจุดมากขึ้น
สำหรับใครที่อยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมของโปรแกรม Oligio หรือดูตัวอย่างผลลัพธ์จาก Case Review ที่ DSK สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่แสดงเป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และผลลัพธ์ของการรักษาในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน
รีวิวโปรแกรม Oligio ที่ DSK Clinic

สรุปบทความ
โปรแกรม Volnewmer และโปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวในกลุ่ม Monopolar RF ที่มีจุดเด่นต่างกันในรายละเอียด ทั้งความลึกพลังงาน หัวทิป และระบบความเย็น แต่เป้าหมายสุดท้ายคือช่วยลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระตุ้นคอลลาเจนได้ใกล้เคียงกัน การเลือกที่เหมาะกับคุณจึงควรเริ่มจากปัญหาผิวจริง ไม่ใช่การเปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่ากันในภาพรวม หากยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณเหมาะกับโปรแกรมไหน สามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @dskinclinic
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรม Volnewmer vs โปรแกรม Oligio ควรเลือกแบบไหนดี?
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าเครื่องไหนดีกว่ากัน เพราะทั้งสองใช้พลังงาน Monopolar RF กลุ่มเดียวกันแต่เน้นผลลัพธ์คนละมุม หากผิวหย่อนคล้อยทั่วหน้าและต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวไปพร้อมกัน โปรแกรม Volnewmer อาจตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าปัญหาหลักคือกรอบหน้าไม่ชัดจากไขมันสะสมเฉพาะจุด โปรแกรม Oligio อาจเหมาะกว่า ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ
โปรแกรม Volnewmer vs โปรแกรม Oligio กี่ครั้งเห็นผล?
ทั้งโปรแกรม Volnewmer และ Oligio จะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ผิวที่กระชับขึ้นเล็กน้อยได้ตั้งแต่การทำในครั้งแรก จากนั้นชั้นผิวจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้เห็นผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ
โปรแกรม Volnewmer vs โปรแกรม Oligio อยู่ได้กี่เดือน?
ผลลัพธ์การยกกระชับของทั้งสองโปรแกรมสามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ โดยแพทย์มักแนะนำให้กลับมาทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อรักษาสภาพผิวให้ดูกระชับอย่างต่อเนื่อง
โปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Volnewmer เลือกตามปัญหาผิวอย่างไร?
ให้เริ่มจากสำรวจปัญหาผิวหลักของตัวเองก่อน เช่น หากเน้นเรื่องผิวขาดความอิ่มฟูและหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า อาจเหมาะกับโปรแกรม Volnewmer มากกว่า แต่ถ้าต้องการเก็บกรอบหน้าหรือลดเหนียงแบบเฉพาะจุด โปรแกรม Oligio จะตอบโจทย์ตรงกว่า อย่างไรก็ตาม บางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ทำควบคู่กันเพื่อดูแลผิวได้ครอบคลุมมากขึ้น
โปรแกรม Volnewmer กับโปรแกรม Oligio ควรตัดสินใจเลือกจากอะไรเป็นหลัก?
คำถามนี้ไม่มีคำตอบว่าเครื่องไหนดีกว่ากันแบบตายตัว เพราะทั้งสองเทคโนโลยีมีจุดเด่นต่างกัน การตัดสินใจที่เหมาะสมควรมาจากการให้แพทย์ประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของแต่ละคนเป็นหลัก มากกว่าการเปรียบเทียบว่าเครื่องไหนเหนือกว่ากันในภาพรวม
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้