ฉีดคอลลาเจนสด คืออะไร? มียี่ห้อไหนบ้าง เติมเต็มผิว เพิ่มความอิ่มฟูให้ผิวแข็งแรง
ปัจจุบันเทรนด์ความงามกำลังเปลี่ยนจากการเน้นปรับโครงหน้าไปสู่ Natural Result ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ จนหลายคนรู้สึกได้ว่าใบหน้าดูสดใส สุขภาพดีขึ้น แต่ไม่สังเกตว่าผ่านการทำหัตถการมา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “คอลลาเจนสด” เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ การฉีดคอลลาเจนสดยังเหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำหัตถการ เนื่องจากมี Downtime น้อย หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานต่อได้ จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการผลลัพธ์ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติและไม่กระทบการใช้ชีวิต
Key takeaway
- คอลลาเจนสดเน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ไม่ได้เน้นเติมปริมาตรเหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์
- โปรแกรม Therafill จากเกาหลี คอลลาเจนชนิด Non-Crosslinked Atelocollagen เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาไม่เรียบ ริ้วรอยเล็ก ๆ มากกว่าการเน้นเพิ่มวอลลุ่มในปริมาณมาก
- โปรแกรม Deusaderm เป็น Cross-Linked Atelocollagen ที่เน้นการปรับคุณภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยตื้น และผิวจะดูแน่นขึ้นอย่างชัดเจนจากการสร้างคอลลาเจนใหม่
- โปรแกรม Karisma Rh Collagen คอลลาเจนชนิด Recombinant Human Collagen ผสาน Hyaluronic Acid และ CMC ช่วยฟื้นฟูผิว เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับ Skin Quality
- หลังฉีดคอลลาเจนสดผิวจะอิ่มฟูขึ้นภายในไม่กี่วัน ส่วนผลลัพธ์ด้านคุณภาพผิวจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์ หลังทำต่อเนื่องตามแผนการรักษา
ฉีดคอลลาเจนกระตุ้นใบหน้า คืออะไร?

การฉีดคอลลาเจนสด (Injectable Collagen) คือหัตถการที่นำคอลลาเจนเข้าสู่ผิวเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ซึ่งการฉีดคอลลาเจนสดช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว ให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ โดย Atelocollagen หรือคอลลาเจนสดเป็นคอลลาเจนที่ผ่านการกำจัดส่วนที่อาจกระตุ้นการแพ้ออก จึงมีความเข้ากันได้กับร่างกายและนิยมนำมาใช้ในเวชศาสตร์ความงาม
การฉีดคอลลาเจนสดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่ยุบตัว หรือเริ่มมีสัญญาณแห่งวัย โดยแพทย์จะเลือกชนิดของคอลลาเจนและเทคนิคการฉีดให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เช่น ในผู้ที่มีผิวบางหรือฉีดในชั้นผิวตื้น มักเลือกใช้คอลลาเจนสดมากกว่าโปรแกรมฟิลเลอร์ เพราะมีเนื้อสัมผัสนุ่ม กระจายตัวได้ดี ช่วยให้ผลลัพธ์ดูกลมกลืนและเป็นธรรมชาติ โดยยังคงเอกลักษณ์ของใบหน้าเดิม พร้อมยกระดับ Skin Quality ให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น
ทำความรู้จักคอลลาเจนสดแต่ละประเภท
ในปัจจุบันคอลลาเจนที่ใช้ในเวชศาสตร์ความงามมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละชนิดมีโครงสร้าง คุณสมบัติ และวัตถุประสงค์ในการรักษาที่แตกต่างกัน บางชนิดเหมาะสำหรับการฟื้นฟูคุณภาพผิวในชั้นตื้น บางชนิดเน้นการพยุงเนื้อเยื่อและเติมเต็มวอลลุ่ม ขณะที่บางชนิดเหมาะกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ดังนั้นแพทย์จะพิจารณาเลือกชนิดของคอลลาเจนให้เหมาะกับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการของแต่ละบุคคล ดังนี้
- Non-Crosslinked Collagen เป็นคอลลาเจนที่ไม่มีการเชื่อมพันธะระหว่างโมเลกุล จึงมีเนื้อสัมผัสนุ่ม กระจายตัวได้ดี และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการฉีดในชั้นผิวตื้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบาง หรือมีปัญหาใต้ตาไม่เรียบ ริ้วรอยเล็ก ๆ ความคล้ำ และการสูญเสียวอลลุ่มเพียงเล็กน้อย ให้ผิวบริเวณใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น
- Cross-Linked Collagen เป็นคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการเชื่อมพันธะ (Cross-linking) ทำให้มีความคงตัวและสามารถพยุงเนื้อเยื่อได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับ Non-Crosslinked Collagen จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีการสูญเสียวอลลุ่มค่อนข้างมาก เช่น บริเวณใต้ตาด้านบนหรือร่องลึกบางตำแหน่ง นอกจากนี้ยังช่วยเสริมการพยุงโครงสร้างผิวและคงรูปได้ดีอีกด้วย
- Rh-Collagen (Recombinant Human Collagen) เป็นคอลลาเจนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Recombinant Human Collagen ซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงคอลลาเจนของมนุษย์ จุดเด่นคือ ไม่ได้เน้นการเติมเต็มวอลลุ่ม แต่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวแข็งแรงขึ้น ลดสัญญาณแห่งวัย เผยผิวแข็งแรงจากภายใน
ยี่ห้อคอลลาเจนสด เติมเต็มผิวที่ DSK Clinic แนะนำมีอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน DSK Clinic กำลังจะมีโปรแกรมคอลลาเจนสดที่ตอบโจทย์ทั้งการฟื้นฟูคุณภาพผิว การเติมเต็มผิวชั้นตื้น ไปจนถึงการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งที่ DSK แพทย์ได้คัดเลือกโปรแกรมคอลลาเจนสดจากแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในวงการเวชศาสตร์ความงาม เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวและเป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ดังนี้
โปรแกรม Therafill
โปรแกรม Therafill คือ คอลลาเจนสด (Non-Crosslinked Atelocollagen) จากประเทศเกาหลี ที่ผลิตจาก Porcine Collagen และผ่านกระบวนการกำจัด Telopeptide ซึ่งเป็นส่วนที่อาจกระตุ้นการตอบสนองของร่างกาย ทำให้คอลลาเจนมีความเข้ากันได้กับผิวมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยี High Purity Atelocollagen คอลลาเจนจึงสามารถกระจายตัวได้ดีในชั้นผิว ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพยุงผิว พร้อมช่วยในการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ โปรแกรมคอลลาเจนสด Therafil เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวใต้ตาไม่เรียบ ริ้วรอยเล็ก ๆ ใต้ตาคล้ำ หรือการสูญเสียวอลลุ่มเพียงเล็กน้อย มากกว่าการเน้นเพิ่มวอลลุ่มในปริมาณมาก
โปรแกรม Deusaderm
โปรแกรม Deusaderm เป็น Cross-Linked Atelocollagen หรือคอลลาเจนสดที่ผ่านกระบวนการเชื่อมพันธะ (Cross-linking) ทำให้มีความคงตัวและสามารถเติมเต็มได้ดีกว่าคอลลาเจนแบบ Non-Crosslinked ใช้ ซึ่งโปรแกรม Deusaderm เหมาะสำหรับผู้ที่มีใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำจากการสูญเสียวอลลุ่ม วอลลุ่มบริเวณใต้ตาด้านบนหายค่อนข้างมาก รวมถึงผู้ที่มีริ้วรอยรอบปากหรือร่องแก้มตื้นถึงปานกลาง โดย Cross-Linked Collagen ช่วยให้คอลลาเจนคงรูปและพยุงเนื้อเยื่อได้ดี จึงให้การเติมเต็มและอยู่ตัว พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Karisma Rh Collagen
โปรแกรม Karisma Rh-Collagen เป็นคอลลาเจนสังเคราะห์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพในรูปแบบ Recombinant Human Collagen ซึ่งมีโครงสร้างเลียนแบบคอลลาเจนของมนุษย์ จึงมีความบริสุทธิ์สูงและลดโอกาสการเกิดปฏิกิริยาต่อร่างกาย จุดเด่นของโปรแกรมคอลลาเจน Karisma คือ ไม่เน้นการเติมเต็มวอลลุ่มเหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์ แต่เป็นการฟื้นฟูผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป (Soft Restoration) ที่ช่วยส่งสัญญาณกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวค่อย ๆ มีความอิ่มฟู ริ้วรอยดูจางลง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวและดูแลผิวในระยะยาว
ข้อดี-ข้อจำกัดของการฉีดคอลลาเจนสด

แม้การการฉีดคอลลาเจนสดจะเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในการฟื้นฟูคุณภาพผิวและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา
ข้อดีของการฉีดคอลลาเจนสด
- ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น
- ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์โดยไม่เปลี่ยนโครงหน้า
- มี Downtime น้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว
- สามารถเลือกชนิดของคอลลาเจนให้เหมาะกับปัญหาผิวแต่ละบุคคล เช่น การเติมเต็มผิวชั้นตื้นหรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
ข้อจำกัดของการฉีดคอลลาเจนสด
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร จำเป็นต้องฉีดคอลลาเจนสดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
- ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มวอลลุ่มมาก หรือปรับโครงหน้าอย่างชัดเจน
- หลังฉีดอาจมีรอยเข็ม รอยแดง หรืออาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่รักษา ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป และมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
- ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว การดูแลตัวเอง และการเผาผลาญของร่างกายโดยแพทย์อาจแนะนำแผนการรักษาและการฉีดต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ เหมาะสมและยาวนานยิ่งขึ้น
ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน ตำแหน่งไหนได้บ้าง?
การฉีดคอลลาเจนสดสามารถออกแบบการรักษาได้ทั้งการฟื้นฟูผิวทั่วใบหน้า (Full Face) หรือ การฉีดเฉพาะจุด (Targeted Treatment) โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล ซึ่งตำแหน่งที่นิยม ได้แก่
- ใต้ตา ช่วยฟื้นฟูผิวใต้ตาที่แห้งหรือไม่เรียบ เติมความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และทำให้ผิวใต้ตาดูสดใสขึ้น
- ร่องแก้มและมุมปาก ช่วยเติมเต็มผิวชั้นตื้น ลดความลึกของริ้วรอย และทำให้ผิวดูละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ
- ริ้วรอยรอบริมฝีปาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยจากการขยับริมฝีปากบ่อย ช่วยให้ผิวบริเวณรอบปากดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น
- หน้าผาก ช่วยลดริ้วรอยตื้นจากการสูญเสียความยืดหยุ่น พร้อมฟื้นฟูให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ทั่วใบหน้า ช่วยยกระดับ Skin Quality ให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว รูขุมขนแลดูกระชับ และมีสุขภาพผิวที่แข็งแรงขึ้น
ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน อันตรายไหม?
คอลลาเจนสดเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและทำการรักษาโดยแพทย์ โดยคอลลาเจนที่ใช้ในเวชศาสตร์ความงามส่วนใหญ่ผ่านกระบวนการกำจัด Telopeptide ซึ่งเป็นส่วนที่อาจกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน จนได้เป็นคอลลาเจนสดที่มีความบริสุทธิ์สูงและมีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของมนุษย์ จึงช่วยลดโอกาสการเกิดปฏิกิริยาต่อร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ที่สามารถประเมินปัญหาผิว เลือกชนิดของคอลลาเจน และออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคลอย่าง DSK Clinic
ฉีดคอลลาเจนสด กี่วันเห็นผล?
หลังฉีดคอลลาเจนสด ในช่วง 1-3 วันแรก อาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ รอยแดง หรืออาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด จากนั้นในช่วงประมาณ 5-7 วัน ผิวจะเริ่มดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และเรียบเนียนขึ้น ส่วนการฟื้นฟูคุณภาพผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติจะค่อย ๆ เกิดขึ้นในระยะถัดไป ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์หลังการรักษา เพื่อให้การสร้างคอลลาเจนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด แนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยในการทำงานของ HA และหลีกเลี่ยงหัตถการที่ใช้ความร้อน เช่น เลเซอร์กลุ่มให้ความร้อน หรือการซาวน่า เนื่องจากอาจส่งผลให้สารออกฤทธิ์สลายตัวได้เร็วกว่าที่ควร
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
ฉีดคอลลาเจนสด เทรนด์ฉีดเติมเต็มผิว ทางเลือกใหม่ที่ DSK Clinic

ก่อนตัดสินใจฉีดคอลลาเจนสด สิ่งสำคัญคือการเลือกหัตถการที่เหมาะกับสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ หากต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้น และให้ผิวดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่เน้นการเพิ่มปริมาตรหรือเปลี่ยนรูปหน้า คอลลาเจนสดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจในปัจจุบัน
DSK Clinic ให้ความสำคัญกับการติดตามนวัตกรรมและเทคโนโลยีฟื้นฟูผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลผิวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยแพทย์จะประเมินปัญหาผิวของแต่ละบุคคลก่อนวางแผนการรักษา เพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน ทั้งผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง เพิ่มความชุ่มชื้น หรือเริ่มต้นดูแลผิวด้วยหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผู้ที่สนใจคอลลาเจนสด สามารถติดตามข่าวสารและอัปเดตเทรนด์งานผิวล่าสุดจาก DSK Clinic ได้ผ่านทุกช่องทางของคลินิก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดคอลลาเจนสด
ฉีดคอลลาเจนสด ราคาเท่าไหร่?
โดยทั่วไป ราคาคอลลาเจนสด จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 19,000–25,000 บาทต่อ 1 syringe หรือ 2 cc ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ชนิดและยี่ห้อของคอลลาเจนสด ปริมาณที่ใช้ เทคนิคการรักษา ตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการ อีกทั้งในแต่ละช่วงเวลาอาจมีโปรโมชันหรือแพ็กเกจที่ส่งผลต่อราคาได้
ฉีดคอลลาเจนสด มีผลข้างเคียงไหม?
การฉีดคอลลาเจนสดเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและทำโดยแพทย์ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับหัตถการฉีดอื่น ๆ อาจมีผลข้างเคียงที่พบได้ชั่วคราว ได้แก่ รอยแดง รอยเข็ม อาการบวม หรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3-7 วัน และบางรายอาจใช้เวลาถึง 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล
หากหลังฉีดมีอาการปวด บวม แดงมากขึ้นผิดปกติ หรือมีอาการแพ้ เช่น ผื่น ลมพิษ หรือหายใจลำบาก ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม
ผลลัพธ์หลังฉีดคอลลาเจนสด อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ฉีดคอลลาเจนสดต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะแต่ละครั้งประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล หลังทำครบคอร์ส ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังฉีด โดยแนะนำให้ฉีดกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงความอิ่มฟูและความแน่นกระชับของผิว
ฉีดคอลลาเจนสดต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร?
แม้ทั้งคอลลาเจนสดและโปรแกรมฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น แต่มีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน โดยคอลลาเจนสดจะเน้นการเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึกให้ผิว เสริมวอลลุ่ม ส่วนโปรแกรมฟิลเลอร์จะใช้สารเติมเต็มเพื่อเพิ่มปริมาตรในจุดที่มีการยุบตัว เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม หรือขมับ ช่วยปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาร่องลึกได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการเลือกวิธีรักษาจึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
