DSK Clinic I The First Customized Clinic
outro-ulthera (2)
banner-article-sidebar

โปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล ควรทำกี่ช็อต และดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ

พญ.ชัชนิจร์ วีระพล (หมอกิ๊ฟ) ว.42767
บทความโดย
พญ.ชัชนิจร์ วีระพล (หมอกิ๊ฟ) ว.42767
พฤษภาคม 4, 2026

หลายคนที่สนใจโปรแกรม Oligio มักมีคำถามว่าโปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล และต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เพราะแม้จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพผิวเดิม ระดับพลังงานที่ใช้ และการออกแบบการรักษาในแต่ละเคส บทความนี้จะพาไปดูคำตอบตั้งแต่ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลจริง จำนวนช็อตที่เหมาะสมในแต่ละปัญหา ไปจนถึงวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและคุ้มค่าที่สุด

Key takeaway

  • โปรแกรม Oligio จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และประมาณ 3-7 วัน จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเต็มที่ในช่วง 2–3 เดือน จากการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
  • จำนวนช็อตมีผลต่อผลลัพธ์ โดยทั่วไปโปรแกรม Oligio จำนวนช็อตจะอยู่ที่ 300-600 ช็อตสำหรับทั้งใบหน้า ทั้งนี้ จำนวนช็อตขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
  • ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน และสามารถทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงความกระชับอย่างต่อเนื่อง
  • หลังทำโปรแกรม Oligio ควรเลี่ยงความร้อน ทากันแดดก่อนออกจากบ้าน ดื่มน้ำให้เหมาะสม และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้นและยืดระยะเวลาผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น

โปรแกรม Oligio คืออะไร?

oligio ผลลัพธ์

โปรแกรม Oligio คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ที่ส่งความร้อนลงสู่ผิวชั้นลึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว ส่งผลให้ผิวดูแน่นขึ้น กระชับขึ้น และเรียบเนียนขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยจุดเด่นของโปรแกรม Oligio คือการให้พลังงานได้เสถียร พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้ระหว่างทำรู้สึกสบายผิว เจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรืออยากฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

โปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล

คำถามยอดฮิตที่ว่าโปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล โดยทั่วไปสามารถเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และหลังจาก 3-7 วันแรก ผิวจะเริ่มรู้สึกกระชับและแน่นขึ้นเล็กน้อย จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3-4 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายมีการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพผิวเดิม จำนวนช็อตที่ใช้ รวมถึงการดูแลผิวหลังทำของแต่ละบุคคล

โปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผล ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?

แม้หลายคนจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำได้ภายในไม่กี่วัน แต่ระยะเวลาที่เห็นผลชัดจากโปรแกรม Oligio จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้

1. อายุและคุณภาพผิวโดยรวม

การตอบสนองของผิวต่อโปรแกรม Oligio จะขึ้นอยู่กับอายุและความยืดหยุ่นของผิวเป็นหลัก ผู้ที่อายุน้อยหรือยังมีคอลลาเจนสมบูรณ์ มักเห็นผลเร็วกว่า เนื่องจากผิวยังสามารถตอบสนองต่อพลังงาน RF ได้ดี ในขณะที่ผู้ที่มีอายุเพิ่มขึ้นหรือผิวเริ่มเสื่อมสภาพ อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่มากขึ้น จึงเห็นผลช้ากว่าเล็กน้อย

2. ปริมาณคอลลาเจนเดิมในผิว

หากผิวมีคอลลาเจนเดิมในระดับที่ดี โปรแกรม Oligio จะช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวและเรียงตัวใหม่ได้เร็ว ส่งผลให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นได้ไว แต่ในกรณีที่คอลลาเจนลดลงมาก ร่างกายจะต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มเติม ทำให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ ชัดขึ้นในระยะยาว

3. ระดับพลังงานและเทคนิคการทำโปรแกรม Oligio

ผลลัพธ์ของโปรแกรม Oligio ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าพลังงานและเทคนิคการยิงที่เหมาะสม หากสามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นการทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเทคนิคและการกำหนดค่าพลังงานหลังจากการประเมินผิวหน้าของคนไข้ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกำหนดผลลัพธ์

4. การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Oligio

หลังทำโปรแกรม Oligio การดูแลตัวเองมีผลต่อความเร็วในการเห็นผลอย่างชัดเจน เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากขึ้น และหลีกเลี่ยงความร้อนหรือแสงแดดจัด จะช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูและการสร้างคอลลาเจนเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วและผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio อยู่ได้นานขึ้น

5. ความต่อเนื่องในการทำโปรแกรม Oligio

แม้โปรแกรม Oligio จะสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก แต่การทำอย่างต่อเนื่องทุก 6–8 เดือน จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผิวคงความกระชับและดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยให้ผลลัพธ์ในครั้งถัด ๆ ไปเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

โปรแกรม Oligio เหมาะกับใคร?

โปรแกรม Oligio เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด และอยากได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อยหรือผิวไม่กระชับ ซึ่งโปรแกรม Oligio สามารถตอบโจทย์ได้ในหลายกรณี ดังนี้

  • ผู้ที่มีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด โปรแกรม Oligio เหมาะกับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าแก้มหย่อนหรือกรอบหน้าไม่คมชัดเหมือนเดิม เนื่องจากพลังงาน RF จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิว ทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้นและมีมิติมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยจากอายุหรือการลดน้ำหนัก เมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือมีการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ผิวอาจสูญเสียความยืดหยุ่น โปรแกรม Oligio จะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวกลับมาดูแน่นและกระชับขึ้นอีกครั้ง
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการศัลยกรรม โปรแกรม Oligio เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยยกกระชับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการแบบรุกราน
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน โปรแกรม Oligio ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดความหย่อนคล้อย และช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นในระยะยาว
  • ผู้ที่ต้องการผิวหน้าแน่น เรียบเนียน และดูสุขภาพดี นอกจากการยกกระชับ โปรแกรม Oligio ยังช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนดูกระชับ และผิวโดยรวมดูสดใส สุขภาพดีมากขึ้นจากภายใน

โปรแกรม Oligio ควรทำกี่ช็อต?

oligio กี่ช็อตเห็นผล

จำนวนช็อตในการทำโปรแกรม Oligio มีผลต่อทั้งประสิทธิภาพการยกกระชับและระยะเวลาที่เห็นผล โดยจำนวนช็อตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ปัญหาผิว และความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล ซึ่งโดยทั่วไปหากทำทั่วใบหน้า จะอยู่ที่ประมาณ 300-600 ช็อตต่อครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างทั่วถึง

ในกรณีที่ต้องการเน้นเฉพาะจุด เช่น กรอบหน้า แก้ม หรือใต้คาง อาจใช้ประมาณ 150-300 ช็อต ขึ้นอยู่กับระดับปัญหาและผลลัพธ์ที่ต้องการ ทั้งนี้การกำหนดจำนวนช็อตที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้สามารถออกแบบการรักษาได้ตรงจุด ใช้พลังงานได้อย่างพอดี และปลอดภัยต่อผิว โดยไม่มากหรือน้อยเกินไปจนกระทบต่อผลลัพธ์หรือทำให้ผิวระคายเคือง

โปรแกรม Oligio ควรทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไป โปรแกรม Oligio สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่การทำเพียง 1 ครั้ง เนื่องจากพลังงาน RF จะช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนหดตัวทันที และค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม หากต้องการคงผลลัพธ์ให้ยาวนานและชัดเจนขึ้น แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำซ้ำทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล สำหรับบางเคสที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์อาจจะประเมินชั้นผิวหนังที่มีความหย่อนคล้อย และเลือกเครื่องยกกระชัยให้เหมาะกับปัญหาผิวของคนไข้เพิ่มเติม

ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Oligio มีอะไรบ้าบ้าง?

การดูแลผิวหลังทำโปรแกรม Oligio ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการเห็นผลและความคงทนของผลลัพธ์ หากดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวไว กระตุ้นคอลลาเจนได้เต็มประสิทธิภาพ และทำให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนมากยิ่งขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าใน 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการอุดตันและลดโอกาสการระคายเคืองต่อผิวที่ยังบอบบาง
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรงดกิจกรรมที่ทำให้ผิวร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือการอยู่กลางแดดจัด เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคือง และส่งผลต่อคอลลาเจนที่กำลังถูกกระตุ้น
  • ทาครีมบำรุงและกันแดดอย่างสม่ำเสมอ การเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและปกป้องผิวจากรังสี UV จะช่วยลดการเสื่อมของคอลลาเจนใหม่ และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • งดการสครับหรือทรีตเมนต์ที่รุนแรง ผิวหลังทำยังมีความอ่อนโยน ควรหลีกเลี่ยงการขัด ถู หรือทำหัตถการที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เพื่อป้องกันการอักเสบของผิว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำประมาณ 1.5–2 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยให้ผิวอิ่มฟู กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพจะช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ผิวได้ดีขึ้น และส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวจากภายใน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพดี จะช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน

ทำไมต้องทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK Clinic 

oligio ที่ dsk ดีไหม

เพราะการยกกระชับที่ได้ผลจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เครื่องมือ แต่คือความแม่นยำในการวิเคราะห์และการรักษาที่ตรงจุดที่ DSK Clinic ทุกเคสยกกระชับจะเริ่มจากการใช้เทคโนโลยี Ultrasound วิเคราะห์โครงสร้างผิวในแต่ละชั้นแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถประเมินได้อย่างละเอียดว่าปัญหาอยู่ระดับใด ผิวหนาหรือบางเพียงใด และควรใช้พลังงานแบบไหนจึงจะได้ผลลัพธ์ดีที่สุด การรักษาจึงถูกออกแบบแบบ Customized เฉพาะบุคคล ไม่ใช่การยิงพลังงานแบบทั่วไป ส่งผลให้การยกกระชับมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัด และดูเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ แพทย์ของ DSK ยังเป็น Oligio Trainer ที่มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดเทคนิคให้กับแพทย์ท่านอื่น ๆ และได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค โดยได้เข้าร่วม APAC Expert Meeting ร่วมกับ Wontech Asia ในรูปแบบ Proctorship Program ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึก เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาให้แม่นยำ ปลอดภัย และเหมาะสมกับคนไข้ในประเทศไทยมากที่สุด

ด้วยแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์อย่างแม่นยำและการรักษาที่ตรงจุด ผสานกับประสบการณ์ของแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK Clinic ไม่ใช่เพียงแค่การยกกระชับผิว แต่เป็นการออกแบบผลลัพธ์ให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ดูเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้อย่างยาวนานที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio

โปรแกรม Oligio เจ็บไหม?

หลายคนสงสัยว่าโปรแกรม Oligio เจ็บไหม โดยทั่วไปขณะทำโปรแกรม Oligio จะ ไม่เจ็บมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียงอุ่น ๆ ใต้ผิว ซึ่งเป็นผลจากพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ที่ถูกส่งลงไปกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิว ทั้งนี้ ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม Oligio อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความไวของผิวและบริเวณที่ทำ เช่น บริเวณที่ผิวบางหรือมีไขมันน้อยอาจรู้สึกชัดขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าเป็นหัตถการที่สบายผิว และไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาในหลายเคส

ขั้นตอนการทำโปรแกรม Oligio มีอะไรบ้าง?

การทำโปรแกรม Oligio เป็นหัตถการที่ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาไม่นาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  • แพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างผิว ระดับความหย่อนคล้อย และปัญหาเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนการรักษา กำหนดจำนวนช็อต และระดับพลังงานที่เหมาะสม
  • ล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้า เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการส่งพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแปะยาชาเพื่อเพิ่มความสบายในการทำโปรแกรม Oligio
  • ทาเจลเพื่อช่วยนำพาพลังงานและลดแรงเสียดทาน ทำให้หัวเครื่องสามารถเคลื่อนผ่านผิวได้อย่างลื่นและสม่ำเสมอ
  • แพทย์จะค่อย ๆ ยิงพลังงาน RF ลงสู่ผิวในแต่ละจุดตามที่วางแผนไว้ โดยควบคุมระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กระชับและปลอดภัย
  • หลังทำจะมีการทำความสะอาดผิวอีกครั้ง และอาจทาครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวและลดการระคายเคือง

โปรแกรม Oligio ราคาเท่าไหร่?

โปรแกรม Oligio ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 14,000-40,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ โปรโมชันของแต่ละคลินิก และประสบการณ์ของแพทย์ โดยบางโปรอาจเริ่มต้นหลักหมื่นต้น ๆ สำหรับจำนวนช็อตน้อย และอาจสูงขึ้นไปถึงหลายหมื่นบาทเมื่อใช้ช็อตมากขึ้นหรือทำร่วมกับเทคโนโลยีอื่น

โปรแกรม Oligio vs OligioX ต่างกันอย่างไร?

ทั้งโปรแกรม OligioX และ Oligio ใช้หลักการเดียวกันคือ Monopolar RF เพื่อยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน แต่โปรแกรม OligioX ถือเป็นเวอร์ชันอัปเกรดที่พัฒนาขึ้นให้ “แรงขึ้น ลึกขึ้น และแม่นยำขึ้น” โดยโปรแกรม Oligio เดิมจะเน้นการปล่อยพลังงานแบบเดี่ยว ๆ  ในขณะที่โปรแกรม OligioX ใช้เทคโนโลยี Dual-Mode (GXG) ยิงพลังงานได้ทั้งชั้นตื้นและลึก พร้อมกำลังพลังงานที่สูงขึ้นและระบบอัจฉริยะช่วยปรับพลังงานแบบเรียลไทม์ ทำให้ยกกระชับได้ครอบคลุมหลายชั้นผิวและให้ผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น

โปรแกรม Oligio vs Onda Pro ต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้งสองโปรแกรมจะช่วยเรื่องยกกระชับและปรับรูปหน้าได้เหมือนกัน แต่ในมุมของ DSK Clinic หัวใจสำคัญคือ การใช้คนละพลังงานและแก้คนละปัญหา โดยโปรแกรม Oligio จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) เพื่อเน้นกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิว ให้ผิวแน่นขึ้น เฟิร์มขึ้น และกรอบหน้าชัดขึ้นโดยไม่ลดไขมัน ในขณะที่โปรแกรม Onda Pro ใช้คลื่นไมโครเวฟ (CoolWaves™) ยิงลงไปที่ ชั้นไขมันโดยตรง เพื่อสลายไขมันสะสม เช่น แก้ม เหนียง หรือไขมันเฉพาะจุด พร้อมช่วยให้ผิวกระชับขึ้นไปพร้อมกัน

โปรแกรม Oligio vs XERF ต่างกันอย่างไร?

โปรแกรม Oligio และ โปรแกรม XERF ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่โปรแกรม Oligio จะเน้นยกกระชับผิวและฟื้นฟูคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้น-กลาง ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสบายผิว ขณะที่โปรแกรม XERF เป็นเทคโนโลยี RF รุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานหลายความถี่ (Dual-Frequency) ทำให้ลงลึกได้หลายชั้นผิวมากขึ้น จึงช่วยได้ทั้งยกกระชับและลดไขมัน โดยการเลือกใช้เครื่องต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์โครงสร้างผิวของแพทย์ในแต่ละเคส

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
เตือนภัย! แฉกลโกงคลินิกเสริมความงาม
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook ฟรี
bg-bt-contact-2-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา