ข้อดี-ข้อเสียของการทำโปรแกรม Ulthera ตอบทุกข้อสงสัย คุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่?
ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Ulthera หลายคนอาจอยากรู้ทั้งมุมดีและข้อจำกัดของหัตถการนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจ ข้อดี-ข้อเสียของการทำโปรแกรม Ulthera จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เพราะโปรแกรม Ulthera ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยจุดเด่นคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม และสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ในระยะเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อเสียของการทำโปรแกรม Ulthera รวมถึงหลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณสามารถวางแผนดูแลผิวได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
Key takeaway
- โปรแกรม Ulthera เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ทำงานลึกถึงชั้น SMAS ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีผิวตกหรือโครงหน้าไม่ชัดเจนในระดับเล็กถึงปานกลาง
- ผลลัพธ์ของโปรแกรม Ulthera จะไม่ได้เห็นเต็มที่ทันที แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 2-3 เดือน เนื่องจากเป็นกระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติของร่างกาย
- หลังทำโปรแกรม Ulthera อาจมีอาการบวม แดง หรือรู้สึกระบมเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน โดยไม่ต้องพักฟื้น
- โปรแกรม Ulthera มีจุดเด่นในเรื่องการยกกระชับโครงสร้างผิว ต่างจากโปรแกรม Oligio ที่เน้นปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียนและแน่นขึ้น ทำให้ทั้งสองโปรแกรมสามารถทำร่วมกันได้
โปรแกรม Ulthera คืออะไร?
Ulthera คือโปรแกรมยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงอัลตราซาวด์พลังงานสูง (High-Intensity Focused Ultrasound: HIFU) ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้นผิวระดับ SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า พลังงานจะถูกปล่อยเป็นจุดเล็ก ๆ ใต้ผิวในระดับความลึกต่าง ๆ เช่น 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำลายผิวชั้นบนและไม่ต้องพักฟื้น
โปรแกรม Ulthera ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม Ulthera สามารถช่วยฟื้นฟูและยกกระชับโครงสร้างผิวจากภายใน ซึ่งหากสรุปแล้ว โปรแกรม Ulthera สามารถช่วยในเรื่องต่าง ๆ ได้ดังนี้
- ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ให้ผิวดูตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณที่เริ่มหย่อนคล้อย เช่น แก้มและใต้คาง
- ลดความหย่อนคล้อยของผิว ช่วยให้โครงหน้าดูยกขึ้น ผิวไม่ตกหรือดูอ่อนล้าเหมือนเดิม
- ปรับกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น ช่วยเก็บรายละเอียดบริเวณกรามและใต้คาง ทำให้ใบหน้าดูได้รูปมากขึ้น
- ยกคิ้ว เปิดตาให้ดูสดใส ช่วยให้ดวงตาดูโตขึ้น ลดความรู้สึกของเปลือกตาตก
- ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่เริ่มมีรอยพับหรือผิวไม่เรียบเนียน
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
- ฟื้นฟูผิวให้แน่นและเรียบเนียนขึ้น ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี อิ่มฟู และอ่อนเยาว์ขึ้นโดยรวม
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของการทำโปรแกรม Ulthera

ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Ulthera ควรเข้าใจทั้งข้อดี-ข้อเสีย เพื่อประเมินว่าเหมาะกับตัวเองหรือไม่ โดยเราได้สรุปข้อมูลสั้น ๆ ไว้ให้คุณเรียบร้อย ดังนี้
ข้อดีการทำโปรแกรม Ulthera
- โปรแกรม Ulthera ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
- พลังงานของโปรแกรม Ulthera ลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยยกกระชับได้จริงในระดับโครงสร้างผิว
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้นและดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- โปรแกรม Ulthera เห็นผลต่อเนื่องในระยะยาว โดยผลลัพธ์จะชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ
- โปรแกรม Ulthera สามารถทำเฉพาะจุดได้ เช่น ใบหน้า กรอบหน้า คอ หรือรอบดวงตา
ข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera
- อาจรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายขณะทำ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบาง
- ผลลัพธ์ไม่ใช่แบบทันที ต้องใช้เวลาให้คอลลาเจนสร้างตัว
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหัตถการยกกระชับแบบอื่น
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องทำซ้ำทุก 12-18 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์
- หากทำโดยผู้ไม่มีประสบการณ์ อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ชา หรือผิวหนังอักเสบได้
ทำไมบางคนทำโปรแกรม Ulthera แล้วไม่เห็นผล หน้าไม่ยก?
หลายคนสงสัยว่าทำไมทำโปรแกรม Ulthera แล้วผลลัพธ์ไม่ชัด หรือหน้าไม่ยกขึ้นอย่างที่คาดไว้ จริง ๆ แล้วผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว โดยมี 2 ปัจจัยหลักที่สำคัญดังนี้
- ปัจจัยจากตัวคนไข้ เพราะโครงสร้างผิวและสภาพผิวของแต่ละคนแตกต่างกัน เช่น คนที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าค่อนข้างมาก หรือมีคุณภาพผิวชั้นนอกไม่ดี (ผิวบาง) อาจทำให้พลังงานลงลึกไปกระตุ้นชั้น SMAS ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การยกกระชับไม่ชัดเจน นอกจากนี้ ระดับความหย่อนคล้อยที่มากเกินไปก็อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย
- ปัจจัยด้านเทคนิคของแพทย์ เพราะโปรแกรม Ulthera ไม่ใช่เครื่องที่ทำงานแบบอัตโนมัติแล้วได้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกเคส แต่ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ในการออกแบบการรักษา ทั้งการเลือกความลึก, การวางช็อตพลังงาน และการประเมินโครงหน้าให้เหมาะกับแต่ละบุคคล หากวางแผนไม่เหมาะสม หรือยิงพลังงานไม่ถูกชั้นผิวก็อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัด หรือไม่เกิดการยกกระชับอย่างที่ควรจะเป็น
@dskclinic ไม่มีใครบอกหรอก…ว่าทำไมทำโปรแกรม Ulthera แล้วหน้าไม่ยก Program Ulthera – Mistake EP.1 หมอบุ๋งชวนคุยถึงปัจจัยในการทำโปรแกรม Ulthera แล้วหน้าไม่ยก #DSKClinic #Ulthera #UltheraDSKClinic #UltheraPrime #UltheraPrimeDSKClinic #หมอบุ๋งDSK ♬ เสียงต้นฉบับ – DSK Clinic
โปรแกรม Ulthera ดีไหม คุ้มค่าที่จะทำหรือไม่?
โปรแกรม Ulthera ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ในระดับโครงสร้างผิว โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กถึงปานกลาง แม้ข้อเสียของการทำโปรแกรม Ulthera จะมีอยู่บ้าง เช่น ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ หรืออาการบวมแดงหลังทำในบางราย แต่อาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน จึงอยู่ในระดับที่หลายคนยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าของโปรแกรม Ulthera SPT หรือโปรแกรม Ulthera Prime ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ทั้งสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และความคาดหวังของผลลัพธ์ หากอยู่ในเคสที่เหมาะสมและได้รับการวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง โปรแกรม Ulthera สามารถให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและคุ้มค่าได้
โปรแกรม Ulthera อันตรายไหม?

โปรแกรม Ulthera เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากเป็นการใช้พลังงานอัลตราซาวด์ส่งลงลึกเฉพาะชั้นผิวโดยไม่ทำลายผิวด้านบน ผลข้างเคียงที่พบได้มักเป็นเพียงอาการชั่วคราว เช่น ผิวแดง บวม หรือรู้สึกตึงใต้ผิว และจะหายได้เองภายในไม่กี่วัน แต่หากแพทย์ใช้พลังงานไม่เหมาะสมหรือทำโดยผู้ที่ขาดความชำนาญ อาจเกิดความเสี่ยง เช่น อาการชา ผิวไหม้ หรือไขมันยุบในบางจุดได้ ดังนั้น ความปลอดภัยของโปรแกรม Ulthera จึงขึ้นอยู่กับการประเมินเคสและเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญ
ใครไม่ควรทำโปรแกรม Ulthera?
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากในระดับรุนแรง เพราะผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจน และอาจเหมาะกับการผ่าตัดมากกว่า
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบนใบหน้าจำนวนมาก เพราะพลังงานอาจไม่สามารถลงถึงชั้นที่ต้องการได้เต็มที่
- ผู้ที่มีแผลเปิด แผลอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิดในบริเวณรักษา เช่น ผิวอักเสบเรื้อรัง หรือผื่นรุนแรง
- ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกายบริเวณใบหน้า เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
- หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัย
ข้อดี-ข้อเสียของเครื่อง Ulthera SPT vs Ulthera Prime ต่างกันอย่างไร?
| หัวข้อ | โปรแกรม Ulthera SPT | โปรแกรม Ulthera Prime |
| เทคโนโลยีพลังงาน | ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ MFU-V ยิงลึกถึงชั้น SMAS | ใช้พลังงานเดียวกัน (MFU-V) ยิงถึงชั้น SMAS |
| ผลลัพธ์การยกกระชับ | ยกกระชับได้ดีในระดับมาตรฐาน เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยเล็ก-ปานกลาง | ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน เพราะใช้พลังงานเดียวกัน แต่คุณภาพงานผิวอาจดูละเอียดขึ้น |
| หน้าจอแสดงผล | Real-time visualization เห็นชั้นผิวขณะทำ | หน้าจอคมชัดขึ้น แสดงรายละเอียดชั้นผิวได้ดีขึ้น ทำให้แพทย์ประเมินได้แม่นยำขึ้น |
| ความแม่นยำในการยิงพลังงาน | แม่นยำตามมาตรฐาน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์แพทย์ | แม่นยำมากขึ้นจากระบบประมวลผลและภาพที่ละเอียดขึ้น |
| ความรู้สึกขณะทำ | อาจรู้สึกจี๊ดหรือเจ็บในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณกระดูก | อาจรู้สึกจี๊ดหรือเจ็บในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณกระดูก |
| ระยะเวลาในการทำ | ประมาณ 45-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนไลน์และบริเวณที่ทำ เช่น ทำทั้งหน้า/คอจะใช้เวลานานขึ้น | ใช้เวลาน้อยลงประมาณ ~10% เนื่องจากเครื่องยิงพลังงานได้ต่อเนื่องและเร็วขึ้น ทำให้ขั้นตอนโดยรวมกระชับขึ้น |
ทำโปรแกรม Ulthera ที่ DSK Clinic ดีอย่างไร?
การทำ Ulthera ที่ DSK Clinic โดดเด่นที่การออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างผิวและปัญหาของแต่ละคนอย่างละเอียด ก่อนวางแผนยิงพลังงานในระดับความลึกและตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ตรงจุดและเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การทำแบบเดียวกันทุกเคส อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยี Ultrasound (UltraSee) ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ขณะทำจริง ทำให้สามารถยิงพลังงานได้ตรงชั้นผิวหนังที่สำคัญ เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการยิงพลาดชั้นผิว เมื่อผสานกับประสบการณ์และเทคนิคของแพทย์ จึงช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนและตอบโจทย์แต่ละบุคคลได้มากยิ่งขึ้น
รีวิวโปรแกรม Ulthera จาก DSK Clinic


แม้โปรแกรม Ulthera จะมีข้อจำกัด แต่หากเลือกเคสเหมาะสม ก็ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาว่าจะทำโปรแกรม Ulthera ที่ไหนดี DSK Clinic เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่โดดเด่นในด้านการออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าแบบเคสต่อเคส เพื่อวางแผนจำนวนช็อตและตำแหน่งการยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำ ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดและให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึ่ง DSK Clinic ใช้เครื่อง Ulthera ที่นำเข้าโดย Merz Aesthetics ซึ่งสามารถตรวจสอบเครื่องแท้ได้ทุกเครื่อง เพิ่มความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งคลินิกยังเปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ก่อนเข้ารับบริการ พร้อมระบบติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยให้ผู้เข้ารับบริการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ulthera
ระหว่างทำโปรแกรม Ulthera เจ็บไหม?
ระหว่างทำโปรแกรม Ulthera อาจรู้สึกจี๊ดหรืออุ่นลึกใต้ผิวในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กระดูก แต่ระดับความรู้สึกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หลังทำอาจมีอาการระบมหรือเสียวผิวเล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
หลังทำโปรแกรม Ulthera หน้าบวมกี่วัน?
หลังทำโปรแกรม Ulthera อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย สามารถเกิดขึ้นได้ และมักหายภายใน 1-3 วัน บางรายอาจมีความรู้สึกตึง ๆ ใต้ผิวนานขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
หลังทำโปรแกรม Ulthera กี่วันเห็นผล?
หลังทำโปรแกรม Ulthera สามารถเห็นความตึงขึ้นเล็กน้อยได้ทันทีหลังทำ แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือน เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่
โปรแกรม Ulthera กับโปรแกรม Oligio ต่างกันยังไง?
โปรแกรม Ulthera ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกกระชับโครงสร้าง ส่วนโปรแกรม Oligio ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ทำงานในชั้นผิวตื้นกว่า เน้นเรื่องผิวแน่น เรียบเนียน และคุณภาพผิว ดังนั้นทั้งสองโปรแกรมจึงตอบโจทย์ต่างกัน และบางเคสสามารถทำร่วมกันได้เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น
ข้อควรระวังหลังทำโปรแกรม Ulthera มีอะไรบ้าง?
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือเลเซอร์ร้อน ๆ ในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือทำหัตถการแรง ๆ บริเวณที่ทำ
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อปกป้องผิวหลังการกระตุ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เหมาะสม เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!
