โปรแกรม Oligio ดีไหม ข้อดี-ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนทำ

หลายคนที่เริ่มสังเกตว่าผิวหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยหรือกรอบหน้าเริ่มไม่ชัด มักได้ยินชื่อโปรแกรม Oligio ผ่านตาบ่อยๆ ในฐานะทางเลือกยกกระชับที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ก่อนจะตัดสินใจจ่ายเงินหลักหมื่น หลายคนก็อยากรู้ก่อนว่าโปรแกรม Oligio ดีไหม มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง และเหมาะกับสภาพผิวแบบไหน บทความนี้ DSK จะพาไปดูข้อมูลแบบตรงไปตรงมาทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนทำ
Key takeaway
- โปรแกรม Oligio ใช้เทคโนโลยี Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 1-3 เดือน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันที
- ข้อเสีย Oligio หลักคือผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน จึงต้องทำซ้ำเป็นระยะ และอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมาก
- ราคาการทำโปรแกรม Oligio ขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนช็อต สำหรับที่ DSK เริ่มต้น 300 ช็อต ราคา 18,000 บาท แต่อย่างไรก็ตามแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนตัดสินใจทำ
โปรแกรม Oligio เทคโนโลยี RF ช่วยยกกระชับหน้าได้อย่างไร
โปรแกรม Oligio เป็นเครื่องมือยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นความถี่ที่ส่งพลังงานลงถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวได้ พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นจะไปกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมหดตัว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวชั้นในค่อย ๆ จัดเรียงตัวใหม่ให้แน่นและกระชับขึ้น ควบคู่ไปกับการช่วยลดไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิวในบริเวณที่มีการสะสม เช่น แก้มและใต้คาง
ระหว่างการทำหัตถการ หัวเครื่องจะมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิและระบบปล่อยความเย็นทำงานร่วมกัน เพื่อควบคุมความร้อนที่ผิวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกเจ็บน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องมือยกกระชับพลังงานความร้อนสูงบางชนิด
ข้อดีของโปรแกรม Oligio ที่ควรรู้
หลายคนเลือกทำโปรแกรม Oligio เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวกและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยจุดเด่นหลัก ๆ มีดังนี้
- กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูกระชับขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด: พลังงาน RF ที่ลงถึงชั้นหนังแท้ช่วยให้โครงสร้างคอลลาเจนแน่นขึ้น ทำให้ผิวหน้าและกรอบหน้าดูกระชับขึ้นโดยไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดหรือมีแผล
- เจ็บน้อยกว่าหัตถการพลังงานความร้อนสูงบางชนิด: ด้วยระบบความเย็นและเซนเซอร์ควบคุมอุณหภูมิ ทำให้หลายคนที่กลัวความเจ็บสามารถทำได้โดยไม่ต้องแปะยาชาล่วงหน้านาน
- ใช้เวลาทำไม่นานและพักฟื้นระยะสั้น: ใช้เวลาในการทำจริงประมาณ 45-60 นาที และส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันต่อได้เกือบทันที ไม่ต้องหยุดงานหรือหยุดกิจกรรมนาน
- ช่วยลดไขมันส่วนเกินไปพร้อมกับการกระชับผิว: เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือใต้คางร่วมกับผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย เพราะได้ผลสองอย่างในการทำครั้งเดียว
- ทำได้หลายบริเวณ: นอกจากใบหน้าแล้ว ยังทำได้ที่ลำคอและบางส่วนของร่างกายที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
โปรแกรม Oligio ข้อเสียและข้อควรระวัง
แม้โปรแกรม Oligio จะมีจุดเด่นหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คาดหวังผลลัพธ์ได้ตรงกับความเป็นจริง
ต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
ผลลัพธ์จากโปรแกรม Oligio เกิดจากการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นจะค่อย ๆ เสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน หากไม่ทำซ้ำ ผิวก็จะค่อย ๆ กลับไปหย่อนคล้อยตามสภาพเดิม คนที่ต้องการรักษาความกระชับให้ต่อเนื่องจึงควรวางแผนงบประมาณสำหรับการทำซ้ำในระยะยาวไว้ด้วย
ไม่เหมาะกับผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยมากๆ
เนื่องจากพลังงาน RF ของโปรแกรม Oligio อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับเครื่องมือยกกระชับบางชนิด ผลลัพธ์ที่ได้จึงเหมาะกับผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางมากกว่า ในกรณีที่ผิวหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก โครงสร้างผิวและชั้นไขมันเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว การกระตุ้นด้วยพลังงานระดับนี้อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาโปรแกรม Ulthera ซึ่งใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS แทน หรือพิจารณาทำร่วมกันตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Oligio ไม่ได้ออกมาเหมือนกันทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ ความยืดหยุ่นของผิวเดิม ฮอร์โมน และพฤติกรรมการดูแลผิวหลังทำ เช่น การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็มีผลต่อความชัดเจนและระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้เช่นกัน บางคนอาจเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ขณะที่บางคนอาจเห็นผลน้อยกว่าที่คาดหวังไว้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจทำเสมอ
โปรแกรม Oligio เหมาะกับใคร ผลลัพธ์ที่ได้เหมาะกับกลุ่มไหน

จากข้อดีและข้อจำกัดที่กล่าวมา โปรแกรม Oligio เหมาะกับคนบางกลุ่มมากกว่ากลุ่มอื่น ลองเช็กดูว่าเราอยู่ในกลุ่มไหนบ้าง
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง: เพราะพลังงาน RF ของโปรแกรม Oligio เหมาะกับการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวที่ยังมีความยืดหยุ่นหลงเหลืออยู่มากกว่าผิวที่หย่อนคล้อยรุนแรง
- ผู้ที่กลัวความเจ็บและต้องการพักฟื้นน้อย: เนื่องจากระบบความเย็นและเซนเซอร์ควบคุมอุณหภูมิช่วยลดความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างทำ ทำให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบทันที
- ผู้ที่ต้องการกระชับกรอบหน้าและลดไขมันส่วนเกินไปพร้อมกัน: โดยเฉพาะคนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือใต้คางร่วมกับผิวเริ่มหย่อนคล้อย
- ผู้ที่พร้อมทำซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์: เพราะผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน คนที่ต้องการความกระชับต่อเนื่องควรวางแผนทำซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์
ในมุมมองของแพทย์ที่ให้บริการโปรแกรมยกกระชับด้วยพลังงาน RF มักมองว่าโปรแกรม Oligio เป็นทางเลือกที่เหมาะกับคนที่อยากเริ่มดูแลผิวหย่อนคล้อยตั้งแต่ระยะแรก มากกว่าจะใช้แก้ปัญหาที่สะสมมานาน เพราะการรักษาที่ตรงจุดมักมาจากการประเมินสภาพผิวจริงร่วมกับแพทย์ ไม่ใช่การเลือกโปรแกรมตามกระแสเพียงอย่างเดียว
ราคาและโปรโมชันโปรแกรม Oligio อัปเดตปี 2026
ราคาการทำโปรแกรม Oligio ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
- บริเวณที่ทำ: การทำทั้งใบหน้าย่อมใช้พลังงานและเวลามากกว่าการทำเฉพาะจุด เช่น เฉพาะแก้มหรือใต้คาง ราคาจึงต่างกันตามขอบเขตพื้นที่
- จำนวนช็อตที่ใช้: ยิ่งต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนในบริเวณกว้าง จำนวนช็อตที่แพทย์แนะนำก็อาจมากขึ้นตามไปด้วย
- สภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน: บางคนอาจต้องการเฉพาะกระชับผิว บางคนอาจต้องการทั้งกระชับและลดไขมันร่วมด้วย ซึ่งส่งผลต่อแผนการรักษาและราคาที่แตกต่างกัน
ส่วนเรื่องโปรโมชันหรือส่วนลด แต่ละคลินิกมักมีเงื่อนไขและช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป การตัดสินใจตามราคาถูกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ตรวจสอบที่มาของเครื่องมืออาจมีความเสี่ยง แนะนำให้สอบถามราคาล่าสุดกับคลินิกโดยตรงก่อนทำ และหากต้องการตรวจสอบว่าคลินิกที่จะเข้ารับบริการใช้เครื่องโปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม OligioX ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองหรือไม่ สามารถตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ได้รับการรับรองจากตัวแทนจำหน่ายได้ที่เว็บไซต์
ผู้ที่สนใจทำโปรแกรม Oligio สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://dskclinic.com/promotions/
ทำโปรแกรม Oligio ที่ DSK ดีอย่างไร

ถ้าถามว่าทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี DSK คือหนึ่งในคลินิกเวชกรรมที่วางแผนการรักษาให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน มากกว่าการยิงพลังงานตามจำนวนช็อตแบบเดียวกันทุกเคส เพราะผิวหย่อนคล้อยของแต่ละคนมีระดับความรุนแรงและตำแหน่งที่ต่างกัน การตั้งค่าพลังงานและจำนวนช็อตจึงควรมาจากการประเมินจริง ไม่ใช่แพ็กเกจตายตัว
ก่อนเริ่มทำโปรแกรม Oligio / OligioX แพทย์ที่ DSK จะใช้เทคนิคสแกนผิว UltraSee เพื่อประเมินความหนาของชั้นผิวและระดับความหย่อนคล้อยก่อนวางแผนตำแหน่งและจำนวนช็อตที่เหมาะสม ทำให้การส่งพลังงานตรงจุดกับปัญหาที่แต่ละคนเป็นมากขึ้น และหากประเมินแล้วพบว่าผิวหย่อนคล้อยมากเกินกว่าที่โปรแกรมนี้จะตอบโจทย์ได้เต็มที่ แพทย์ก็จะแนะนำทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การทำร่วมกับโปรแกรม Ulthera ในรูปแบบโปรแกรม Dual-Layer Lifting แทนการทำเพียงโปรแกรมเดียว
รีวิวผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK Clinic
สรุปบทความ
โปรแกรม Oligio เป็นทางเลือกยกกระชับผิวด้วยพลังงาน RF ที่ตอบโจทย์คนที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เจ็บน้อย และใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องผลลัพธ์ที่อยู่ได้เพียงชั่วคราวประมาณ 6-12 เดือน และอาจไม่เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยรุนแรง คำตอบว่าโปรแกรม Oligio ดีไหมสำหรับคุณ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความคาดหวังของแต่ละคนเป็นหลัก การพูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจทำจะช่วยให้ได้แผนการรักษาที่ตรงจุดและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
หากคุณกำลังพิจารณาทำโปรแกรม Oligio และอยากปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนตัดสินใจ สามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @dskinclinic
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรม Oligio ใช้เวลาทำนานไหม?
ในแง่ของเวลา การทำโปรแกรม Oligio จริงจะใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ยังไม่รวมเวลาแปะยาชา สำหรับใครที่กังวลเรื่องความเจ็บและต้องการแปะยาชาก่อนทำ ควรเผื่อเวลาเพิ่มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
หลังทำโปรแกรม Oligio กี่วันเห็นผลชัด?
หลังทำจะรู้สึกผิวกระชับขึ้นเล็กน้อยได้ตั้งแต่วันแรก แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมักค่อยๆ ปรากฏในช่วง 1-3 เดือน เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจนใหม่และจัดเรียงโครงสร้างผิว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีแบบสมบูรณ์
โปรแกรม Oligio อยู่ได้นานกี่เดือน?
โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Oligio จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังทำ เช่น การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายคอลลาเจนอย่างการสูบบุหรี่หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
ควรทำโปรแกรม Oligio บ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผลชัดเจน?
สำหรับคนที่ต้องการรักษาความกระชับให้ต่อเนื่อง แพทย์มักแนะนำให้ทำซ้ำทุก 6-12 เดือน เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องก่อนที่ผลลัพธ์เดิมจะจางหายไปหมด ทั้งนี้ความถี่ที่เหมาะสมควรประเมินร่วมกับแพทย์ตามสภาพผิวของแต่ละคน
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

