โปรแกรม Oligio เครื่องยกกระชับผิวหน้า สลายไขมัน ช่วยให้ผิวแน่นฟู
คุณหมอขอสรุปโปรแกรม Oligio คืออะไร ต่างจากหัตถการอื่นอย่างไร?
| – โปรแกรม Oligio เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวและสลายไขมันด้วยคลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF ช่วยทั้งยกกระชับผิว ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว สลายไขมัน ผิวหน้าเรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ – โปรแกรม Oligio ต่างจากหัตถการเสริมความงามอื่นตรงที่ใช้เวลาทำน้อย ไม่ต้องเตรียมตัวมาก หลังทำสามารถทาครีมบำรุง และใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ – ที่ DSK Clinic มีนวัตกรรมโปรแกรม Oligio ดำเนินการโดยแพทย์ผิวหนังเลเซอร์เฉพาะทางใช้การเทคนิคการรักษาเฉพาะบุคคล ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด – นอกจากโปรแกรม Oligio ที่ DSK เป็นคลินิกที่รวมเครื่องยกกระชับระดับ USFDA ไว้ครบทั้งโปรแกรม Ulthera, โปรแกรม Thermage, โปรแกรม Potenza รวมถึงหัตถการฉีดอย่างโปรแกรม Sculptra, โปรแกรม Radiesse และโปรแกรม Filler ทำให้ทีมแพทย์มีเครื่องมือครบ จึงสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับคนไข้ได้จริง |
นวัตกรรมโปรแกรม Oligio เครื่องมือยกกระชับผิวและสลายไขมันใต้ชั้นผิวด้วยคลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ด้วยเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัย ให้ความรู้สึกสบายขณะทำ และเห็นผลได้ทันทีหลังทำ แต่โปรแกรม Oligio จะมีความน่าสนใจและช่วยแก้ปัญหาผิวเรื่องไหนบ้างนั้น บทความนี้มีคำตอบ

โปรแกรม Oligio คืออะไร
โปรแกรม Oligio คือเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุชนิด Monopalar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นขนาดความถี่ที่แทรกซึมเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้ คลื่นวิทยุจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีความแข็งแรง เรียบเนียน กระชับขึ้น และดูสุขภาพดีขึ้น รวมทั้งยังสลายไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว ส่งผลให้กรอบหน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Oligio ทำงานอย่างไร ?
โปรแกรม Oligio ทำงานด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF (Radio Frequency) ที่ส่งผ่านคลื่นวิทยุความถี่สูงลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนแบบกว้าง (Bulk Heating) ความร้อนนี้จะเข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่จำนวนมาก ส่งผลให้โครงสร้างผิวมีความหนาแน่น แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น ผิวหน้าจึงแลดูกระชับ เรียบเนียน และริ้วรอยจางลงอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องผ่าตัด
โปรแกรม Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?
เนื่องจากโปรแกรม Oligio เป็นเครื่องมือที่ส่งคลื่นพลังงานตรงสู่ผิวชั้นลึก ทำให้โปรแกรม Oligio ช่วยแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้
- ช่วยแก้ปัญหาเรื่องผิวหนังหย่อนคล้อย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นตื้น แก้ไขและชะลอการหย่อนคล้อยของผิวตามวัย ทำให้ผิวแน่นเฟิร์มจากคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติของร่างกาย
- ช่วยลดริ้วรอยและกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความเรียบเนียนและดูสุขภาพดีขึ้น
- ช่วยลดไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว ทำให้กรอบหน้าเรียวและได้รูปมากขึ้น

โปรแกรม Oligio ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง
อีกหนึ่งจุดเด่นของโปรแกรม Oligio คือ เป็นนวัตกรรมที่สามารถยกกระชับได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยบริเวณที่ได้รับความนิยมมีดังนี้
- บริเวณทั่วใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น ผิวหน้า รอบดวงตา กรอบหน้า ใต้คาง
- บริเวณรอบลำคอ
- บริเวณหน้าท้อง
- บริเวณต้นแขน
โปรแกรมOligio เหมาะกับใครบ้าง
นวัตกรรมโปรแกรม Oligio สามารถทำได้หลายจุดจึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวที่หลากหลายดังนี้
- ผู้ที่ปัญหาผิวหน้าหรือผิวหนังหย่อนคล้อย ต้องการกระชับผิวให้กระชับมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลดปัญหาริ้วรอย กระชับรูขุนขน ปรับร่องแก้มให้ตื้นขึ้น
- ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาหนังตาตก เปลือกตาตก คิ้วตก หรือมุมปากตก
- ผู้ที่ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัด รูปหน้าเล็กลง และดูวีเชฟมากขึ้น
- ผู้ที่ปัญหาเหนียงหรือไขมันใต้คางเยอะ
- ผู้ที่ต้องการชะลอการเกิดปัญหาหย่อนคล้อยตามวัย
ข้อดีและข้อจำกัดของการทำโปรแกรมOligio
สำหรับใครที่ลังเล ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรทำโปรแกรม Oligio ดีไหม แนะนำให้ลองพิจารณาข้อดีและข้อจำกัดของการทำโปรแกรม Oligio ดังนี้
ข้อดีของการทำโปรแกรมOligo
- โปรแกรม Oligio เป็นนวัตกรรมที่มีความปลอดภัยกับผิว อีกทั้งขณะทำยังไม่รู้สึกแสบผิวเนื่องจากที่หัวยิงของเครื่องโปรแกรม Oligio มีระบบทำความเย็นอัจฉริยะและระบบสั่น
- ก่อนทำเตรียมตัวน้อย ไม่จำเป็นต้องงดหรือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือยาที่รับประทานเป็นประจำเหมือนหัตถการประเภทอื่น
- หลังทำยังสามารถทาครีมกันแดดและครีมบำรุงผิวได้ตามปกติด้วย
- การทำโปรแกรม Oligio ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที ซึ่งน้อยกว่าหัตถการยกกระชับประเภทอื่น
- เห็นผลลัพธ์ประมาณ 20% ทันทีหลังทำ
- หากคนไข้ทำการรักษาด้วยจำนวนช็อตที่น้อย ไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนทำ
ข้อจำกัดในการทำโปรแกรมOligio
- ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี จึงต้องทำซ้ำหากต้องการให้ผลลัพธ์ต่อเนื่อง
- ไม่เหมาะกับกลุ่มผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และคนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ แต่ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง เริม ผิวอักเสบ หรือติดเชื้อ จำเป็นต้องรักษาให้หายก่อน
ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรมOligio อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์ของการทำโปรแกรม Oligio จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เนื่องจากโปรแกรม Oligio จะส่งพลังงานเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว จึงทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ทั้งนี้ ระยะความคงทนของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิวเดิม การดูแลตัวเอง และปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ร่วมด้วย

เปรียบเทียบโปรแกรม Oligio ประสิทธิภาพกับหัตถการอื่น
อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับผิวมากมายให้เลือก แต่การทำโปรแกรม Oligio จะแตกต่างจากหัตถการอื่น ดังต่อไปนี้
โปรแกรม Oligio VS. โปรแกรมThermage
โปรแกรม Thermage เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ Monopolar RF เช่นเดียวกับโปรแกรม Oligio แต่อย่างไรก็ตามโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Thermage มีความแตกต่างกันดังนี้
- โปรแกรม Thermage มีค่าพลังงานที่สูงกว่า ทำให้เกิดอุณหภูมิใต้ผิวที่สูงกว่า ทำให้สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้มากกว่า อย่างไรก็ตามขึ้นกับกดารปรัยบตั้งค่าพลังงานของแพทย์
- โปรแกรม Thermage หลังเปิดหัวทิปต้องทำให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมง แต่โดยทั่วไปใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ทำให้ไม่สามารถแบ่งหัวทิปได้ ต้องทำให้ครบตามจำนวนต่อ 1 หัวเช่น 900 shot ส่วนนวัตกรรมโปรแกรม Oligio ไม่มีข้อจำกันเรื่องเวลา ปล่อยจำนวนช็อตได้อย่างต่อเนื่อง แต่ปกติจะใช้เวลาในการรักษาไม่เกิน 30 นาที รวมถึงเลือกจำนวนช็อตตามปัญหาและงบประมาณได้
- โปรแกรม Thermage และโปรแกรม Oligio ต้องทายาชาก่อนทำ ซึ่งระหว่างทำจะมีความรู้สึกอุ่นและเจ็บเล็กน้อย เพราะทั้งสองเครื่องมีระบบทำความเย็น จึงสบายผิวมากขึ้นขณะทำ
โดยสรุปโปรแกรม Oligio และโปรแกรม Thermage ใช้พลังงานเดียวกันแตกต่างที่ความแรง และความลึกของพลังงาน โดยโปรแกรม Thermage มีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ก็มีพร้อม ราคาที่สูงกว่า ในขณะที่โปรแกรม Olgio ราคาถูกกว่า อาจต้องทำบ่อยกว่า หรือเหมาะกับคนปัญหาน้อยกว่า
โปรแกรมOligio VS. โปรแกรมUlthera
โปรแกรม Ulthera เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ ซึ่งมีความแตกต่างจากโปรแกรม Oligio ดังนี้
- คลื่นพลังงานของโปรแกรม Ulthera ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ส่วนโปรแกรม Oligio จะลงลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวเท่านั้น
- อุณหภูมิความร้อนแตกต่างกัน โดยโปรแกรม Ulthera คลื่นความร้อนที่ 60–70 องศาเซลเซียส ส่วนโปรแกรม Oligio มีความร้อนที่ 40 องศาเซลเซียสเท่านั้น
- โปรแกรม Ulthera เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อยกกระชับผิวที่ชั้น SMAS จึงเน้นหน้ายก ขณะที่โปรแกรม Oligio ช่วยเรื่องยกหดกระชับของผิวและลดไขมัน
โดยสรุปทั้งสองเครื่องลงพลังงานคนละชั้นกัน ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสม
โปรแกรมOligio VS. โปรแกรมUltraformer
โปรแกรม Ultraformer หรือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงแบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focus Ultrasound) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5–1 มิลลิเมตร โดยโปรแกรม Oligio กับโปรแกรม Ultraformer มีความแตกต่างกันดังนี้
- โปรแกรม Ultraformer ส่งคลื่นพลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกไปถึงชั้นหนังถึงชั้น SMAS แต่ขาดความแม่นยำ เพราะไม่ได้ระบบมองเห็นเหมือนโปรแกรม Ulthera ทำให้ประสิทธิภาพ อาจไม่แน่นอน แต่โปรแกรม Oligio จะเน้นการลงพลังงานที่ หนังแท้ และไขมัน จึงไม่ต้องการระบบสแกนและมองเห็น
- โปรแกรม Ultraformer ในขณะทำมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เพราะพลังงานตรงลึกถึงชั้นหลังแท้ แต่โปรแกรม Oligio จะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะมีระบบทำความเย็นและระบบสั้นทำให้รู้สึกสบายมากกว่า
หากเปรียบเทียบในกลุ่มเครื่องยกกระชับงบประหยัดโปรแกรม Oligio เป็นเครื่องที่น่าลงทุนมากกว่าโปรแกรม Ultraformer ในงบประมาณที่ไม่แตกต่างกัน
โปรแกรมOligio VS. โปรแกรมHifu
โปรแกรม HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิว ตัวอย่างของโปรแกรม HIFU คือโปรแกรม Ultraformer ซึ่งเป็นแบรนด์นึงของโปรแกรม HIFU ด้วยการส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง ดังนั้น การเปรียบเทียบโปรแกรม Oligio และโปรแกรม HIFU จึงเหมือนกันการเทียบกับโปรแกรม Ultraformer ในหัวข้อด้านบน
โปรแกรมOligio VS. โปรแกรมVolnewmer
โปรแกรม Volnewmer เป็นนวัตกรรมยกกระชับที่คล้ายกับโปรแกรม Oligio ตรงที่ใช้คลื่นพลังงานวิทยุ Monopolar RF และให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่มีข้อแตกต่างกันคือโปรแกรม Volnewmer มีระบบทำความเย็นที่ 14 องศา ส่วนโปรแกรม Oligio มีระบบทำความเย็นที่ 5 องศา การมีระบบทำความเย็นที่ดีกว่าทำให้สามารถปรับพลังงานได้สูงมากกว่า ทำให้มีประสิทธิภาพในการปล่อยพลังงานได้สูงกว่า เพราะผิวมีระบบป้องกันที่ดีกว่า
โปรแกรม Oligio แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับอื่นอย่างไร ?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ชั้นผิวและรูปแบบพลังงาน เทคโนโลยีอย่างโปรแกรม Ulthera หรือโปรแกรม HIFU ใช้คลื่นเสียงโฟกัสลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อดึงหน้าให้ยกขึ้น (Lifting) เหมือนการเย็บผ้า แต่โปรแกรม Oligio ใช้คลื่นวิทยุ (RF) กระจายความร้อนทั่วชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน เพื่อเน้นเรื่องผิวแน่นกระชับ ผิวฟูละเอียด และช่วยสลายไขมันแก้มได้ดีกว่า ดังนั้นโปรแกรม Oligio จึงเหมาะกับคนที่มีเนื้อแก้มเยอะหรือผิวหย่อนคล้อย มากกว่าคนที่ต้องการแก้ปัญหาโครงหน้าตกเพียงอย่างเดียว
ทำโปรแกรมOligio ร่วมกับหัตถการอื่นได้หรือไม่
นวัตกรรมโปรแกรม Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการเสริมความงามอื่น ๆ ได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย โดยหากเป็นการทำพร้อมในครั้งเดียวกันแพทย์จะทำโปรแกรม Oligio ก่อนการฉีดโปรแกรม Filler โปรแกรม Botox หรือตัวยาชนิดอื่น ๆ หากเป็นการทำแยกครั้งกัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์อีกครั้ง เพราะตัวยาหรือเครื่องแต่ละเครื่องอาจมีคำแนะนำที่ต่างกันออกไป

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Oligio มีอะไรบ้าง
- ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการเสริมความงามบริเวณที่ทำโปรแกรม Oligio อย่างน้อย 2 อาทิตย์
- ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิวหรือส่งผลให้ผิวบางลง
ขั้นตอนการทำโปรแกรม Oligio
- ทำความสะอาดผิวหน้า : เช็ดเครื่องสำอางและขจัดความมันส่วนเกินออกจากใบหน้า
- แปะยาชา : ทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
- เริ่มยิงพลังงาน : แพทย์จะยิงพลังงานทีละจุดจนครบตามจำนวนช็อตที่วางแผนไว้ ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ สลับเย็นสบาย
การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมOligio มีอะไรบ้าง
หลังทำโปรแกรม Oligio สามารถแต่งหน้าทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย โดยส่วนใหญ่จะมีเพียงอาการผิวอมชมพูเท่านั้น ซึ่งเป็นอาการที่สามารถหายเองภายใน 1 ชั่วโมง
โปรแกรมOligio คลินิกไหนก็เหมือนกัน จริงไหม?
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนดูโปรแกรม Oligio ที่มีราคาถูกก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นนวัตกรรมกระชับผิวที่ปลอดภัยและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย แต่ในความจริงแล้วควรพิจารณาจากคุณสมบัติของคลินิก โดยควรเลือกคลินิกที่ได้รับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ดำเนินโดยแพทย์
DSK CLINIC มั่นใจ ยาแท้ ปลอดภัย 100%
ติดต่อ สอบถาม จองคิว![]()
ทำโปรแกรม Oligio ที่ DSK Clinic ดีกว่าที่อื่นอย่างไร
โปรแกรม Oligio ที่ DSK Clinic ผลลัพธ์เหนือกว่า ด้วย “Advanced Custom Technique” ที่ออกแบบเทคนิค พลังงาน ไลน์การยิง เฉพาะบุคคล แบบ Advanced ตามรูปหน้า และชั้นผิวที่มีปัญหา คนที่สนใจทำโปรแกรม Oligio แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกทำกับคลินิกไหนดี เข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ที่ DSK Clinic ได้ เพราะนอกจากจะเป็นคลินิกที่ได้รับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มาพร้อมเครื่องมือแท้ที่ได้รับรองมาตรฐานในระดับสากล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญแล้ว ทาง DSK Clinic ยังแตกต่างจากคลินิกทั่วไปตรงที่ใช้วิธีการรักษาเฉพาะบุคคล โดยก่อนดำเนินการแพทย์ของ DSK Clinic จะพิจารณาความหย่อนคล้อยหรือปัญหาอื่น ๆ ของผู้ทำโปรแกรม Oligio แต่ละคน เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับการรักษามากที่สุด ซึ่งขั้นตอนของการรักษาที่ DSK Clinic ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
Custom Analysis
ขั้นตอนการวิเคราะห์ผิวของผู้เข้ารับบริการ เพื่อนำไปวางแผนการรักษาโดยพิจารณาระดับการหย่อนคล้อย สาเหตุของความหย่อนคล้อยว่าเกิดจากผิวชั้นใด รวมถึงปัญหาผิวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างตรงจุดและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการของมากที่สุด
Custom Planing
ขั้นตอนการวางแผนการรักษาความหย่อนคล้อยและปัญหาผิวจากผลการวิเคราะห์ในขั้นตอนแรก ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญมากเพราะแก้ปัญหาผิวมีความซับซ้อนไม่ต่างจากการรักษาโรคอื่น ๆ
แพทย์จะเลือกเครื่องมือการรักษาทื่เหมาะกับสาเหตุจริง เพื่อให้คนไข้ได้รับการรักษาที่เหมาะกับปัญหาตัวเอง โดย DSK Clinic เป็นคลินิกที่มีเครื่องมือครบระดับ Gold Standard ทั้งโปรแกรม Ulthera, โปรแกรม Thermage, โปรแกรม Oligio, โปรแกรม Potenza, โปรแกรม Sculptra, โปรแกรม Radiesse, และโปรแกรม Filler ทำให้แพทย์มีเครื่องมือครบในการ Customize แผนการรักษาได้อย่างดีที่สุด
Custom Technique
ขั้นตอนการรักษาจริง ซึ่งนอกจากการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามเทคนิคของ DSK Clinic แล้ว ยังต้องอาศัยความสามารถของแพทย์และบุคลากรด้วย เพราะถึงจะใช้เครื่องมือเดียวกัน แต่แพทย์แต่ละคนก็อาจได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างได้
ที่ DSK เราให้ความสำคัญสูงสุดกับการคัดเลือกทีมแพทย์ผิวหนัง ที่ผ่านการศึกษาทั้งปริญญาโทด้านผิวหนัง วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง รวมถึงการศึกษาต่อด้านเลเซอร์ และการปรับรุปหน้าทั้งจากในและต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังคัดเลือกแพทย์ผ่านการทดสอบฝีมือจริง ไม่ใช่เพียงวุฒิบัตรทางการศึกษาเท่านั้น นอกเหนือจากเรื่องฝีมือแล้ว DSK ยังคัดเลือกแพทย์ที่มีแนวคิดและหัวใจความเป็นแพทย์ ต้องการรักษาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจริง ตามหลักการแพทย์อีกด้วย

ราคาโปรแกรม Oligio

Facebook: https://www.facebook.com/dsk.clinic/
Instagram: https://www.instagram.com/dsk.clinic/
YouTube: https://www.youtube.com/@dskclinic
TikTok: https://www.tiktok.com/@dskclinic
โปรแกรม Oligio เป็นหนึ่งในนวัตกรรมยกกระชับผิวน่าสนใจ เพราะช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ทั้งยกกระชับผิว ลดไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว กระชับรูขุมขน ปรับผิวให้เรียบเนียน และลดโอกาสเกิดความสูญเสียคอลลาเจนเมื่ออายุมากขึ้น รวมทั้งยังแตกต่างจากหัตถการอื่นตรงที่ใช้เวลาทำน้อยกว่า มีระบบทำความเย็นและระบบสั้น ทำให้รู้สึกสบายขณะทำ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาและวิเคราะห์ว่าปัญหาของคนไข้เหมาะกับโปรแกรม Oligio หรือไม่ หรือเหมาะกับเครื่องยกกระชับอื่นมากกว่า
โดยที่ DSK นอกจากเราจะรวมเครื่องยกกระชับระดับ USFDA ที่ลงพลังงานได้ถึง ชั้นผิวทุกชั้นแล้ว ที่ DSK เรายังรวมทีมแพทย์ระดับแนวหน้าของประเทศ ผสานกับเทคนิคเฉพาะของ DSK ในการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์การรักษาสูงสุดอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำโปรแกรม Oligio (FAQ)
สำหรับคนที่ยังมีคำถามเกี่ยวกับการทำโปรแกรม Oligio เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบสั้น ๆ ไปดูกันเลย
ทำโปรแกรมOligio เจ็บไหม
ไม่เจ็บ เพราะเครื่องโปรแกรม Oligio มีระบบทำความเย็นและระบบสั่น ทำให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ
โปรแกรมOligio อยู่ได้นานแค่ไหน
ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ การดูแลตัวเอง สภาพผิวเดิม และปัจจัยภายนอก
ต้องทำโปรแกรมOligio บ่อยแค่ไหน
ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ต่อเนื่อง
หลังทำ Oligio ทาครีมได้ไหม
สามารถทาครีมบำรุงได้ตามปกติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เทียบให้ชัด! Ulthera VS Thermage ตัวช่วยยกกระชับ ทำตัวไหนดี
- เจาะลึก Potenza เลเซอร์ทางเลือกใหม่ ยกกระชับปรับผิวเนียน
- คัมภีร์ เปรียบเทียบ Ulthera กับ เครื่องยกกระชับ 5 ตัวท็อป
- เจาะลึก ทำไมต้องยกกระชับที่ SMAS รู้ก่อนตัดสินใจเลือกเทคโนโลยี
- เจาะลึก Thermage คืออะไร ยกกระชับหน้า ดีหรือไม่? เครื่องไหนดีที่สุด
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!