DSK Clinic I The Customized Clinic
outro-ulthera (2)
blog-Side-CTA

โปรแกรม Oligio ผลข้างเคียง มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง

DSK Editorial team
บทความโดย
DSK Editorial team
กันยายน 29, 2026
โปรแกรม Oligio ผลข้างเคียง

หลายคนที่กำลังตัดสินใจทำโปรแกรม Oligio มักมีคำถามเดียวกันคือ โปรแกรม Oligio มี side effectsอะไรบ้าง โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตอย่างทำโปรแกรม Oligio แล้วหน้าบวมไหม หรือมีอาการแบบไหนที่ถือว่าปกติ แบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์ ทั้งที่โปรแกรม Oligio ขึ้นชื่อเรื่องเจ็บน้อยและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงบางอย่างที่พบได้จริงในบางคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวที่หายเองได้ บทความนี้ DSK จะพาไปดูผลข้างเคียงของโปรแกรม Oligio และโปรแกรม OligioX ที่พบได้บ่อย พร้อมวิธีสังเกตอาการที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

Key takeaway

  • ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังทำโปรแกรม Oligio คือรอยแดง ผิวตึงหรือชาเล็กน้อย และรอยช้ำ ซึ่งส่วนใหญ่จางหายเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
  • ผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าปกติ มักเกี่ยวข้องกับเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการประเมินพลังงานที่ไม่แม่นยำ มากกว่าตัวเทคโนโลยี Monopolar RF เอง
  • การเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็นได้

โปรแกรม Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวและลดไขมันด้วยคลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ส่งพลังงานความร้อนลงถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวได้ พลังงานความร้อนนี้จะกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันทีในระหว่างทำ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ต่อ ๆ มา ทำให้ผิวช่วยแก้ปัญหาได้หลายจุด ดังนี้

  • ยกกระชับผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง: เพราะพลังงานความร้อนกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนโดยตรง หากผิวหย่อนคล้อยในระดับมาก อาจเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร แพทย์มักแนะนำให้พิจารณาโปรแกรมยกกระชับที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ร่วมด้วย
  • ลดเลือนริ้วรอยตื้นและกระชับรูขุมขน: คอลลาเจนที่เรียงตัวใหม่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้น แต่หากไม่ดูแลผิวต่อเนื่องหลังทำ เช่น ไม่ทาครีมกันแดด ริ้วรอยและรูขุมขนอาจกลับมากว้างเร็วกว่าที่ควร
  • ลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและใต้คาง: ความร้อนที่ลงถึงชั้นไขมันช่วยให้กรอบหน้าดูเรียวขึ้น แต่ถ้ามีไขมันสะสมหนา อาจต้องทำหลายครั้งตามแผนที่แพทย์ประเมินกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน

โปรแกรม Oligio ผลข้างเคียงที่ควรระวังมีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงของโปรแกรม Oligio

แม้โปรแกรม Oligio จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้นและใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติ แต่ความร้อนที่ส่งลงผิวก็ยังทำให้เกิดปฏิกิริยาชั่วคราวได้ในบางคน โดยเฉพาะคนที่มีผิวบอบบางหรือเส้นเลือดฝอยตื้น อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้

รอยแดง

รอยแดงเกิดจากการที่ความร้อนจาก RF กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงบริเวณที่ทำมากขึ้นในช่วงสั้น ๆ หลังทำ ทำให้ผิวมีสีแดงหรือแดงระเรื่อคล้ายผิวไหม้แดดอ่อน ๆ อาการนี้พบได้บ่อยในคนที่มีผิวบางหรือแพ้ง่าย โดยทั่วไปรอยแดงจะจางลงเองภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่ในบางรายที่ผิวไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ อาจใช้เวลานานกว่านั้นเล็กน้อย

ผิวตึง ๆ และชา

หลังทำหลายคนจะรู้สึกผิวตึงคล้ายเพิ่งทำทรีตเมนต์ความร้อน หรือมีอาการชาเบา ๆ บริเวณที่ทำ ซึ่งเกิดจากการที่เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันทีหลังได้รับความร้อน ร่วมกับเส้นประสาทส่วนปลายที่ถูกกระตุ้นชั่วคราว อาการตึงและชานี้มักหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง หากผ่านไปหลายวันแล้วยังชาต่อเนื่องหรือชารุนแรงขึ้น ควรกลับไปให้แพทย์ที่ทำการรักษาตรวจดูอีกครั้ง

รอยช้ำ

รอยช้ำพบได้น้อยกว่ารอยแดงและอาการตึงชา แต่ก็เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีเส้นเลือดฝอยตื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากแรงกดของหัวเครื่องขณะเลื่อนไปบนผิวอาจกระทบเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ใต้ผิวจนเกิดรอยช้ำระดับผิวเผิน ลักษณะคล้ายรอยฟกช้ำทั่วไป ซึ่งมักจางหายไปเองภายใน 5-7 วันโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม

โปรแกรม Oligio ผลข้างเคียงจากเครื่องไม่ได้มาตรฐานและการประเมินที่ไม่แม่นยำ

นอกจากผลข้างเคียงที่เป็นปฏิกิริยาปกติของผิวต่อความร้อนแล้ว ยังมีผลข้างเคียงอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เกิดจากตัวเทคโนโลยี แต่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมในการรักษา เช่น เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการประเมินพลังงานที่คลาดเคลื่อน

เครื่องโปรแกรม Oligio ที่ไม่ได้มาตรฐานมักมาจากแหล่งที่ไม่ได้นำเข้าผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้การปรับค่าพลังงานและระบบทำความเย็นทำงานไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ความร้อนที่ปล่อยลงผิวอาจสูงเกินกว่าที่ควร จนเกิดรอยแดงที่จางช้ากว่าปกติ หรือในกรณีรุนแรงอาจทำให้ผิวไหม้เป็นวงชัดเจน ขณะเดียวกัน หากแพทย์ไม่ได้ประเมินความหนาของชั้นผิวและตำแหน่งที่มีไขมันสะสมให้ละเอียดก่อนเริ่มทำ ก็อาจปล่อยพลังงานมากหรือน้อยเกินไปในบางจุด ทำให้เกิดอาการชาที่นานผิดปกติ หรือผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอทั่วใบหน้า

หลังทำโปรแกรม Oligio ดูแลตัวเองอย่างไรดีการดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Oligio

การดูแลผิวหลังทำมีผลโดยตรงต่อความเร็วในการฟื้นตัวและความต่อเนื่องของผลลัพธ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ: หลังทำผิวจะไวต่อรังสี UV มากกว่าปกติชั่วคราว หากไม่ทากันแดดต่อเนื่องอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยหมองคล้ำในบริเวณที่ทำได้ง่ายกว่าเดิม
  • เลี่ยงความร้อนสะสม: เช่น ซาวน่าหรืออบไอน้ำ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะผิวยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากความร้อนที่ได้รับ หากเจอความร้อนซ้ำอาจทำให้รอยแดงหรืออาการตึงกลับมานานขึ้นโปรแกรม Oligio เนื่องจากหลังทำชั้นผิวจะมีการสะสมความร้อนและอาจมีความบอบบางกว่าปกติ การกดแรง ๆ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ หรือบวมแดง
  • งดใช้สครับหรือผลิตภัณฑ์ผลัดผิวที่มีฤทธิ์แรง: เช่น AHA BHA หรือเรตินอล ในช่วง 3-5 วันแรก เพราะผิวชั้นบนยังบอบบางจากความร้อน การผลัดผิวซ้ำอาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้นกว่าปกติ
  • ดื่มน้ำและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์: ช่วยลดความรู้สึกตึงและสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

สรุปสั้น ๆ คือ อาการทั่วไปหลังทำมักหายได้เองหากดูแลผิวถูกวิธี แต่หากมีอาการผิดปกติที่ไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ควรเป็น ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาโดยเร็ว

คำแนะนำจากแพทย์และเคล็ดลับลดผลข้างเคียงหลังทำ

แพทย์ที่ให้การรักษาด้วยโปรแกรม Oligio มักให้ความเห็นตรงกันว่าอาการอย่างรอยแดงหรือผิวตึงเล็กน้อยหลังทำไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะเป็นผลจากความร้อนที่กระตุ้นคอลลาเจนโดยตรงตามกลไกของเทคโนโลยี แต่หากอาการบวมหรือปวดยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีลักษณะผิดปกติชัดเจนอย่างผิวไหม้เป็นวง ควรกลับไปให้แพทย์ที่ทำการรักษาประเมินซ้ำโดยเร็ว เพราะบางกรณีอาจต้องดูแลเพิ่มเติมเพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำหรือรอยไหม้ตกค้าง

เคล็ดลับที่ช่วยลดผลข้างเคียงได้ตั้งแต่ต้นทาง คือการเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนกำหนดค่าพลังงาน ไม่ใช้ค่าพลังงานเดียวกันกับทุกคนโดยไม่พิจารณาความหนาของผิวและตำแหน่งไขมัน

ถ้าถามว่าทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี DSK Clinic คือหนึ่งในคลินิกเวชกรรมที่ให้ความสำคัญกับขั้นตอนประเมินผิวก่อนเริ่มทำทุกเคส โดยแพทย์จะมีเทคนิคที่เรียกว่า UltraSee เพื่อสแกนดูโครงสร้างชั้นผิวก่อนวางแผนพลังงานและตำแหน่งที่ต้องเน้น แทนที่จะยิงพลังงานตามจำนวนครั้งที่กำหนดตายตัว วิธีนี้ช่วยให้แพทย์ปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับความหนาของผิวแต่ละคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากพลังงานที่ไม่สอดคล้องกับสภาพผิวจริง

นอกจากขั้นตอนประเมินก่อนทำแล้ว ที่ DSK ยังดูแลต่อเนื่องหลังทำด้วยคำแนะนำการดูแลผิวที่ปรับตามลักษณะผิวของแต่ละคน ไม่ใช่คำแนะนำแบบเดียวที่ใช้ซ้ำกับทุกเคส

  • แพทย์ประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล: วิเคราะห์ความหนาของผิวและตำแหน่งไขมันก่อนกำหนดค่าพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงผลข้างเคียงจากพลังงานที่มากหรือน้อยเกินไป
  • ใช้เทคนิค UltraSee สแกนชั้นผิวก่อนเริ่มทำ: ช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างผิวจริงก่อนวางแผน แทนการยิงพลังงานแบบเดาตำแหน่ง
  • ติดตามอาการหลังทำผ่านช่องทางที่ติดต่อแพทย์ได้: หากมีอาการผิดปกติ สามารถสอบถามแพทย์ที่ทำการรักษาได้โดยตรง

เลือกคลินิกทำโปรแกรม Oligio อย่างไรให้ปลอดภัย

เกณฑ์สำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงผลข้างเคียงตั้งแต่ต้นทาง คือการเลือกคลินิกที่ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่เลือกจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปราคาโปรแกรม Oligio อยู่ที่ประมาณ 18,000-44,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและแผนการรักษาที่แพทย์ประเมิน ส่วนระยะเวลาทำจริงอยู่ที่ประมาณ 45-60 นาทีต่อครั้ง ไม่รวมเวลาแปะยาชา หากใครที่กังวลเรื่องความเจ็บและต้องการแปะยาชาก่อนทำ ควรเผื่อเวลาเพิ่มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง

หากพบคลินิกที่เสนอราคาต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงราคาตลาดทั่วไป ควรตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องที่ใช้อาจไม่ได้มาตรฐาน เพราะเครื่องโปรแกรม Oligio และโปรแกรม OligioX มีต้นทุนนำเข้าที่ชัดเจน วิธีตรวจสอบที่ทำได้ง่ายคือเข้าไปเช็กรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่องโปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม OligioX ได้ที่เว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจจอง นอกจากนี้ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและลงมือทำเองทุกขั้นตอน ไม่ใช่มอบหมายให้บุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์เป็นผู้ปรับค่าพลังงานแทน

รีวิวผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK

รีวิวผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSKรีวิวผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK

สรุปบทความ

โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว ซึ่งโปรแกรมoligio สามารถพบ side effects ได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นรอยแดง ผิวตึงหรือชา และรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน หากดูแลผิวถูกวิธี ส่วนโปรแกรม Oligio ผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าปกติมักมาจากปัจจัยภายนอก เช่น เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการประเมินพลังงานที่ไม่แม่นยำ มากกว่าตัวเทคโนโลยีเอง คุณจึงควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินก่อนทำทุกครั้ง และตรวจสอบเครื่องมือผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ หากสนใจปรึกษาเรื่องผลข้างเคียงหรือความเหมาะสมของผิวก่อนทำโปรแกรม Oligio สามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @dskinclinic

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรม Oligio เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่แทบจะไม่เจ็บเลย โดยระหว่างทำจะรู้สึกเพียงแค่อุ่น ๆ ลึก ๆ ใต้ชั้นผิว เนื่องจากตัวเครื่องมีระบบทำความเย็นที่คอยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายตลอดการรักษา

ทำโปรแกรม Oligio ทำไมหน้าบวม?

อาการบวมหลังทำโปรแกรม Oligio ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผิวได้รับความร้อนจนหลอดเลือดฝอยขยายตัวชั่วคราว ทำให้มีของเหลวคั่งบริเวณผิวชั้นตื้นเล็กน้อย มักพบในคนที่มีผิวบอบบางหรือทำในบริเวณที่ผิวบางอย่างรอบดวงตา อาการนี้มักบวมช้ำน้อยและจางลงเองภายใน 24 ชั่วโมง หากบวมนานเกินกว่านั้นหรือบวมร่วมกับอาการปวดมาก ควรแจ้งแพทย์ที่ทำการรักษาให้ทราบ

ควรทำอย่างไรหากเกิดผลข้างเคียงหลังทำโปรแกรม Oligio?

หากพบอาการทั่วไปอย่างรอยแดง ผิวตึง หรือรอยช้ำเล็กน้อย สามารถดูแลตัวเองด้วยการทาครีมกันแดด ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลี่ยงความร้อนสะสมตามคำแนะนำหลังทำ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่ควรหาย หรือมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น ปวดมาก บวมมาก หรือผิวไหม้เป็นวงชัดเจน ควรกลับไปพบแพทย์ที่ทำการรักษาโดยเร็วเพื่อประเมินอาการอีกครั้ง

โปรแกรม Oligio สามารถทำที่บริเวณไหนได้บ้าง?

โปรแกรม Oligio สามารถทำได้หลายตำแหน่งบนใบหน้าและลำคอ เช่น ผิวหน้าโดยรวม รอบดวงตา กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอ นอกจากนี้ยังทำได้ในบางบริเวณของร่างกายที่มีผิวหย่อนคล้อยหรือมีไขมันสะสม เช่น หน้าท้องและต้นแขน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าตำแหน่งใดเหมาะกับการทำและควรใช้จำนวนครั้งเท่าไหร่

banner-view-promotion-mobile

วิดีโอเรื่องที่ควรรู้

mock-cover-video-1
รู้จักเครื่องยกกระชับ คลิปเดียวจบ!

อ่านบทความจากหมอ

phone
bg-bt-contact-1-2x
แอดไลน์คลินิค
จองคิวทำนัด
bg-bt-contact-2-2x
ปรึกษาปัญหาผิวหน้า
ทักแชท Facebook
bg-bt-contact-3-2x
ติดต่อสอบถาม
โทรเลย
bg-bt-contact-4-2x
ค้นหาสาขาใกล้ตัว
คลิกดูสาขา