ไขข้อสงสัย! 10 คำถามเรื่องยกกระชับหน้าประจำปี 2026 ฉบับแพทย์ผิวหนัง
การยกกระชับหน้าเป็นหนึ่งในหัตถการที่หลายคนสนใจ แต่ก็มักมาพร้อมกับคำถามและความกังวล เช่น ควรเริ่มทำเมื่อไหร่ เลือกวิธีไหนถึงจะเห็นผลจริง หรือทำแล้วปลอดภัยแค่ไหน บทความนี้แพทย์ผิวหนังได้รวบรวมและ ไขข้อสงสัย 10 คำถามเรื่องยกกระชับหน้าที่คนไข้สอบถามบ่อย พร้อมอัปเดตการดูแลผิวกับเทรนด์ความงามในปี 2026 ตั้งแต่การประเมินสาเหตุของผิวหย่อนคล้อย การเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับสภาพผิว ไปจนถึงการวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจการยกกระชับหน้าในมุมทางการแพทย์ และตัดสินใจดูแลผิวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในระยะยาว
1. โปรแกรมยกกระชับหน้ามีกี่วิธี และแต่ละวิธีเหมาะกับใครบ้าง?
การยกกระชับหน้าในปัจจุบันมีหลากหลายเทคโนโลยี แต่ละวิธีออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องความลึกของชั้นผิว พลังงานที่ใช้ และผลลัพธ์ที่ต้องการ การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรเริ่มจากการประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าโดยแพทย์
โปรแกรม Ulthera

โปรแกรม Ulthera เป็นการยกกระชับหน้าด้วยพลังงาน Microfocused Ultrasound (MFU) ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างสำคัญของใบหน้า พลังงานจะก่อให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็ก ช่วยกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเป็นระบบ จุดเด่นของ Ulthera คือระบบ Real-time Visualization ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวจริงระหว่างทำ เพิ่มความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งและระดับความลึกของพลังงาน
โปรแกรม Ulthera เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้า คิ้ว และแนวแก้ม
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงการผ่าตัดดึงหน้าโดยไม่ผ่าตัด
โปรแกรม Ulthera Prime

โปรแกรม Ulthera Prime เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Ulthera รุ่นมาตรฐาน โดยยังคงใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound (MFU) ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เช่นเดียวกัน แต่มีการปรับปรุงด้านระบบการส่งพลังงานให้มีความสม่ำเสมอและแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมความลึกและตำแหน่งการรักษาได้ละเอียดกว่าโปรแกรม Ulthera ปกติ ส่งผลให้การกระตุ้นเนื้อเยื่อเป็นไปอย่างเหมาะสมกับโครงสร้างผิวในแต่ละบริเวณ และช่วยลดความไม่สม่ำเสมอของผลลัพธ์ในผู้รับบริการแต่ละราย
โปรแกรม Ulthera Prime เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการการรักษาที่ออกแบบเฉพาะตำแหน่งปัญหา
โปรแกรม Oligio

โปรแกรม Oligio เป็นการยกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar Radiofrequency (RF) ซึ่งสามารถส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวลึกได้อย่างสม่ำเสมอ พลังงาน RF จะกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิม พร้อมกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ส่งผลให้ผิวมีความแน่น กระชับ และเรียบเนียนขึ้น การรักษาด้วยโปรแกรม Oligio ยังช่วยปรับคุณภาพผิวโดยรวม เช่น ความยืดหยุ่นและความเรียบของผิว
โปรแกรม เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวร่วมกับการยกกระชับ
- ผู้ที่ต้องการการรักษาที่ไม่ต้องพักฟื้น
โปรแกรม OligioX

โปรแกรม OligioX เป็นการพัฒนาต่อยอดจากโปรแกรม Oligio โดยยังคงใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency แต่สามารถส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ลึกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจนกว่าเดิม กลไกการทำงานจะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนในระดับที่ลึกขึ้น และเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวมีความกระชับและตึงแน่นมากขึ้น โดยทำงานในรูปแบบ Dual Mode ช่วยให้แพทย์สามารถปรับการส่งพลังงานให้เหมาะสมกับโครงสร้างผิวและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล ส่งผลให้ผิวแน่น กระชับ และดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Oligiox เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องการผ่าตัด
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็ก ๆ และไขมันสะสมบางจุด
- ผู้ที่มีเวลาน้อย ไม่ต้องการพักฟื้น แต่อยากเห็นผลลัพธ์ดีหลังการรักษา
โปรแกรม Onda Pro

โปรแกรม Onda Pro เป็นการรักษาด้วยเทคโนโลยี Coolwaves™ (Microwaves) ซึ่งมีคุณสมบัติในการส่งพลังงานลงสู่ชั้นไขมันได้อย่างจำเพาะ พลังงานจะช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณใบหน้า พร้อมกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและผิวหนังด้านบน ส่งผลให้กรอบหน้าดูชัดเจนและกระชับมากขึ้น ซึ่ง DSK Clinic จะเน้นการประเมินความหนาของชั้นไขมันและโครงสร้างใบหน้าก่อนทำ เพื่อกำหนดระดับพลังงาน ความลึก และตำแหน่งการรักษาอย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความแม่นยำของผลลัพธ์
โปรแกรม Onda Pro เหมาะกับใคร
- ปัญหาไขมันสะสม มีไขมันบริเวณใบหน้า แก้ม เหนียง คางสองชั้น และลำตัวที่กำจัดยาก
- ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวหลวม ไม่กระชับ หลังลดน้ำหนัก หรือหลังคลอด
- ต้องการปรับรูปหน้าหรือหุ่น ต้องการใบหน้าเรียว กรอบหน้าชัด รูปร่างเพรียวขึ้น
โปรแกรม Thermage FLX

โปรแกรม Thermage FLX เป็นการยกกระชับผิวด้วยพลังงาน Monopolar Radiofrequency ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยพลังงาน RF จะกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนในชั้นผิวลึกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวมีความกระชับ แน่น และเรียบเนียนขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป การรักษาด้วย Thermage FLX มุ่งเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมมากกว่าการยกเฉพาะจุด โดยแพทย์จะวางแผนการส่งพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิว ความหนาของผิว และระดับความหย่อนคล้อยของผู้รับบริการแต่ละราย
โปรแกรม Thermage FLX เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยจากวัยที่มากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความกระชับและคุณภาพผิวโดยรวมทั้งใบหน้า
- ผู้ที่เริ่มมีสัญญาณความเสื่อมของคอลลาเจน เช่น ผิวไม่แน่น รูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม XERF

โปรแกรม XERF เป็นเทคโนโลยี Radiofrequency (RF) รุ่นใหม่ ออกแบบมาเพื่อการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ ที่โดดเด่นด้วย Dual-frequency Technology สามารถส่งพลังงานลงสู่ผิวได้ถึง 3 ระดับความลึก ช่วยกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์และการสร้างคอลลาเจนอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับการดูแลผิวในระยะเริ่มต้นและการดูแลผิวระยะยาว
โปรแกรม XERF เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย รูขุมขนกว้างบริเวณหน้าผาก
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย บริเวณใบหน้าและลำคอ
- ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ต้องการยกกระชับผิวถึงต้นตอ
2. อายุเท่าไหร่ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับหน้า?
การเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเป็นหลัก แต่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิว เช่น การลดลงของคอลลาเจน อิลาสติน และความยืดหยุ่นของผิว โดยทั่วไปช่วงอายุประมาณ 25-30 ปี เป็นระยะที่เหมาะกับการเริ่มดูแลผิวเชิงป้องกัน (Pre-aging) เพื่อชะลอปัญหาผิวหย่อนคล้อยในอนาคต ขณะที่ช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป มักเริ่มเห็นผิวหย่อนคล้อยชัดเจน การทำยกกระชับหน้าจะช่วยฟื้นฟูความกระชับและปรับกรอบหน้าให้ดูชัดเจนขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
3. ผิวหย่อนคล้อยจากไขมันกับหย่อนจากผิวบาง ต่างกันอย่างไร?
ผิวหย่อนคล้อยจากไขมันเกิดจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า ทำให้รูปหน้าดูหย่อนและขาดความคมชัด แต่ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากผิวบางเกิดจากการเสื่อมของคอลลาเจนและอิลาสติน ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและความแน่น การแยกสาเหตุของความหย่อนคล้อยจึงเป็นหัวใจสำคัญของการเลือกวิธียกกระชับหน้า เพราะเทคโนโลยีที่ใช้ลดไขมันและเทคโนโลยีที่กระตุ้นคอลลาเจนให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
4. ยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด เห็นผลจริงไหม?

การยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด สามารถเห็นผลได้จริง หากมีการเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับชั้นผิว โครงสร้างใบหน้า และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล เช่น การใช้พลังงาน Ultrasound เพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวลึกและชั้นโครงสร้าง หรือการใช้พลังงาน Radiofrequency (RF) เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการยกกระชับแบบค่อยเป็นค่อยไป ผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และยังคงความเป็นธรรมชาติของรูปหน้า
เพราะหัวใจสำคัญของผลลัพธ์อยู่ที่การรักษาแบบ Customize ซึ่งต้องอาศัยการประเมินสภาพผิว ความหนาของผิวและชั้นไขมัน รวมถึงตำแหน่งปัญหาในแต่ละบริเวณอย่างละเอียด เพื่อกำหนดชนิดพลังงาน ระดับความลึก จำนวนช็อต และทิศทางการรักษาให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล แนวทางนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการยกกระชับ ลดความเสี่ยงของการรักษาไม่ตรงจุด และทำให้ผลลัพธ์ดูสมดุล เป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้ยาวนานมากขึ้น
5. ทำไมบางคนทำยกกระชับหน้าแล้วไม่เห็นผล?
สาเหตุที่ทำให้การยกกระชับหน้าไม่เห็นผล มักเกิดจากการวินิจฉัยปัญหาไม่ตรงจุด เช่น การเลือกเทคโนโลยีที่เน้นยกผิวในผู้ที่มีไขมันสะสมมาก หรือการใช้ระดับพลังงานไม่เหมาะสมกับความหนาของชั้นผิวและชั้นไขมัน นอกจากนี้ จำนวนช็อต ทิศทางการยิงพลังงาน และตำแหน่งการรักษา ล้วนมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์ หากขาดการวางแผนที่เหมาะสม อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนหรือไม่สม่ำเสมอ
การรักษาที่มีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านโครงสร้างผิวและกายวิภาคของใบหน้า สามารถประเมินสภาพผิวในแต่ละชั้น วิเคราะห์สาเหตุของความหย่อนคล้อย และออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างเหมาะสม ทีมแพทย์ของ DSK Clinic มีความเชี่ยวชาญในการเลือกเทคโนโลยีและปรับเทคนิคการรักษาให้สอดคล้องกับปัญหาของผู้รับบริการแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับที่ชัดเจน เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยในระยะยาว
6. ยกกระชับหน้าควรทำกี่ครั้ง ถึงจะเห็นผลชัด?
จำนวนครั้งของการทำ ยกกระชับหน้า ขึ้นอยู่กับชนิดของเทคโนโลยี ระดับความหย่อนคล้อย และการตอบสนองของผิวในแต่ละบุคคล โดยบางโปรแกรมสามารถเห็นผลการยกและความกระชับได้ตั้งแต่ครั้งแรก ขณะที่บางการรักษาจำเป็นต้องทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส เพื่อเสริมการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน การวางแผนจำนวนครั้งจึงควรปรับให้เหมาะสมกับปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละราย
ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Ulthera ซึ่งใช้พลังงาน Microfocused Ultrasound ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS มักให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับได้ตั้งแต่ครั้งแรกหลังทำ และจะเห็นผลชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในประมาณ 2-3 เดือน จากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยทั่วไปนิยมทำปีละ 1 ครั้ง หรือเว้นระยะตามระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล
ในขณะที่ โปรแกรม OligioX ซึ่งใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวลึกและช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 2-3 ครั้ง ห่างกันตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้การสร้างคอลลาเจนสะสมและเห็นผลลัพธ์ด้านความกระชับ ความแน่น และคุณภาพผิวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้จำนวนครั้งอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและเป้าหมายการรักษาของแต่ละราย
7. เครื่องยกกระชับหน้าแบบไหน เจ็บน้อย ตามคำแนะนำแพทย์ผิวหนัง

เครื่องยกกระชับหน้าที่เจ็บน้อยมักเป็นเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมพลังงานได้สม่ำเสมอและมีระบบช่วยลดความร้อนสะสมที่ผิว เช่น เครื่องในกลุ่ม Radiofrequency (RF) ซึ่งให้ความรู้สึกสบายขณะทำขึ้น อย่างไรก็ตาม ระดับความเจ็บปวดของการรักษายังคงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดพลังงาน ความลึกที่ใช้ในการรักษา และความไวของผิวในแต่ละบุคคล
ในมุมมองของแพทย์ผิวหนัง ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือกเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้รักษาก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ในการประเมินโครงสร้างผิวหน้า วางตำแหน่งการรักษา และปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย แพทย์ที่มีความเข้าใจเชิงกายวิภาคและการทำงานของพลังงานจะสามารถออกแบบเทคนิคการรักษาที่ช่วยลดความไม่สบายผิว ควบคู่กับการให้ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับที่ชัดเจนและปลอดภัย ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจได้ว่าการรักษาได้รับการแนะนำและดูแลโดยแพทย์อย่างแท้จริง
8. การสแกนชั้นผิวหรือชั้นไขมันก่อนยกกระชับ จำเป็นแค่ไหน?

การสแกนชั้นผิวหรือชั้นไขมันก่อนทำยกกระชับหน้าถือเป็นขั้นตอนที่ DSK ให้ความสำคัญ เนื่องจากช่วยให้แพทย์เข้าใจโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคลได้มากกว่าการประเมินด้วยตาเปล่า ไม่ว่าจะเป็นความหนาของผิว ระดับไขมันใต้ผิวหนัง หรือความแตกต่างของชั้นเนื้อเยื่อในแต่ละบริเวณ เพราะการที่แพทย์ได้ทราบข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อการเลือกเทคโนโลยี ความลึก และระดับพลังงาน เพื่อให้การรักษาตรงจุดและลดความเสี่ยงจากการใช้พลังงานไม่เหมาะสม
แพทย์จาก DSK Clinic จะประเมินก่อนการยกกระชับจะลงลึกมากขึ้นด้วยการใช้ UltraSee ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษในการมองเห็นโครงสร้างผิวและชั้นไขมันแบบเรียลไทม์ผ่านเครื่อง Ultrasound ช่วยให้แพทย์สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าปัญหาความหย่อนคล้อยเกิดจากชั้นใด และบริเวณใดควรเลือกใช้โปรแกรมใด รวมถึงสามารถวางแผนระดับพลังงาน ทิศทางการยิง และจำนวนช็อตได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้ผลลัพธ์การยกกระชับมีความเหมาะสม เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยในระยะยาว
9. ยกกระชับหน้าทำร่วมกับฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ได้ไหม?
การยกกระชับหน้าสามารถทำร่วมกับฟิลเลอร์หรือโบท็อกได้ และมักให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นหากวางแผนอย่างเหมาะสม โดยการยกกระชับจะช่วยยกและฟื้นฟูโครงสร้างผิว ขณะที่ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มในบริเวณที่ขาดวอลลุ่ม และโบท็อกช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ก่อให้เกิดริ้วรอย อย่างไรก็ตาม ควรมีการจัดลำดับการรักษาและเลือกตำแหน่งฉีดอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประสิทธิภาพของแต่ละหัตถการ
10. ยกกระชับหน้าปลอดภัยแค่ไหน มีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงอะไรบ้าง?
การยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัดถือว่ามีความปลอดภัยสูง หากทำโดยแพทย์และใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ผลข้างเคียงที่พบได้ส่วนใหญ่มักเป็นอาการชั่วคราว เช่น ผิวแดง บวมเล็กน้อย หรือรู้สึกตึงผิว ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปภายในไม่กี่วัน ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นมักเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าพลังงานหรือการเลือกเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว จึงควรรับการประเมินและรักษาโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านโครงสร้างผิวหน้าโดยเฉพาะ
ยกกระชับหน้าให้กลับมาเต่งตึง บอกลากรอบหน้าไม่คมชัด ผิวหย่อนคล้อย
เครื่องยกกระชับหน้าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับของผิวและโครงสร้างใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวและระดับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยพลังงานในกลุ่ม Ultrasound และ Radiofrequency มีหลักการทำงาน จุดเด่น และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การรักษาที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเครื่องหรือความทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการประเมินโครงสร้างผิวอย่างละเอียด เพื่อกำหนดระดับพลังงาน ความลึก ทิศทางการรักษา และจำนวนช็อตให้เหมาะสมกับปัญหาที่แท้จริงของผิวแต่ละชั้น
การดูแลรักษาโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคของใบหน้า และมีประสบการณ์ในการออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผิวแน่นกระชับ และมีความปลอดภัยในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจการยกกระชับหน้า การเข้ารับคำปรึกษาและการประเมินอย่างถูกต้องจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์โดยตรง

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!