DSK Clinic I The Customized Clinic
outro-ulthera (2)
blog-Side-CTA

สิวอักเสบคืออะไร? มีกี่ชนิด ปล่อยทิ้งไว้อันตรายไหม พร้อมวิธีรักษาอย่างตรงจุด

DSK Editorial team
บทความโดย
DSK Editorial team
มิถุนายน 25, 2026

ปัญหาสิวเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สร้างความกังวลใจให้เราได้เสมอ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องความสวยงามหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังพร้อมกับอาการปวด บวมแดง และความรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส หากดูแลรักษาสิวไม่ถูกวิธีหรือปล่อยให้การอักเสบลุกลาม อาจนำไปสู่การเกิดรอยดำ รอยแดง หรือแม้แต่หลุมสิวที่รักษาได้ยากในอนาคต การทำความเข้าใจธรรมชาติของสิวอักเสบคืออะไรจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเลือกโปรแกรมรักษาสิวได้อย่างเหมาะสม

Key takeaway

  • สิวอักเสบคือสิวอุดตันที่ติดเชื้อ เกิดจากการที่ไขมันและสิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขน แล้วถูกแบคทีเรียแทรกซ้อนจนเกิดการบวมแดงหรือเป็นหนอง ซึ่งรุนแรงและปวดกว่าสิวปกติ
  • สิวอักเสบมีความรุนแรงหลายระดับ ตั้งแต่ตุ่มแดงเล็ก ๆ ไปจนถึงสิวอักเสบเป็นก้อนแข็ง (สิวไต) และสิวหัวช้าง หากปล่อยทิ้งไว้หรือบีบเองจะทำให้ลุกลาม เกิดรอยดำฝังลึก หรือกลายเป็นหลุมสิวถาวรได้
  • สิวอักเสบรักษาและป้องกันได้ด้วยการดูแลให้ตรงจุด โดยควรเริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด ใช้ยาทาลดการติดเชื้อ เลี่ยงของหวาน และหากเป็นสิวอักเสบเรื้อรังควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนรักษาอย่างถูกต้อง

สิวอักเสบ คืออะไร?

สิวอักเสบ คือ ลักษณะของสิวที่มีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมในรูขุมขนผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยจุดเริ่มต้นมักเกิดจากการที่รูขุมขนอุดตันด้วยไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวมาจัดการจนเกิดเป็นอาการบวมแดงและมีหนองในที่สุด ดังนั้นสิวอักเสบ คือ สิวที่พัฒนามาจากสิวอุดตันแต่มีความรุนแรงมากกว่า ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของขนาดและสีผิวบริเวณที่เป็นได้อย่างชัดเจน

สิวอักเสบ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

สาเหตุสิวอักเสบ

สิวอักเสบที่ขึ้นบนใบหน้าหรือตามร่างกายของเรานั้นมีปัจจัยกระตุ้นหลายด้านประกอบกัน ทั้งปัจจัยภายในร่างกายที่เราควบคุมได้ยาก และปัจจัยภายนอกจากสภาพแวดล้อม ดังนี้

ฮอร์โมน

การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายเป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ โดยเฉพาะฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจนที่จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนมีรอบเดือน หรือสภาวะความเครียด ฮอร์โมนเหล่านี้จะเข้าไปสั่งการให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ เมื่อความมันส่วนเกินผสมกับสิ่งสกปรกจึงเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ความไม่สมดุลของฮอร์โมนยังทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองและอักเสบได้รวดเร็วกว่าปกติ

แบคทีเรีย C. acnes

แบคทีเรีย Cutibacterium acnes หรือ C. acnes เป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของพวกเราทุกคน แต่เมื่อรูขุมขนเกิดการอุดตันจนไม่มีอากาศเข้าไป แบคทีเรียชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีผิดปกติและเริ่มย่อยไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันที่ระคายเคืองต่อผิว ส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นกระบวนการอักเสบเพื่อกำจัดเชื้อโรค จนกลายเป็นสิวอักเสบที่มีตุ่มหนองหรือตุ่มแดงขนาดใหญ่ตามมา การสะสมของแบคทีเรียจึงเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สิวธรรมดากลายเป็นสิวรุนแรง

ความมันบนใบหน้า

การที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีความมันมากเกินไป (Hyperseborrhea) จะทำให้รูขุมขนเกิดการหมักหมมได้ง่าย ความมันส่วนเกินนี้เปรียบเสมือนอาหารชั้นดีของแบคทีเรียและเป็นกาวที่ยึดเกาะเซลล์ผิวเก่าไม่ให้หลุดลอกออกไปตามธรรมชาติ เมื่อสิ่งเหล่านี้รวมตัวกันจนแน่นจะทำให้เกิดหัวสิวอุดตัน และพัฒนาเป็นสิวอักเสบในที่สุด

พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

หลายครั้งที่สิวอักเสบเกิดจากการที่เราทำร้ายผิวโดยไม่รู้ตัว เช่น การใช้เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการอุดตัน การทำความสะอาดใบหน้าไม่เกลี้ยงเกลา หรือการใช้มือที่สกปรกไปสัมผัส แกะ และเกาใบหน้าบ่อย ๆ นอกจากนี้การพักผ่อนไม่เพียงพอและการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงยังส่งผลโดยตรงต่อการกระตุ้นการอักเสบภายในร่างกาย ทำให้ผิวอ่อนแอและเอื้อต่อการเกิดสิวได้ง่ายกว่าคนที่ดูแลสุขภาพและรักษาความสะอาดของสิ่งของที่ต้องสัมผัสใบหน้าอยู่เสมอ

สิวอักเสบมีกี่ชนิด?

ประเภทสิวอักเสบ

ประเภทของสิวอักเสบไม่ได้มีลักษณะเพียงแบบเดียว แต่ละชนิดมีความลึกและความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่งผลต่อวิธีการรักษา ดังนี้

สิวอักเสบชนิดตุ่มนูนแดง

สิวอักเสบชนิดนี้มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดเล็ก นูนขึ้นมาจากผิวหนัง และมักจะไม่มีหัวสิวให้เห็นชัดเจน เมื่อเรากดลงไปจะรู้สึกเจ็บปวดเบา ๆ เกิดจากการที่ผนังรูขุมขนใต้ผิวหนังเริ่มแตกออกและกระจายการอักเสบไปยังผิวหนังรอบข้าง แม้จะดูไม่รุนแรงเท่าสิวหัวหนอง แต่หากเราพยายามบีบหรือเค้นสิวก็จะยิ่งทำให้เกิดการติดเชื้อในวงกว้างและรุนแรงมากขึ้นได้

สิวอักเสบหัวหนอง

สิวอักเสบชนิดหัวหนองพัฒนาต่อมาจากตุ่มแดง โดยเราจะเริ่มเห็นจุดสีขาวหรือเหลืองบริเวณยอดสิว ซึ่งก็คือซากของเม็ดเลือดขาวที่ตายจากการทำลายแบคทีเรีย สิวชนิดนี้มักมีอาการบวมแดงรอบ ๆ ฐานสิวอย่างเห็นได้ชัด การรักษาต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้ามบีบเองเด็ดขาดเพราะหนองและเชื้อแบคทีเรียอาจถูกดันลึกลงไปจนทำให้เกิดการอักเสบใต้ผิวหนังที่รุนแรงกว่าเดิม

สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก สิวไต

สิวชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งขนาดใหญ่สีแดงอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ไม่มีหัวสิว และมักจะมีอาการปวดตุบ ๆ ตลอดเวลา แม้จะมองไม่เห็นหนองจากภายนอกแต่ความจริงแล้วมีการอักเสบอยู่ลึกมากในระดับชั้นหนังแท้ สิวอักเสบชนิดก้อนแข็งหรือสิวไตมักจะหายช้าและมีความเสี่ยงสูงที่จะทิ้งรอยดำขนาดใหญ่หรือรอยบุ๋มหากรักษาไม่ถูกจุด เนื่องจากเป็นอาการอักเสบที่ทำลายเนื้อเยื่อผิวหนังในวงกว้าง

สิวหัวช้าง หรือสิวซีสต์

สิวหัวช้าง หรือสิวซีสต์คือขั้นสุดของความรุนแรงในบรรดาสิวอักเสบทั้งหมด โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดใหญ่หรือหลาย ๆ ตุ่มรวมตัวกัน ภายในบรรจุไปด้วยหนองและเลือด สิวหัวช้างมักจะนิ่มเหลวเมื่อสัมผัสเนื่องจากเนื้อเยื่อถูกทำลายจนกลายเป็นโพรง ต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์เท่านั้น เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดแผลเป็นหลุมสิวถาวรและการอักเสบมักจะลุกลามจนคุมได้ยากด้วยยาทาทั่วไป

สิวอักเสบขึ้นในตำแหน่งไหนได้บ้าง?

  • ใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone หน้าผาก จมูก คาง แก้ม และกรอบหน้า
  • แผ่นหลัง เป็นจุดที่เหงื่อออกและเกิดการหมักหมมจากเสื้อผ้าได้ง่าย
  • หน้าอก เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่มีต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาจำนวนมาก
  • ลำคอและท้ายทอย มักเกิดจากการเสียดสีของคอเสื้อ หรือคราบแชมพูและครีมนวดที่ล้างออกไม่สะอาด
  • หนังศีรษะ เกิดจากความมัน การอุดตันของรูขุมขน หรือการแพ้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

หากปล่อยสิวอักเสบทิ้งไว้ ไม่ยอมรักษา จะเป็นอย่างไร?

การปล่อยให้หายเองตามธรรมชาติโดยไม่รับการรักษาที่ถูกต้องอาจนำมาซึ่งความเสียหายถาวรต่อผิวหนัง เพราะในขณะที่ผิวเกิดการอักเสบ เนื้อเยื่อและคอลลาเจนบริเวณนั้นจะถูกทำลายไปพร้อม ๆ กับเชื้อแบคทีเรีย ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ ร่างกายจะยิ่งซ่อมแซมได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดรอยแดงรอยดำที่ฝังลึก และที่ร้ายแรงที่สุดคือการเกิดหลุมสิวเนื่องจากฐานรากของผิวถูกทำลายจนบุ๋มลงไป ซึ่งการรักษาหลุมสิวนั้นต้องใช้ค่าใช้จ่ายและเวลามากกว่าการรักษาสิวหลายเท่าตัว

วิธีรักษาสิวอักเสบเบื้องต้น และการดูแลผิวให้ถูกวิธี

วิธีรักษาสิวอักเสบเบื้องต้น

เราควรเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้เหมาะสม โดยเลือกใช้เจลล้างหน้าที่อ่อนโยน ไม่รบกวนเกราะป้องกันผิว และเน้นใช้ยาทาที่มีส่วนผสมในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยาแต้มสิวที่ลดการอักเสบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่บีบหรือแกะสิวด้วยตัวเอง เพราะจะเป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่แผล นอกจากนี้ควรดื่มน้ำมาก ๆ และลดการรับประทานอาหารที่มีผลต่อการกระตุ้นสิว หากทำตามวิธีเบื้องต้นแล้วสิวยังไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ การปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัย ลดการอักเสบที่จะรุนแรงขึ้น

รวมวิธีการป้องกันสิวอักเสบ ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

  • ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง และใช้คลีนเซอร์เช็ดเครื่องสำอางหรือครีมกันแดดออกให้เกลี้ยงทุกครั้งก่อนล้างหน้า
  • หลีกเลี่ยงการบีบ แคะ แกะ เกา เพราะการสัมผัสใบหน้าจะยิ่งนำพาแบคทีเรียเข้าสู่ผิว ทำให้สิวอักเสบรุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหรือหลุมสิว
  • เลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะสม เลือกผลิตภัณฑ์สูตร Non-comedogenic ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน และเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง
  • ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดหน้าเป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรก
  • ดูแลเรื่องโภชนาการ ลดการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง นมวัว และของทอดของมัน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด เพื่อช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้า

รักษาสิวอักเสบเรื้อรัง ด้วย Program Acne Treatment ที่ DSK Clinic

โปรแกรม Acne Treatment ที่ DSK Clinic คือโปรแกรมการรักษาสิวที่ก้าวข้ามการรักษาแบบเดิม ๆ โดยเราเน้นแนวคิดออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล (Customization) เพราะเราเชื่อว่าสิวของแต่ละคนมีที่มาและระดับความรุนแรงที่ต่างกัน ความพิเศษของโปรแกรมนี้เริ่มต้นจากการประเมินโดยแพทย์ด้านผิวหนังอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์ชนิดของสิวและต้นเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากฮอร์โมน พฤติกรรม หรือปราการผิวที่อ่อนแอ

ความโดดเด่นที่ทำให้ DSK Clinic แตกต่างคือการรักษาแบบผสมผสาน โดยแพทย์จะปรับแผนการรักษา ทั้งการเลือกใช้ยาทา ยารับประทาน และหัตถการพิเศษให้เหมาะสมกับสภาพผิวในขณะนั้น นอกจากนี้ยังมีการให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงจากภายใน ช่วยหยุดวงจรสิวซ้ำซากและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สรุปบทความ

การรู้จักว่าสิวอักเสบ คืออะไรและเข้าใจสาเหตุที่มาจะช่วยให้เราสามารถจัดการกับสิวได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที แม้ว่าสิวประเภทนี้จะดูรุนแรงและสร้างความเจ็บปวด แต่หากเรารักษาวินัยในการดูแลผิวและเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสมก็จะสามารถช่วยให้สิวอักเสบหายไวขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นกวนใจ 

นอกจากนี้ หากใครที่มีความกังวลเรื่องรอยแดง รอยดำจากสิว หรือปัญหาหลุมสิวที่ทิ้งร่องรอยไว้ ที่ DSK Clinic ก็มีให้บริการเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างล้ำลึกและตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Pico Laser ที่ช่วยเคลียร์เม็ดสี ลดรอยสิว ปรับผิวให้กระจ่างใส หรือโปรแกรม Potenza คลื่นวิทยุ Micro-needle ที่โดดเด่นในการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อฟื้นฟูรักษาหลุมสิวให้ผิวกลับมาเรียบเนียน สำหรับใครที่สิวขึ้นซ้ำ ๆ กวนใจ หรือต้องการกู้ผิวพังหลังเป็นสิว สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้ที่ DSK Clinic ทุกสาขา หรือสอบถามข้อมูลได้ผ่านไลน์ @dskinclinic 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวอักเสบ

สิวอักเสบไม่มีหัว รักษาอย่างไร?

สิวอักเสบไม่มีหัวห้ามบีบหรือเจาะด้วยตัวเอง เพราะจะยิ่งทำให้ช้ำและอักเสบลึกลงไปอีก เบื้องต้นแนะนำให้ทายากลุ่ม Benzoyl Peroxide (BP) หรือ Salicylic Acid (BHA) เพื่อช่วยลดการอักเสบและละลายการอุดตัน แต่หากสิวมีขนาดใหญ่ มีอาการปวดบวมมาก แนะนำให้พบแพทย์เพื่อฉีดสิวหรือรับประทานยาลดอักเสบจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัยกว่า

เป็นสิวอักเสบไปปรึกษาหมอดีไหม?

เป็นสิวอักเสบควรไปปรึกษาหมอ โดยเฉพาะถ้าคุณมีสิวอักเสบเม็ดใหญ่ ขึ้นซ้ำซาก บริเวณเดิม ๆ หรือเริ่มทิ้งรอยและหลุมสิว การพบแพทย์จะช่วยให้ได้รับการประเมินหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมรับการรักษาที่ถูกต้องและตรงจุด ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวหน้า ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวถาวรได้ดีกว่าการซื้อยาทาหรือบีบสิวเอง

สิวอักเสบกี่วันหาย?

โดยปกติแล้วสิวอักเสบชนิดตุ่มแดงทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการยุบตัวลงหากได้รับการดูแลที่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นสิวหัวช้างหรือสิวซีสต์อาจใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึกของการอักเสบและวิธีการรักษาที่ได้รับ หากมีการใช้ยาฉีดสิวร่วมด้วยจะสามารถเห็นผลได้ชัดเจนภายใน 24-48 ชั่วโมง

อยากให้สิวอักเสบหายเร็ว ควรทำอย่างไร?

วิธีที่ทำให้สิวยุบไวที่สุดและปลอดภัยคือการฉีดสิวโดยแพทย์ แต่หากต้องการดูแลด้วยตัวเองเบื้องต้น แนะนำให้แต้มยารักษาสิวที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อและลดการอักเสบ หรือใช้แผ่นแปะสิวเพื่อดูดซับของเหลวและป้องกันสิ่งสกปรก ที่สำคัญที่สุดคือต้องงดจับ แกะ บีบสิว พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงของหวานของมันเพื่อไม่ให้กระตุ้นการอักเสบเพิ่มขึ้น

บีบสิวเองได้ไหม ทำไมบีบแล้วยิ่งบวม?

ไม่ควรบีบสิวเองเด็ดขาด เพราะแรงกดจากการบีบจะทำให้ผนังรูขุมขนด้านล่างแตกออก แทนที่หนองจะออกมาด้านนอก กลับกลายเป็นเชื้อแบคทีเรียถูกดันลึกลงไปในผิวชั้นในมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการบวมแดงที่รุนแรงกว่าเดิม และเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อลุกลามจนกลายเป็นแผลเป็นและหลุมสิวได้

ทำไมสิวอักเสบชอบขึ้นที่เดิมซ้ำ ๆ ทำยังไงดี?

สาเหตุที่สิวอักเสบขึ้นที่เดิมซ้ำ ๆ มักเกิดจากยังมีหนองหรือเชื้อแบคทีเรียหลงเหลืออยู่ภายในรูขุมขนเดิม หรืออาจเป็นเพราะโครงสร้างของต่อมไขมันบริเวณนั้นมีความผิดปกติ วิธีแก้ไขคือต้องเข้ารับการรักษาที่ต้นเหตุ เพื่อนำสิ่งตกค้างออกมาให้หมด ควบคู่ไปกับการทายาเพื่อควบคุมสภาพผิวไม่ให้เกิดการอุดตันซ้ำ

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
รู้จักเครื่องยกกระชับ คลิปเดียวจบ!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-2-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา