โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส ลดรอยดำ รอยแดง หลุมสิวตื้นขึ้น เลือกเครื่องไหนดี?
เลเซอร์หน้าใสไม่ใช่แค่การยิงเลเซอร์เพื่อให้ผิวดูสว่างขึ้นเท่านั้น แต่เป็นหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูผิวในหลายมิติ ตั้งแต่ความเรียบเนียน ความกระจ่างใส ไปจนถึงการลดฝ้า กระ รอยดำ หลุมสิว และรูขุมขนกว้าง โดยไม่ต้องพักฟื้น ปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์พัฒนาไปไกลยิ่งขึ้น ทั้งในด้านความอ่อนโยน ความแม่นยำ และความปลอดภัย สามารถทำได้แม้ผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบาง โดยไม่เจ็บ ไม่เลือดสาด เหมือนภาพจำในอดีต ทำให้เลเซอร์หน้าใสกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่อยากดูแลผิวอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมชาติ
เลเซอร์หน้าใส คืออะไร?
เลเซอร์หน้าใส คือ เทคโนโลยีการดูแลและฟื้นฟูคุณภาพผิวที่ใช้พลังงานแสงเลเซอร์ส่งลงไปยังชั้นผิวอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยจัดการปัญหาเม็ดสีที่ผิดปกติ เช่น รอยดำจากสิว กระ ฝ้า สีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงผิวหมองคล้ำที่หลายคนกังวล นอกจากนี้พลังงานเลเซอร์ยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่า และการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น โดยสรุปสั้น ๆ ว่าเลเซอร์หน้าใสช่วยแก้ไขปัญหาผิวดังนี้
- ช่วยให้ผิวหน้าดูสว่างใส มีออร่า และคุณภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ช่วยให้รอยดำ รอยแดง ฝ้า กระ และจุดด่างดำต่าง ๆ ดูจางลง
- ช่วยกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง ผิวแลดูเรียบเนียนและละเอียดมากขึ้น
- ช่วยให้หลุมสิวและรอยสิวดูตื้นขึ้น ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
- ช่วยปรับสีผิวให้ดูกลมกลืนทั่วทั้งใบหน้า ลดความหมองคล้ำและความไม่สม่ำเสมอของโทนผิว
เลเซอร์หน้าใสเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนบ้าง?

- สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหมอง และผิวดูอ่อนล้า เลเซอร์สามารถช่วยลดการสะสมของเม็ดสีบางส่วน และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น โทนผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ และดูสดใสมากขึ้น
- ฝ้า กระ จุดด่างดำ และความผิดปกติของเม็ดสี เลเซอร์กลุ่มที่มีความแม่นยำสูง เช่น Pico Laser ช่วยสลายเม็ดสีให้แตกละเอียด ลดความเข้มของฝ้า กระ และจุดด่างดำ โดยลดการกระทบต่อผิวบริเวณรอบข้าง
- รอยแดงจากสิว และภาวะสิวอักเสบ แสงเลเซอร์บางช่วงคลื่นสามารถช่วยลดการอักเสบ และทำให้เส้นเลือดฝอยที่ก่อให้เกิดรอยแดงทำงานลดลง ส่งผลให้รอยแดงจากสิวค่อย ๆ จางลง
- หลุมสิว รูขุมขนกว้าง และผิวสัมผัสไม่เรียบ เลเซอร์ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนหรือฟื้นฟูผิว จะช่วยให้ผิวแน่นขึ้น หลุมสิวดูตื้นลง รูขุมขนกระชับ และผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น
- ริ้วรอยตื้น ๆ และผิวที่เริ่มสูญเสียความกระชับ พลังงานเลเซอร์บางชนิดช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- รอยแผลเป็นและแผลเป็นนูนบางประเภท เลเซอร์สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ หรือปรับสภาพผิวบริเวณแผลให้ดูเรียบขึ้น ทั้งนี้ต้องประเมินชนิดของแผลเป็นก่อนการรักษา
- ไฝ ขี้แมลงวัน แพทย์อาจเลือกใช้เลเซอร์เฉพาะจุด เพื่อกำจัดก้อนผิวเหล่านี้อย่างแม่นยำ
- รอยสักและเม็ดสีจากหมึกสัก เลเซอร์บางชนิด โดยเฉพาะเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเม็ดสีโดยเฉพาะ สามารถช่วยสลายเม็ดสีจากหมึกสักให้แตกตัวและค่อย ๆ จางลงได้
เครื่องเลเซอร์หน้าใส แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ มีอะไรบ้าง?
1. Picosecond Laser
เลเซอร์หน้าใสด้วย โปรแกรม Pico Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาสั้นมากระดับพิโควินาที และมีหลายความยาวคลื่นให้เลือกใช้ เช่น 532, 755 และ 1,064 นาโนเมตร ทำให้สามารถสลายเม็ดสีเมลานินใต้ผิวได้ละเอียดกว่าเลเซอร์แบบเดิม โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ที่ DSK Clinic ใช้เครื่องมาตรฐานสากล ซึ่งสามารถยิงได้หลายความยาวคลื่นตามลักษณะปัญหาผิว เป้าหมายหลักคือช่วยลดรอยดำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้สีผิวสม่ำเสมอและผิวโดยรวมดูใส เรียบเนียนขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Picosecond Laser ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเครื่องเลเซอร์หน้าใสมาตรฐานของ DSK Clinic
2. RedTouch Pro Laser

โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส RedTouch Pro ใช้ความยาวคลื่นเฉพาะที่ 675 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่ถูกออกแบบมาให้จับกับโครงสร้างคอลลาเจนได้โดยตรง แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปที่มักจับกับน้ำหรือเม็ดสีเป็นหลัก พลังงานในช่วงคลื่นนี้สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ลดรอยแดง รอยดำ และช่วยกระชับรูขุมขน โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน จึงเป็นเลเซอร์หน้าใสที่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ
3. Q-Switched
โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส Q-Switched Laser นิยมใช้ความยาวคลื่น 532 และ 1,064 นาโนเมตร โดยปล่อยพลังงานเป็นจังหวะสั้น ๆ ในระดับนาโนวินาที คลื่น 532 นาโนเมตรเหมาะกับเม็ดสีตื้น เช่น กระหรือรอยดำบาง ๆ ส่วนคลื่น 1,064 นาโนเมตรสามารถลงลึกได้มากกว่า เหมาะกับรอยดำจากสิว ฝ้าลึก หรือปานบางชนิด อย่างไรก็ตาม Q-Switched Laser ถือเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์รุ่นก่อนหน้า ปัจจุบันมีการพัฒนาโปรแกรม Pico Laser ที่ปล่อยพลังงานในระดับพิโควินาที ทำให้แตกเม็ดสีได้ละเอียดและแม่นยำกว่า ฟื้นตัวไว ลดความเสี่ยงรอยดำหลังเลเซอร์ เข้ามาแทนที่และได้รับความนิยมมากกว่าในปัจจุบัน
4. V-Beam
โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส V-Beam เป็นเลเซอร์กลุ่ม Pulsed Dye Laser ความยาวคลื่นประมาณ 595 นาโนเมตร ซึ่งดูดซับโดยเม็ดสีในเลือดได้ดี จึงออกฤทธิ์เฉพาะกับรอยแดงและเส้นเลือดฝอยใต้ผิวอย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับรอยแดงจากสิว ผิวหน้าแดงง่าย หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ช่วยให้ผิวดูสงบและเรียบเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม V-Beam ไม่ได้เน้นเรื่องความกระจ่างใสของผิวโดยตรง จึงอาจไม่ช่วยให้หน้าใสหรือผิวขาวขึ้นอย่างชัดเจน
5. Fractional CO2 Laser
โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส Fractional CO2 Laser ใช้ความยาวคลื่นประมาณ 10,600 นาโนเมตร ซึ่งถูกดูดซับโดยน้ำในผิวได้ดี ทำให้เกิดความร้อนลงลึกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเข้มข้น จึงเหมาะกับการรักษาหลุมสิวให้โครงสร้างผิวดีขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Fractional CO2 ไม่ได้เน้นเรื่องหน้าใส เนื่องจากต้องมีระยะพักฟื้นและมีความเสี่ยงเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) โดยเฉพาะในผิวคนเอเชีย
6. Dual Yellow Laser
โปรแกรมเลเซอร์หน้าใส Dual Yellow Laser ใช้สองความยาวคลื่นคือแสงสีเหลืองประมาณ 577 นาโนเมตร สำหรับลดรอยแดงและเส้นเลือดฝอย และแสงสีเขียวประมาณ 511 นาโนเมตร สำหรับเม็ดสีตื้น เช่น รอยดำหรือกระ ช่วยแก้ปัญหารอยแดงและรอยดำได้พร้อมกันอย่างอ่อนโยน อย่างไรก็ตาม Dual Yellow ถือเป็นเทคโนโลยีรุ่นก่อน ปัจจุบันนิยมใช้โปรแกรม Pico Laser หรือโปรแกรม RedTouch Laser ที่ให้ผลแม่นยำกว่า ฟื้นตัวไวกว่า และตอบโจทย์การปรับผิวใสได้ดีกว่าในระยะยาวกัน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลเซอร์หน้าใสที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมออย่างอ่อนโยน
@porsche_dsk สรุปวงการเลเซอร์รอยสิวตอนนี้ควรเลือกตัวไหนดีที่สุดผมสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆครับ #รักษารอยสิว #เลเซอร์ #เลเซอร์รอยสิว #หมอปอร์เช่dsk #DSKClinic ♬ เสียงต้นฉบับ – ปอร์เช่ DSK
ก่อนเลเซอร์หน้าใส เตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
- เข้ารับการประเมินผิวและพูดคุยกับแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อวิเคราะห์ปัญหาผิวจริง เลือกชนิดเลเซอร์หน้าใส ระดับพลังงาน และแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง มีแพทย์เป็นผู้ดูแลและทำหัตถการ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้
- งดการทำทรีตเมนต์หรือหัตถการที่ทำให้ผิวบางหรือระคายเคือง เช่น เลเซอร์ชนิดอื่น การผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์หน้าใส
- หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวคล้ำขึ้นก่อนทำเลเซอร์หน้าใสประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการระคายเคืองและรอยดำหลังทำ
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ เรตินอยด์ หรือสารผลัดผิวต่าง ๆ อย่างน้อย 3-7 วันก่อนทำ เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพแข็งแรง
- แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีโรคประจำตัว ใช้ยาบางชนิด ตั้งครรภ์ หรือเคยมีประวัติแพ้แสงหรือแพ้เลเซอร์
ขั้นตอนการทำเลเซอร์หน้าใส มีอะไรบ้าง?

- แพทย์ประเมินสภาพผิวและปัญหาผิวอย่างละเอียด เพื่อเลือกชนิดเลเซอร์หน้าใส ระดับพลังงาน และเทคนิคการยิงที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
- ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด เพื่อลดสิ่งสกปรก ความมัน และเครื่องสำอางก่อนเริ่มทำเลเซอร์
- สวมแว่นปกป้องดวงตาจากแสงเลเซอร์ให้คนไข้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของดวงตาระหว่างการทำเลเซอร์หน้าใส
- แพทย์เริ่มทำเลเซอร์หน้าใส โดยควบคุมพลังงาน ความลึก และทิศทางการยิงให้เหมาะกับปัญหาผิวในแต่ละบริเวณ
- หลังทำเลเซอร์หน้าใส จะมีการประคบเย็นหรือทาผลิตภัณฑ์ปลอบประโลมผิว เพื่อลดความร้อนและอาการระคายเคือง
- แพทย์ให้คำแนะนำการดูแลผิวหลังทำเลเซอร์หน้าใสอย่างละเอียด รวมถึงการทาครีมบำรุงและครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
หลังทำเลเซอร์หน้าใส ดูแลตัวเองอย่างไรดี?
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส แกะ เกา หรือถูผิวหน้าแรง ๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังทำเลเซอร์หน้าใส
- ทาครีมบำรุงที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์หน้าใส
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ เรตินอยด์ วิตามินเอ หรือสารผลัดผิวต่าง ๆ ชั่วคราว จนกว่าผิวจะกลับมาแข็งแรง
- งดการทำทรีตเมนต์หรือหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้าในช่วงระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูผิวจากภายใน
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังทำเลเซอร์หน้าใส
- ผิวแดงหรือรู้สึกอุ่นบริเวณที่ทำเลเซอร์ ซึ่งมักเกิดขึ้นชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
- ผิวแห้ง ลอก หรือรู้สึกตึงผิว เนื่องจากผิวมีการฟื้นฟูและผลัดเซลล์หลังทำเลเซอร์หน้าใส
- มีอาการแสบ คัน หรือระคายเคืองเล็กน้อย โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย
- อาจเกิดสะเก็ดบาง ๆ หรือรอยคล้ำชั่วคราวในบางตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับชนิดของเลเซอร์และระดับพลังงานที่ใช้
- ในบางรายอาจเกิดภาวะสีผิวเข้มขึ้นหลังการอักเสบ (PIH) โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวคล้ำหรือโดนแดดหลังทำ
- มีโอกาสเกิดรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อยในบางตำแหน่ง ซึ่งมักหายได้เอง
เลเซอร์หน้าใส ราคาเท่าไหร่?
เลเซอร์หน้าใสมีราคาที่แตกต่างกันไปตามชนิดเทคโนโลยีที่ใช้ ระดับพลังงาน และปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปอาจเริ่มตั้งแต่ระดับเข้าถึงง่าย ไปจนถึงระดับที่สูงขึ้นในกรณีที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหรือฟื้นฟูผิวเชิงลึก ทั้งนี้ ราคาเลเซอร์หน้าใสที่เหมาะสมควรพิจารณาควบคู่กับมาตรฐานคลินิก ประสบการณ์แพทย์ และการประเมินผิวเฉพาะบุคคลก่อนทำ ลูกค้า DSK สามารถเช็กราคาและโปรโมชั่นต่าง ๆ ได้ที่ https://dskclinic.com/promotions/
ทำเลเซอร์หน้าใสที่ DSK Clinic ดีไหม?

การทำเลเซอร์หน้าใสที่ DSK Clinic ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส เรียบเนียน และลดปัญหาผิวสะสมหลายอย่าง เพราะเราเลือกใช้เครื่อง Discovery Pico ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Picosecond Laser ที่ได้มาตรฐานระดับโลก นำเข้าจากประเทศอิตาลี และได้รับการรับรองทั้งจาก อย. ไทย อเมริกา และยุโรป (USFDA) ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานในระดับที่สั้นและแรงพอที่จะจัดการเม็ดสีลึก พร้อมปรับสภาพผิวให้ดูใสขึ้นและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ DSK ยังมีทั้งเครื่อง Pico Majesty และเครื่อง Pico Plus ซึ่งเป็นเครื่อง Pico Laser คุณภาพสูงอีกหลายตัวช่วยให้เลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละราย
อีกหนึ่งจุดเด่นคือโปรแกรม RedTouch Pro เลเซอร์ความยาวคลื่น 675 นาโนเมตร ที่ DSK เลือกใช้เพื่อเสริมการดูแลผิวหน้าใส โดยเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวและกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวอย่างจำเพาะ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน แน่นละเอียด สีผิวดูสม่ำเสมอ โดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบนและแทบไม่ต้องพักฟื้น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ผิวใสแบบเป็นธรรมชาติและอ่อนโยน
อีกทั้งทีมแพทย์ของ DSK Clinic มีประสบการณ์ดูแลและรักษาเคสเลเซอร์หน้าใสมาอย่างต่อเนื่อง สามารถวิเคราะห์ปัญหาผิวได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เลือกชนิดเลเซอร์ ระดับพลังงาน และเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ คงความเป็นธรรมชาติ และคำนึงถึงความปลอดภัยในทุกขั้นตอน
@dskacnescar ความลับรักษารอยสิวที่คลินิกไม่เคยบอก! #รอยสิว #สิว #หน้าใส #DSKClinic ♬ original sound – คลินิกรักษาหลุมสิว DSK
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์หน้าใส
เลเซอร์หน้าใส เจ็บไหม?
โดยทั่วไปเลเซอร์หน้าใสให้ความรู้สึกอุ่น ๆ หรือเหมือนหนังยางดีดเบา ๆ ขณะทำ ขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์และความไวของผิว ปัจจุบันหลายเทคโนโลยีมีความอ่อนโยนมากขึ้นและมีการแปะยาชาก่อนทำเลเซอร์หน้าใส จึงช่วยลดความรู้สึกไม่สบายได้อย่างมาก ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างสบาย เจ็บน้อย และหลังทำผิวอาจแดงเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่แดงเลย
ทำเลเซอร์หน้าใส กี่ครั้งเห็นผล?
ส่วนใหญ่สามารถเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิว เช่น ความกระจ่างใส ผิวเรียบเนียนขึ้น ตั้งแต่ครั้งแรกหรือภายใน 1-2 ครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ปัญหาผิวที่สะสมมานาน เช่น ฝ้า กระ หรือหลุมสิว อาจต้องทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง หรือตามแผนการรักษาที่แพทย์ประเมิน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน
เลเซอร์หน้าใส ต้องทำบ่อยไหม?
ความถี่ในการทำเลเซอร์หน้าใสขึ้นอยู่กับชนิดเลเซอร์และสภาพผิวของแต่ละคน โดยทั่วไปอาจเว้นระยะประมาณ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง และเมื่อผิวดีขึ้นแล้ว สามารถทำเป็นโปรแกรมดูแลผิวเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ ทั้งนี้ หากต้องการเห็นผลไวขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้ทำเลเซอร์หน้าใสควบคู่กับโปรแกรม Vitaran Skin Booster สกัดจากปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์ ซึ่งช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการซ่อมแซมผิวจากภายใน ส่งผลให้ผิวดูใสขึ้นเร็วขึ้น รอยสิวและรอยดำจางลง และคุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน
เลเซอร์หน้าใสทำให้ผิวบางจริงไหม?
เลเซอร์หน้าใสที่ทำโดยแพทย์ และใช้พลังงานอย่างเหมาะสม ไม่ทำให้ผิวบางลง ปัจจุบันเทคโนโลยีเลเซอร์หน้าใสมีความแม่นยำและอ่อนโยนมากขึ้น สามารถปรับพลังงานและเทคนิคการยิงให้เหมาะกับผิวแต่ละคนได้ จึงช่วยลดการระคายเคือง และในหลายเคสสามารถทำให้ หน้าแทบไม่แดง หรือแดงเพียงเล็กน้อยและหายได้เร็ว หากดูแลผิวหลังทำอย่างถูกวิธี ผิวจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและดูใส แข็งแรงขึ้น ไม่ใช่บางลงอย่างที่หลายคนกังวล
เลเซอร์หน้าใสที่ DSK Clinic แตกต่างด้วยการ Customize พลังงาน ให้เหมาะกับปัญหาผิว

เลเซอร์หน้าใสที่ DSK Clinic แตกต่างจากคลินิกทั่วไปด้วยแนวคิดการรักษาแบบ Customized Laser Treatment ที่ให้ความสำคัญกับ “ปัญหาผิวจริงของแต่ละคน” ไม่ได้มองว่าเลเซอร์หน้าใสคือการยิงเพื่อให้ผิวดูใสขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการฟื้นฟูผิวอย่างมีระบบ ตั้งแต่การประเมินสภาพผิว ความหนาแน่นของเม็ดสี ระดับรอยสิว รอยแดง ไปจนถึงโครงสร้างผิวในแต่ละชั้น เพื่อเลือกชนิดเลเซอร์ ความยาวช่วงคลื่น ระดับพลังงาน และเทคนิคการยิงที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลมากที่สุด
ที่ DSK Clinic แพทย์จะปรับพลังงานเลเซอร์ให้สอดคล้องกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละราย ไม่ยิงพลังงานมากเกินความจำเป็น ลดความเสี่ยงผิวแดง ผิวไหม้ หรือผิวบางในระยะยาว ขณะเดียวกันยังคงให้ผลลัพธ์ด้านผิวใส รอยสิว รอยดำ และผิวเรียบเนียนได้อย่างชัดเจน การรักษาจึงเป็นไปอย่างอ่อนโยน แต่แม่นยำ และปลอดภัย สามารถวางแผนทำต่อเนื่องเป็นโปรแกรมดูแลผิวระยะยาวได้อย่างมั่นใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลเซอร์หน้าใสที่เห็นผลจริง ควบคู่กับความปลอดภัยและสุขภาพผิวที่ดีในอนาคต

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!