คอลลาเจนสด คืออะไร? เจาะลึกเทรนด์ใหม่ให้ผิวฟู เติมผิวชั้นตื้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ปัจจุบันคอลลาเจนสดกลายเป็นหนึ่งในหัตถการที่ถูกค้นหามากขึ้น สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิว เติมเต็มใบหน้า และกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกัน โดยเฉพาะผู้ที่กังวลเรื่องการฉีดฟิลเลอร์แล้วดูบวม หน้าล้น หรือไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้การฉีดคอลลาเจนสดถูกมองว่าเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผิวดูแน่น ฟู และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ใครที่อยากรู้ว่าคอลลาเจนสดช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง เหมาะกับใคร และแตกต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร ติดตามต่อในบทความได้เลย
Key takeaway
- คอลลาเจนสด (Atelocollagen) สามารถช่วยฟื้นฟูงานผิว เติมเต็มผิวชั้นตื้น และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูแบบเป็นธรรมชาติ
- คอลลาเจนสดในรูปแบบฉีดเข้าสู่ผิวไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้าเหมือนโปรแกรมฟิลเลอร์ และไม่ได้ยกกระชับใบหน้าเหมือนโปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม Ulthera
- คอลลาเจนสดเด่นเรื่องผิวฉ่ำวาว เรียบเนียน และช่วยฟื้นฟู Skin Quality โดยมักเห็นผิวดูดีขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- คอลลาเจนสดสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงเหมาะกับการดูแลผิวต่อเนื่องแบบ Maintenance
- หลังฉีดคอลลาเจนสด 1 ครั้ง ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ และควรฉีดต่อเนื่องตามแผนการรักษาเพื่อคงคุณภาพผิวในระยะยาว
คอลลาเจนสด คืออะไร?

คอลลาเจนสด หรือ Atelocollagen คือคอลลาเจนชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบสำหรับฉีดเข้าสู่ผิว (Injectable Collagen) เพื่อช่วยเติมเต็มผิวที่ยุบตัว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวในเวลาเดียวกัน แตกต่างจากการทาครีมหรือรับประทานคอลลาเจนทั่วไป เพราะเป็นการนำคอลลาเจนเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวและความเรียบเนียนได้ชัดเจนมากขึ้น
ปัจจุบันคอลลาเจนสดได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูอิ่มฟู แบบไม่ต้องการให้ใบหน้าดูบวม หรือเปลี่ยนรูปหน้าชัดเจนเหมือนการเติมเต็มบางประเภท อีกทั้ง Collagen สดยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเติมโปรแกรมฟิลเลอร์
คอลลาเจนสด ช่วยอะไรบ้าง?
- เติมเต็มผิวชั้นตื้น : ช่วยแก้ปัญหาผิวที่ยุบตัว ผิวบาง หรือบริเวณที่มีริ้วรอยตื้น ๆ ให้ดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ (Fine Lines) : ช่วยลดริ้วรอยจาง ๆ รอบดวงตา ร่องผิว และรอยพับเล็กบนใบหน้า
- เติมความชุ่มชื้น (Deep Hydration) : ฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดีแบบ Glass Skin
- เพิ่มความหนาแน่นผิว (Skin Density) : ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แน่น ยืดหยุ่น และลดปัญหาผิวดูฝ่อบาง
- กระชับรูขุมขน : ทำให้ผิวดูละเอียด เรียบเนียนขึ้น จากการที่ชั้นผิวมีความเต่งตึงมากขึ้น
คอลลาเจนสด ฉีดตรงไหนได้บ้าง?
คอลลาเจนสดสามารถฉีดได้ทั้งแบบทั่วใบหน้าเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม หรือเลือกฉีดเฉพาะจุดที่มีปัญหาและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยตำแหน่งที่นิยมฉีดมีดังนี้
- ใต้ตา ช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และทำให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียน สดใสขึ้น
- ริ้วรอยรอบริมฝีปาก เหมาะสำหรับบริเวณผิวบาง ๆ รอบปาก ช่วยลดริ้วรอยเล็กจากการพูดหรือขยับริมฝีปากบ่อย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ร่องแก้มและรอบมุมปาก ช่วยเติมเต็มผิวชั้นตื้น ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า และทำให้ผิวดูละมุนขึ้น
- หน้าผาก ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เกิดจากผิวแห้งหรือขาดความยืดหยุ่น พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้น
- หลุมสิวและรอยแผลเป็น ฉีดเฉพาะจุดเพื่อช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อ กระตุ้นการซ่อมแซมผิว และช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น
- ลำคอ ช่วยลดเส้นรอยพับ ฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอให้ดูเรียบเนียนและกระชับมากขึ้น
- ทั่วใบหน้า ฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว รูขุมขนดูกระชับ และช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น
คอลลาเจนสด เหมาะกับใครบ้าง?
ใครที่ไม่แน่ใจว่าคอลลาเจนสดเหมาะกับตัวเองหรือไม่ มาดูเช็กลิสต์ด้านล่างนี้กันเลย
- ผู้ที่ต้องการเติมเต็มผิวชั้นตื้น เหมาะกับคนที่มีผิวยุบตัวเล็กน้อย ริ้วรอยตื้น หรือผิวดูฝ่อบาง และต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีริ้วรอยแรกเริ่ม (Fine Lines) ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณใต้ตา รอบปาก หรือจุดที่ผิวบางให้ดูเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลุคธรรมชาติ อยากให้ผิวดูดีขึ้นแบบไม่โป๊ะ ไม่ต้องการเติมเต็มจนรูปหน้าเปลี่ยน หรือกังวลเรื่องหน้าดูบวมจากฟิลเลอร์
- ผู้ที่ผิวอ่อนแอหรือผิวแพ้ง่าย ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว เสริมความแข็งแรงของผิว และช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นจากภายใน
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเร่งด่วน เหมาะสำหรับคนพักผ่อนน้อย ผิวโทรม หรือเตรียมผิวก่อนออกงาน เพื่อให้ผิวดูสดใสและอิ่มฟูเร็วขึ้น
- ผู้ที่เริ่มทำหัตถการผิวครั้งแรก เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มดูแลงานผิวด้วยการฉีด Skinbooster หรือคอลลาเจนสด แต่ยังไม่ต้องการใช้สารเติมเต็มปริมาณมาก
คอลลาเจนสด มียี่ห้อไหนบ้าง?

ปัจจุบันคอลลาเจนสดมีหลายแบรนด์และหลายเทคโนโลยีให้เลือก โดยแต่ละตัวจะมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งเรื่องการเติมเต็มผิวชั้นตื้น หรือการฟื้นฟูคุณภาพผิวแบบ Skinbooster ซึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจมีดังนี้
Collagu
คอลลาเจนสดกลุ่ม Atelocollagen ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Atelocollagen บริสุทธิ์ความเข้มข้นสูง โดยผ่านกระบวนการตัดส่วนปลาย Telopeptide ออกอย่างสมบูรณ์ เพื่อลดโอกาสการกระตุ้นภูมิแพ้ จุดเด่นคือใช้เทคโนโลยี High Concentration Atelocollagen ที่ทำให้เนื้อคอลลาเจนมีความเข้มข้นสูง แต่ยังคงมีโมเลกุลละเอียด สามารถกระจายตัวในชั้นผิวหนังแท้ได้สม่ำเสมอ หลังฉีดผิวจึงดูเรียบเนียน ไม่เป็นก้อน
Therafil
คอลลาเจนสดจากเกาหลีที่สกัดจากคอลลาเจนหมู (Porcine Collagen) และผ่านกระบวนการกำจัดสาร Telopeptide ซึ่งเป็นส่วนที่อาจกระตุ้นการแพ้ออก ทำให้มีความเข้ากันได้ดีกับผิวมนุษย์ จุดเด่นคือใช้เทคโนโลยี High Purity Atelocollagen ที่สามารถทำหน้าที่เป็นโครงข่ายพยุงผิวและช่วยให้เซลล์ผิวทำงานได้มีประสิทธิภาพ เน้นผลลัพธ์ด้านงานผิวโดยเฉพาะ ฟื้นฟูผิวให้ดูฉ่ำวาวแบบ Glass Skin
Deusaderm
คอลลาเจนสดกลุ่ม Atelocollagen ที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในสายความงามฝั่ง Aesthetic และกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว (Skin Regeneration) จุดเด่นของ Deusaderm คือใช้ Atelocollagen ความบริสุทธิ์สูงที่ผ่านการกำจัดส่วน Telopeptide เพื่อลดโอกาสการกระตุ้นการแพ้และช่วยให้เข้ากับผิวได้ดี เนื้อคอลลาเจนมีความละเอียด กระจายตัวสม่ำเสมอในชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวบาง เติมเต็มผิวชั้นตื้น และปรับคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียน เหมาะกับงานฟื้นฟูผิว และผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวขาดความยืดหยุ่น
Karisma
Karisma Rh Collagen เป็นคอลลาเจนสังเคราะห์ผ่านกระบวนการทางชีวภาพจากโปรตีนหนอนไหม ทำให้มีความบริสุทธิ์สูงและลดโอกาสการแพ้ จุดเด่นคือเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ไม่เน้นเพิ่ม Volume แต่เน้นกระตุ้นคอลลาเจน เพิ่ม Skin Density ให้ผิวดูแน่น ฟู เรียบเนียน และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับงานฟื้นฟูผิวและ Skin Rejuvenation ระยะยาว
Elravie Re2O
อีกหนึ่งกลุ่มคอลลาเจนสดจากเกาหลี ที่เน้นงานฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน และงานผิวแบบธรรมชาติ จุดเด่นของ Elravie Re2O คือให้ผลลัพธ์ด้าน Skin Quality และการซ่อมแซมโครงสร้างผิว (Regenerative Effect) ให้ผิวแข็งแรงจากภายใน มากกว่างานเติมเต็มแบบฟิลเลอร์ทั่วไป โดยในไทยยังถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างใหม่และยังไม่แพร่หลายมากนัก
Megaderm
Megaderm เป็น Human-derived Collagen หรือคอลลาเจนสดที่พัฒนาจากโครงสร้างใกล้เคียงมนุษย์ กลุ่มนี้ถูกพูดถึงมากในเกาหลีเรื่องงานฟื้นฟูผิว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย และมีประเด็นดราม่าในเกาหลีเกี่ยวกับแหล่งที่มาของ Skinbooster นี้
ทำไมคอลลาเจนสดถึงกลายเป็นเทรนด์ใหม่กำลังมาแรง?
ปัจจุบันเทรนด์ความงามเริ่มเปลี่ยนจากการ “เติมให้เยอะ” ไปสู่การฟื้นฟูผิวให้ดูดีแบบธรรมชาติ ทำให้คอลลาเจนสดหรือ Injectable Collagen กลายเป็นหัตถการที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องงานผิว การเติมเต็มผิวชั้นตื้น และการกระตุ้นคอลลาเจนในเวลาเดียวกัน
อีกหนึ่งเหตุผลคือหลายคนเริ่มกังวลเรื่องการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์แล้วหน้าดูบวม แข็ง หรือเปลี่ยนรูปหน้ามากเกินไป จึงมองหาหัตถการที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นแบบไม่โป๊ะ คอลลาเจนสดจึงเข้ามาตอบโจทย์ในกลุ่มคนที่ต้องการลุคผิวธรรมชาติหรืองาน Skinbooster มากขึ้น
นอกจากนี้คอลลาเจนสดรุ่นใหม่ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้เนื้อคอลลาเจนมีความบริสุทธิ์สูง โมเลกุลละเอียด และเข้ากับผิวได้ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสการแพ้ พร้อมให้ผลลัพธ์ทั้งด้านความชุ่มชื้น และคุณภาพผิวในระยะยาว ทำให้ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและวงการคลินิกไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ
ฉีดคอลลาเจนสด กี่วันเห็นผล?
ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก หลังฉีดคอลลาเจนสด จะเริ่มสังเกตได้ว่าผิวดูชุ่มชื้น อิ่มฟู และดูสดใสขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลงตามกระบวนการย่อยสลายของคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ เนื่องจากคอลลาเจนสดไม่ใช่หัตถการที่เน้นผลลัพธ์ระยะยาวแบบโปรแกรมฟิลเลอร์หรือกลุ่ม Biostimulator แต่เหมาะกับการฟื้นฟูงานผิว เติมร่องต่าง ๆ ในรูปแบบ Maintenance มากกว่า
คอลลาเจนสดต้องฉีดบ่อยแค่ไหน และอยู่ได้นานเท่าไหร่?
หลังฉีดคอลลาเจนสด 1 ครั้ง ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยในช่วงเริ่มต้นแพทย์มักแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องทุก 2-4 สัปดาห์ ประมาณ 3 ครั้ง เพื่อช่วยเติมเต็มและสะสมคอลลาเจนในชั้นผิวให้มีความหนาแน่นมากพอจนเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว หลังจากผิวเริ่มอิ่มฟู ริ้วรอยตื้นขึ้น และแข็งแรงขึ้นแล้ว สามารถเว้นระยะการทำเป็นทุก 2–3 เดือน เพื่อคงสภาพผิว ช่วยดูแลความชุ่มชื้น เสริมความแข็งแรงของผิว
คอลลาเจนสด ราคาเท่าไหร่?
ราคาคอลลาเจนสดโดยทั่วไปเริ่มต้นประมาณ 18,000-25,000 บาทขึ้นไป โดยค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันในแต่ละคลินิก ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อของคอลลาเจนสด ปริมาณที่ใช้หรือจำนวนครั้งในการฉีด เทคนิคการรักษา รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการ นอกจากนี้ในบางช่วงอาจมีโปรโมชันที่ทำให้ราคาแตกต่างกันออกไปด้วย สำหรับราคา Collagen สดของทาง DSK Clinic สามารถรอติดตามเร็ว ๆ นี้ บอกเลยว่าราคาคุ้มค่าอย่างแน่นอน
ปรึกษาแพทย์ สอบถามเพิ่มเติม คลิกเลย!
คอลลาเจนสดต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างไร?
คอลลาเจนสดจะเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิว เติมความชุ่มชื้น และเติมเต็มผิวชั้นตื้นแบบเป็นธรรมชาติ โดยช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และเรียบเนียนขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว เหมาะกับผู้ที่ต้องการงานผิว ลุคธรรมชาติ หรือมีปัญหาผิวบาง ริ้วรอยเล็ก และผิวขาดความยืดหยุ่น โดยไม่ได้เน้นการเปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่ม Volume ชัดเจน
ส่วนโปรแกรมฟิลเลอร์จะเป็นการใช้ Hyaluronic Acid (HA) เพื่อเติม Volume ทดแทนในจุดที่ยุบตัว ช่วยปรับรูปหน้า ยกพยุงโครงสร้าง และแก้ปัญหาร่องลึกได้ชัดเจนกว่า เพราะโปรแกรมฟิลเลอร์เห็นผลเรื่องรูปทรงและมิติใบหน้าได้ทันที และผลลัพธ์มักอยู่ได้นานกว่าคอลลาเจนสด แต่หากเติมมากเกินไปหรือเลือกเทคนิคที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ใบหน้าดูบวม หนัก หรือไม่เป็นธรรมชาติได้ในบางราย
หลังฉีดคอลลาเจนสดต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
- งดแต่งหน้า ทาครีม และใช้เครื่องล้างหน้าประมาณ 12 ชั่วโมงแรก หลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการจับ นวด แกะ หรือเกาบริเวณรอยเข็ม เพื่อลดการอักเสบและระคายเคือง
- งดซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ และหัตถการที่ใช้ความร้อน เช่น โปรแกรม Oligio, โปรแกรม Thermage และโปรแกรม Ulthera
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและรังสี UV จนกว่าอาการบวมแดงจะดีขึ้น พร้อมทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
- งดออกกำลังกายหนักประมาณ 1 วัน หลังทำ
- ดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวัน และทามอยเจอไรเซอร์เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว
- ควรเว้นหัตถการกลุ่ม Biostimulator ประมาณ 3 เดือน และฉีดต่อเนื่องตามแผนการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ฉีดคอลลาเจนสด ที่ไหนดี?
- ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประสบการณ์ด้านการฉีดงานผิวและ Skinbooster เพราะคอลลาเจนสดจำเป็นต้องฉีดในชั้นผิวที่เหมาะสมอย่างแม่นยำ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
- ก่อนทำควรมีการวิเคราะห์สภาพผิวและประเมินปัญหาเป็นรายบุคคล เพื่อให้แพทย์เลือกหัตถการ เทคนิค และปริมาณที่เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน
- ตรวจสอบว่าเป็นผลิตภัณฑ์แท้ มีแหล่งนำเข้าชัดเจน สามารถเช็กเลข Lot หรือสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงของยาปลอมหรือยาหิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน
- คลินิกควรมีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลถูกต้อง มีมาตรฐานด้านความสะอาดและการควบคุมการติดเชื้อ
- มีราคาสมเหตุสมผล ไม่ถูกผิดปกติ เพราะอาจเสี่ยงต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพหรือไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย
คอลลาเจนสด อีกหนึ่งทางสำหรับผู้ที่อยากเติมเต็มร่องตื้น ฟื้นฟูผิวสุขภาพดี

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจและมองหาทางเลือกสำหรับการฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องการเติมฟิลเลอร์ คอลลาเจนสดถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่น่าสนใจในวงการความงามปัจจุบัน เพราะตอบโจทย์ทั้งเรื่องการปรับความชุ่มชื้น ผิวอิ่มฟู และการฟื้นฟูผิวแบบเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่กังวลเรื่องหน้าดูบวม หน้าล้น หรือไม่ต้องการให้รูปหน้าเปลี่ยนชัดเจนหลังทำหัตถการ
ที่ DSK Clinic เองก็มีการติดตามและอัปเดตเทรนด์ด้าน Injectable Collagen อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแผนนำผลิตภัณฑ์คอลลาเจนสดและเทคโนโลยีงานผิวใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อให้สามารถออกแบบการรักษาได้หลากหลายและตอบโจทย์ปัญหาผิวของคนไข้ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องการงานผิวฉ่ำวาว ฟื้นฟูผิวบาง เติมเต็มผิวชั้นตื้น หรือผู้ที่อยากเริ่มดูแลผิวด้วยหัตถการที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่หนักหน้าเกินไป
นอกจากนี้ แนวทางการรักษาของ DSK ยังเน้นการประเมินผิวแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเลือกเทคนิคและหัตถการที่เหมาะกับปัญหาผิวจริงของแต่ละคน เพราะคอลลาเจนสดแต่ละแบบก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร อัปเดตผลิตภัณฑ์ใหม่ และเทรนด์งานผิวล่าสุดจาก DSK Clinic ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคอลลาเจนสด
คอลลาเจนสด อันตรายไหม?
หากใช้ผลิตภัณฑ์แท้และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ คอลลาเจนสดถือว่ามีความปลอดภัยค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Atelocollagen หรือ Rh Collagen ที่ถูกพัฒนาเพื่อลดโอกาสการกระตุ้นการแพ้ อย่างไรก็ตามยังคงมีโอกาสเกิดอาการบวม ช้ำ หรือระคายเคืองได้เล็กน้อยหลังฉีด จึงควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้
ฉีดคอลลาเจนสดแล้วบวมไหม?
หลังฉีดอาจมีอาการบวมแดง ตุ่มนูน หรือระบมเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรก ซึ่งเป็นอาการปกติและมักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง โดยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และไม่ทำให้หน้าบวมเปลี่ยนรูปเหมือนการเติมโปรแกรมฟิลเลอร์ จำนวนมาก
ฉีดคอลลาเจนสดต้องพักหน้ากี่วัน?
โดยทั่วไปหลังฉีดคอลลาเจนสดไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตหรือทำงานได้ตามปกติหลังทำ แต่ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า ออกกำลังกายหนัก และความร้อนในช่วง 12-24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการระคายเคืองและอาการบวมแดง
ข้อควรรู้ก่อนฉีดคอลลาเจนสดมีอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจฉีดคอลลาเจนสด อยากให้เข้าใจก่อนว่าหัตถการนี้เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิว เติมเต็มผิวชั้นตื้น เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูเรียบเนียนขึ้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเติมร่องลึกหรือปรับรูปหน้าแบบฟิลเลอร์ และไม่ได้ยกกระชับเหมือนโปรแกรมยกกระชับ
อีกทั้งตัวคอลลาเจนสดจะสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงควรฉีดต่อเนื่องเพื่อคงคุณภาพผิวในระยะยาว หากมีปัญหาร่องลึก หน้ายุบ หรือคาดหวังผลลัพธ์ด้าน Volume และการกระตุ้นคอลลาเจน อาจต้องใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น โปรแกรมฟิลเลอร์หรือกลุ่ม Biostimulator เพื่อให้เหมาะกับปัญหาผิวมากกว่า
คอลลาเจนสดเหมือนสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ไหม?
คอลลาเจนสดและสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ไม่เหมือนกัน โดยคอลลาเจนสดเป็นคอลลาเจนสำเร็จรูปที่เติมความชุ่มชื้นและฟูทันที เห็นผลไว ขณะที่กลุ่ม Biostimulator (เช่น PLLA หรือ CaHA) ทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองใหม่ เห็นผลช้ากว่าแต่ผลลัพธ์คงทนยาวนานกว่า
คอลลาเจนสด vs PN ต่างกันอย่างไร?
คอลลาเจนสดและ PN (Polynucleotide) แตกต่างกันหลัก ๆ ที่กลไกการทำงาน โดยคอลลาเจนสดจะเน้นการเติมเต็มโครงสร้างผิวชั้นตื้นด้วยคอลลาเจน Type I เพื่อให้ผิวดูอิ่มฟู แน่น และเรียบเนียนขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ PN อย่างโปรแกรม Vitaran จะเน้นการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวในระดับเซลล์ ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่และฟื้นฟู Skin Barrier ตามธรรมชาติ จึงเหมาะกับผิวอ่อนแอ ผิวแพ้ง่าย หรือคนที่ต้องการงานฟื้นฟูผิวในระยะยาวมากกว่า
หลังฉีดคอลลาเจนสด มีผลข้างเคียงหรือไม่?
ผลข้างเคียงที่พบได้ส่วนใหญ่หลังฉีดคอลลาเจนสดเป็นอาการชั่วคราว เช่น บวมแดง รอยเข็ม ช้ำ หรือคันเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ปวดมาก บวมผิดปกติ หรือมีหนอง ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
ฉีดคอลลาเจนสด ช่วยให้หน้าเรียวไหม?
Collagen สดไม่ได้ออกแบบมาเพื่อปรับรูปหน้าหรือทำให้หน้าเรียวโดยตรง แต่เมื่อผิวดูแน่น ฟู และเรียบเนียนขึ้น อาจช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและได้สัดส่วนขึ้นในภาพรวม คอลลาเจนสดจึงเหมาะกับคนที่ต้องการงานผิวธรรมชาติมากกว่างานปรับโครงหน้า

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้
ไม่อยากโดนหลอก ต้องดู!
