โปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล ควรทำกี่ช็อต และดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ
หลายคนที่สนใจโปรแกรม Oligio มักมีคำถามว่าโปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล และต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เพราะแม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพผิวเดิม ระดับพลังงานที่ใช้ และการออกแบบการรักษาในแต่ละเคส บทความนี้จะพาไปดูคำตอบตั้งแต่ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลจริง จำนวนช็อตที่เหมาะสมในแต่ละปัญหา ไปจนถึงวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและคุ้มค่าที่สุด
Key takeaway
- โปรแกรม Oligio จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และประมาณ 3-7 วัน จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเต็มที่ในช่วง 2–3 เดือน จากการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
- จำนวนช็อตมีผลต่อผลลัพธ์ โดยทั่วไปโปรแกรม Oligio จำนวนช็อตจะอยู่ที่ 300-600 ช็อตสำหรับทั้งใบหน้า ทั้งนี้ จำนวนช็อตขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
- ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน และสามารถทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงความกระชับอย่างต่อเนื่อง
- หลังทำโปรแกรม Oligio ควรเลี่ยงความร้อน ทากันแดดก่อนออกจากบ้าน ดื่มน้ำให้เหมาะสม และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นและยืดระยะเวลาผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น
โปรแกรม Oligio คืออะไร?

โปรแกรม Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ที่ส่งความร้อนลงสู่ผิวชั้นลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น กระชับขึ้น และเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยจุดเด่นของโปรแกรม Oligio คือการให้พลังงานได้เสถียร พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ระหว่างทำรู้สึกสบายผิว เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล
คำถามยอดฮิตที่ว่าโปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล โดยทั่วไปสามารถเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และหลังจาก 3-7 วันแรก ผิวจะเริ่มรู้สึกกระชับและแน่นขึ้นเล็กน้อย จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3-4 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิวเดิม จำนวนช็อตที่ใช้ รวมถึงการดูแลผิวหลังทำของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?
แม้หลายคนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำได้ภายในไม่กี่วัน แต่ระยะเวลาที่เห็นผลชัดจากโปรแกรม Oligio จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1. อายุและคุณภาพผิวโดยรวม
การตอบสนองของผิวต่อโปรแกรม Oligio จะขึ้นอยู่กับอายุและความยืดหยุ่นของผิวเป็นหลัก ผู้ที่อายุน้อยหรือยังมีคอลลาเจนสมบูรณ์ มักเห็นผลเร็วกว่า เนื่องจากผิวยังสามารถตอบสนองต่อพลังงาน RF ได้ดี ในขณะที่ผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้นหรือผิวเริ่มเสื่อมสภาพ อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่มากขึ้น จึงเห็นผลช้ากว่าเล็กน้อย
2. ปริมาณคอลลาเจนเดิมในผิว
หากผิวมีคอลลาเจนเดิมในระดับที่ดี โปรแกรม Oligio จะช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและเรียงตัวใหม่ได้เร็ว ส่งผลให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นได้ไว แต่ในกรณีที่คอลลาเจนลดลงมาก ร่างกายจะต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มเติม ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นในระยะยาว
3. ระดับพลังงานและเทคนิคการทำโปรแกรม Oligio
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Oligio ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าพลังงานและเทคนิคการยิงที่เหมาะสม หากสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นการทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเทคนิคและการกำหนดค่าพลังงานหลังจากการประเมินผิวหน้าของคนไข้ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกำหนดผลลัพธ์
4. การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Oligio
หลังทำโปรแกรม Oligio การดูแลตัวเองมีผลต่อความเร็วในการเห็นผลอย่างชัดเจน เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากขึ้น และหลีกเลี่ยงความร้อนหรือแสงแดดจัด จะช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูและการสร้างคอลลาเจนเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วและผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio อยู่ได้นานขึ้น
5. ความต่อเนื่องในการทำโปรแกรม Oligio
แม้โปรแกรม Oligio จะสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่การทำอย่างต่อเนื่องทุก 6–8 เดือน จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผิวคงความกระชับและดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยให้ผลลัพธ์ในครั้งถัด ๆ ไปเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โปรแกรม Oligio เหมาะกับใคร?
โปรแกรม Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด และอยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยหรือผิวไม่กระชับ ซึ่งโปรแกรม Oligio สามารถตอบโจทย์ได้ในหลายกรณี ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด โปรแกรม Oligio เหมาะกับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าแก้มหย่อนหรือกรอบหน้าไม่คมชัดเหมือนเดิม เนื่องจากพลังงาน RF จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิว ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้นและมีมิติมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยจากอายุหรือการลดน้ำหนัก เมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือมีการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ผิวอาจสูญเสียความยืดหยุ่น โปรแกรม Oligio จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวกลับมาดูแน่นและกระชับขึ้นอีกครั้ง
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรม โปรแกรม Oligio เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการแบบรุกราน
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน โปรแกรม Oligio ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นในระยะยาว
- ผู้ที่ต้องการผิวหน้าแน่น เรียบเนียน และดูสุขภาพดี นอกจากการยกกระชับ โปรแกรม Oligio ยังช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนดูกระชับ และผิวโดยรวมดูสดใส สุขภาพดีมากขึ้นจากภายใน
โปรแกรม Oligio ควรทำกี่ช็อต?

จำนวนช็อตในการทำโปรแกรม Oligio มีผลต่อทั้งประสิทธิภาพการยกกระชับและระยะเวลาที่เห็นผล โดยจำนวนช็อตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปัญหาผิว และความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล ซึ่งโดยทั่วไปหากทำทั่วใบหน้า จะอยู่ที่ประมาณ 300-600 ช็อตต่อครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างทั่วถึง
ในกรณีที่ต้องการเน้นเฉพาะจุด เช่น กรอบหน้า แก้ม หรือใต้คาง อาจใช้ประมาณ 150-300 ช็อต ขึ้นอยู่กับระดับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ ทั้งนี้การกำหนดจำนวนช็อตที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้สามารถออกแบบการรักษาได้ตรงจุด ใช้พลังงานได้อย่างพอดี และปลอดภัยต่อผิว โดยไม่มากหรือน้อยเกินไปจนกระทบต่อผลลัพธ์หรือทำให้ผิวระคายเคือง
โปรแกรม Oligio ควรทำกี่ครั้ง?
โดยทั่วไป โปรแกรม Oligio สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่การทำเพียง 1 ครั้ง เนื่องจากพลังงาน RF จะช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวทันที และค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากต้องการคงผลลัพธ์ให้ยาวนานและชัดเจนขึ้น แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำซ้ำทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล สำหรับบางเคสที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์อาจจะประเมินชั้นผิวหนังที่มีความหย่อนคล้อย และเลือกเครื่องยกกระชัยให้เหมาะกับปัญหาผิวของคนไข้เพิ่มเติม
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Oligio มีอะไรบ้าบ้าง?
การดูแลผิวหลังทำโปรแกรม Oligio ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการเห็นผลและความคงทนของผลลัพธ์ หากดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวไว กระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มประสิทธิภาพ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการอุดตันและลดโอกาสการระคายเคืองต่อผิวที่ยังบอบบาง
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรงดกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการอยู่กลางแดดจัด เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคือง และส่งผลต่อคอลลาเจนที่กำลังถูกกระตุ้น
- ทาครีมบำรุงและกันแดดอย่างสม่ำเสมอ การเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและปกป้องผิวจากรังสี UV จะช่วยลดการเสื่อมของคอลลาเจนใหม่ และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- งดการสครับหรือทรีตเมนต์ที่รุนแรง ผิวหลังทำยังมีความอ่อนโยน ควรหลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือทำหัตถการที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เพื่อป้องกันการอักเสบของผิว
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยให้ผิวอิ่มฟู กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพจะช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ผิวได้ดีขึ้น และส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวจากภายใน
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพดี จะช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน
ทำไมต้องทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK Clinic

เพราะการยกกระชับที่ได้ผลจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เครื่องมือ แต่คือความแม่นยำในการวิเคราะห์และการรักษาที่ตรงจุดที่ DSK Clinic ทุกเคสยกกระชับจะเริ่มจากการใช้เทคโนโลยี Ultrasound วิเคราะห์โครงสร้างผิวในแต่ละชั้นแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถประเมินได้อย่างละเอียดว่าปัญหาอยู่ระดับใด ผิวหนาหรือบางเพียงใด และควรใช้พลังงานแบบไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด การรักษาจึงถูกออกแบบแบบ Customized เฉพาะบุคคล ไม่ใช่การยิงพลังงานแบบทั่วไป ส่งผลให้การยกกระชับมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัด และดูเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ แพทย์ของ DSK ยังเป็น Oligio Trainer ที่มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดเทคนิคให้กับแพทย์ท่านอื่น ๆ และได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค โดยได้เข้าร่วม APAC Expert Meeting ร่วมกับ Wontech Asia ในรูปแบบ Proctorship Program ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึก เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาให้แม่นยำ ปลอดภัย และเหมาะสมกับคนไข้ในประเทศไทยมากที่สุด
ด้วยแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์อย่างแม่นยำและการรักษาที่ตรงจุด ผสานกับประสบการณ์ของแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK Clinic ไม่ใช่เพียงแค่การยกกระชับผิว แต่เป็นการออกแบบผลลัพธ์ให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ดูเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้อย่างยาวนานที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio
โปรแกรม Oligio เจ็บไหม?
หลายคนสงสัยว่าโปรแกรม Oligio เจ็บไหม โดยทั่วไปขณะทำโปรแกรม Oligio จะ ไม่เจ็บมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ ใต้ผิว ซึ่งเป็นผลจากพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ที่ถูกส่งลงไปกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ทั้งนี้ ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม Oligio อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความไวของผิวและบริเวณที่ทำ เช่น บริเวณที่ผิวบางหรือมีไขมันน้อยอาจรู้สึกชัดขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าเป็นหัตถการที่สบายผิว และไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาในหลายเคส
ขั้นตอนการทำโปรแกรม Oligio มีอะไรบ้าง?
การทำโปรแกรม Oligio เป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
- แพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างผิว ระดับความหย่อนคล้อย และปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนการรักษา กำหนดจำนวนช็อต และระดับพลังงานที่เหมาะสม
- ล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้า เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการส่งพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแปะยาชาเพื่อเพิ่มความสบายในการทำโปรแกรม Oligio
- ทาเจลเพื่อช่วยนำพาพลังงานและลดแรงเสียดทาน ทำให้หัวเครื่องสามารถเคลื่อนผ่านผิวได้อย่างลื่นและสม่ำเสมอ
- แพทย์จะค่อย ๆ ยิงพลังงาน RF ลงสู่ผิวในแต่ละจุดตามที่วางแผนไว้ โดยควบคุมระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กระชับและปลอดภัย
- หลังทำจะมีการทำความสะอาดผิวอีกครั้ง และอาจทาครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวและลดการระคายเคือง
โปรแกรม Oligio ราคาเท่าไหร่?
โปรแกรม Oligio ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 14,000-40,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ โปรโมชันของแต่ละคลินิก และประสบการณ์ของแพทย์ โดยบางโปรอาจเริ่มต้นหลักหมื่นต้น ๆ สำหรับจำนวนช็อตน้อย และอาจสูงขึ้นไปถึงหลายหมื่นบาทเมื่อใช้ช็อตมากขึ้นหรือทำร่วมกับเทคโนโลยีอื่น
โปรแกรม Oligio vs OligioX ต่างกันอย่างไร?
ทั้งโปรแกรม OligioX และ Oligio ใช้หลักการเดียวกันคือ Monopolar RF เพื่อยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน แต่โปรแกรม OligioX ถือเป็นเวอร์ชันอัปเกรดที่พัฒนาขึ้นให้ “แรงขึ้น ลึกขึ้น และแม่นยำขึ้น” โดยโปรแกรม Oligio เดิมจะเน้นการปล่อยพลังงานแบบเดี่ยว ๆ ในขณะที่โปรแกรม OligioX ใช้เทคโนโลยี Dual-Mode (GXG) ยิงพลังงานได้ทั้งชั้นตื้นและลึก พร้อมกำลังพลังงานที่สูงขึ้นและระบบอัจฉริยะช่วยปรับพลังงานแบบเรียลไทม์ ทำให้ยกกระชับได้ครอบคลุมหลายชั้นผิวและให้ผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น
โปรแกรม Oligio vs Onda Pro ต่างกันอย่างไร?
แม้ทั้งสองโปรแกรมจะช่วยเรื่องยกกระชับและปรับรูปหน้าได้เหมือนกัน แต่ในมุมของ DSK Clinic หัวใจสำคัญคือ การใช้คนละพลังงานและแก้คนละปัญหา โดยโปรแกรม Oligio จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) เพื่อเน้นกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิว ให้ผิวแน่นขึ้น เฟิร์มขึ้น และกรอบหน้าชัดขึ้นโดยไม่ลดไขมัน ในขณะที่โปรแกรม Onda Pro ใช้คลื่นไมโครเวฟ (CoolWaves™) ยิงลงไปที่ ชั้นไขมันโดยตรง เพื่อสลายไขมันสะสม เช่น แก้ม เหนียง หรือไขมันเฉพาะจุด พร้อมช่วยให้ผิวกระชับขึ้นไปพร้อมกัน
โปรแกรม Oligio vs XERF ต่างกันอย่างไร?
โปรแกรม Oligio และ โปรแกรม XERF ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่โปรแกรม Oligio จะเน้นยกกระชับผิวและฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้น-กลาง ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสบายผิว ขณะที่โปรแกรม XERF เป็นเทคโนโลยี RF รุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานหลายความถี่ (Dual-Frequency) ทำให้ลงลึกได้หลายชั้นผิวมากขึ้น จึงช่วยได้ทั้งยกกระชับและลดไขมัน โดยการเลือกใช้เครื่องต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์โครงสร้างผิวของแพทย์ในแต่ละเคส

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!
