โปรแกรม Oligio ผลข้างเคียง มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง

หลายคนที่กำลังตัดสินใจทำโปรแกรม Oligio มักมีคำถามเดียวกันคือ โปรแกรม Oligio มี side effectsอะไรบ้าง โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตอย่างทำโปรแกรม Oligio แล้วหน้าบวมไหม หรือมีอาการแบบไหนที่ถือว่าปกติ แบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์ ทั้งที่โปรแกรม Oligio ขึ้นชื่อเรื่องเจ็บน้อยและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงบางอย่างที่พบได้จริงในบางคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวที่หายเองได้ บทความนี้ DSK จะพาไปดูผลข้างเคียงของโปรแกรม Oligio และโปรแกรม OligioX ที่พบได้บ่อย พร้อมวิธีสังเกตอาการที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
Key takeaway
- ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยหลังทำโปรแกรม Oligio คือรอยแดง ผิวตึงหรือชาเล็กน้อย และรอยช้ำ ซึ่งส่วนใหญ่จางหายเองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
- ผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าปกติ มักเกี่ยวข้องกับเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการประเมินพลังงานที่ไม่แม่นยำ มากกว่าตัวเทคโนโลยี Monopolar RF เอง
- การเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็นได้
โปรแกรม Oligio ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวและลดไขมันด้วยคลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ส่งพลังงานความร้อนลงถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวได้ พลังงานความร้อนนี้จะกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันทีในระหว่างทำ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ต่อ ๆ มา ทำให้ผิวช่วยแก้ปัญหาได้หลายจุด ดังนี้
- ยกกระชับผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง: เพราะพลังงานความร้อนกระตุ้นการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนโดยตรง หากผิวหย่อนคล้อยในระดับมาก อาจเห็นผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร แพทย์มักแนะนำให้พิจารณาโปรแกรมยกกระชับที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ร่วมด้วย
- ลดเลือนริ้วรอยตื้นและกระชับรูขุมขน: คอลลาเจนที่เรียงตัวใหม่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แน่นขึ้น แต่หากไม่ดูแลผิวต่อเนื่องหลังทำ เช่น ไม่ทาครีมกันแดด ริ้วรอยและรูขุมขนอาจกลับมากว้างเร็วกว่าที่ควร
- ลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและใต้คาง: ความร้อนที่ลงถึงชั้นไขมันช่วยให้กรอบหน้าดูเรียวขึ้น แต่ถ้ามีไขมันสะสมหนา อาจต้องทำหลายครั้งตามแผนที่แพทย์ประเมินกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน
โปรแกรม Oligio ผลข้างเคียงที่ควรระวังมีอะไรบ้าง

แม้โปรแกรม Oligio จะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องพักฟื้นและใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติ แต่ความร้อนที่ส่งลงผิวก็ยังทำให้เกิดปฏิกิริยาชั่วคราวได้ในบางคน โดยเฉพาะคนที่มีผิวบอบบางหรือเส้นเลือดฝอยตื้น อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
รอยแดง
รอยแดงเกิดจากการที่ความร้อนจาก RF กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงบริเวณที่ทำมากขึ้นในช่วงสั้น ๆ หลังทำ ทำให้ผิวมีสีแดงหรือแดงระเรื่อคล้ายผิวไหม้แดดอ่อน ๆ อาการนี้พบได้บ่อยในคนที่มีผิวบางหรือแพ้ง่าย โดยทั่วไปรอยแดงจะจางลงเองภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่ในบางรายที่ผิวไวต่อความร้อนมากเป็นพิเศษ อาจใช้เวลานานกว่านั้นเล็กน้อย
ผิวตึง ๆ และชา
หลังทำหลายคนจะรู้สึกผิวตึงคล้ายเพิ่งทำทรีตเมนต์ความร้อน หรือมีอาการชาเบา ๆ บริเวณที่ทำ ซึ่งเกิดจากการที่เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันทีหลังได้รับความร้อน ร่วมกับเส้นประสาทส่วนปลายที่ถูกกระตุ้นชั่วคราว อาการตึงและชานี้มักหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง หากผ่านไปหลายวันแล้วยังชาต่อเนื่องหรือชารุนแรงขึ้น ควรกลับไปให้แพทย์ที่ทำการรักษาตรวจดูอีกครั้ง
รอยช้ำ
รอยช้ำพบได้น้อยกว่ารอยแดงและอาการตึงชา แต่ก็เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีผิวบอบบางหรือมีเส้นเลือดฝอยตื้นเป็นพิเศษ เนื่องจากแรงกดของหัวเครื่องขณะเลื่อนไปบนผิวอาจกระทบเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ใต้ผิวจนเกิดรอยช้ำระดับผิวเผิน ลักษณะคล้ายรอยฟกช้ำทั่วไป ซึ่งมักจางหายไปเองภายใน 5-7 วันโดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม
โปรแกรม Oligio ผลข้างเคียงจากเครื่องไม่ได้มาตรฐานและการประเมินที่ไม่แม่นยำ
นอกจากผลข้างเคียงที่เป็นปฏิกิริยาปกติของผิวต่อความร้อนแล้ว ยังมีผลข้างเคียงอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เกิดจากตัวเทคโนโลยี แต่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมในการรักษา เช่น เครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการประเมินพลังงานที่คลาดเคลื่อน
เครื่องโปรแกรม Oligio ที่ไม่ได้มาตรฐานมักมาจากแหล่งที่ไม่ได้นำเข้าผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำให้การปรับค่าพลังงานและระบบทำความเย็นทำงานไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ความร้อนที่ปล่อยลงผิวอาจสูงเกินกว่าที่ควร จนเกิดรอยแดงที่จางช้ากว่าปกติ หรือในกรณีรุนแรงอาจทำให้ผิวไหม้เป็นวงชัดเจน ขณะเดียวกัน หากแพทย์ไม่ได้ประเมินความหนาของชั้นผิวและตำแหน่งที่มีไขมันสะสมให้ละเอียดก่อนเริ่มทำ ก็อาจปล่อยพลังงานมากหรือน้อยเกินไปในบางจุด ทำให้เกิดอาการชาที่นานผิดปกติ หรือผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอทั่วใบหน้า
หลังทำโปรแกรม Oligio ดูแลตัวเองอย่างไรดี
การดูแลผิวหลังทำมีผลโดยตรงต่อความเร็วในการฟื้นตัวและความต่อเนื่องของผลลัพธ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
- ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ: หลังทำผิวจะไวต่อรังสี UV มากกว่าปกติชั่วคราว หากไม่ทากันแดดต่อเนื่องอาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยหมองคล้ำในบริเวณที่ทำได้ง่ายกว่าเดิม
- เลี่ยงความร้อนสะสม: เช่น ซาวน่าหรืออบไอน้ำ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะผิวยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากความร้อนที่ได้รับ หากเจอความร้อนซ้ำอาจทำให้รอยแดงหรืออาการตึงกลับมานานขึ้นโปรแกรม Oligio เนื่องจากหลังทำชั้นผิวจะมีการสะสมความร้อนและอาจมีความบอบบางกว่าปกติ การกดแรง ๆ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ หรือบวมแดง
- งดใช้สครับหรือผลิตภัณฑ์ผลัดผิวที่มีฤทธิ์แรง: เช่น AHA BHA หรือเรตินอล ในช่วง 3-5 วันแรก เพราะผิวชั้นบนยังบอบบางจากความร้อน การผลัดผิวซ้ำอาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้นกว่าปกติ
- ดื่มน้ำและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์: ช่วยลดความรู้สึกตึงและสนับสนุนกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สรุปสั้น ๆ คือ อาการทั่วไปหลังทำมักหายได้เองหากดูแลผิวถูกวิธี แต่หากมีอาการผิดปกติที่ไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาที่ควรเป็น ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาโดยเร็ว
คำแนะนำจากแพทย์และเคล็ดลับลดผลข้างเคียงหลังทำ
แพทย์ที่ให้การรักษาด้วยโปรแกรม Oligio มักให้ความเห็นตรงกันว่าอาการอย่างรอยแดงหรือผิวตึงเล็กน้อยหลังทำไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะเป็นผลจากความร้อนที่กระตุ้นคอลลาเจนโดยตรงตามกลไกของเทคโนโลยี แต่หากอาการบวมหรือปวดยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีลักษณะผิดปกติชัดเจนอย่างผิวไหม้เป็นวง ควรกลับไปให้แพทย์ที่ทำการรักษาประเมินซ้ำโดยเร็ว เพราะบางกรณีอาจต้องดูแลเพิ่มเติมเพื่อลดโอกาสเกิดรอยดำหรือรอยไหม้ตกค้าง
เคล็ดลับที่ช่วยลดผลข้างเคียงได้ตั้งแต่ต้นทาง คือการเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนกำหนดค่าพลังงาน ไม่ใช้ค่าพลังงานเดียวกันกับทุกคนโดยไม่พิจารณาความหนาของผิวและตำแหน่งไขมัน
ถ้าถามว่าทำโปรแกรม Oligio ที่ไหนดี DSK Clinic คือหนึ่งในคลินิกเวชกรรมที่ให้ความสำคัญกับขั้นตอนประเมินผิวก่อนเริ่มทำทุกเคส โดยแพทย์จะมีเทคนิคที่เรียกว่า UltraSee เพื่อสแกนดูโครงสร้างชั้นผิวก่อนวางแผนพลังงานและตำแหน่งที่ต้องเน้น แทนที่จะยิงพลังงานตามจำนวนครั้งที่กำหนดตายตัว วิธีนี้ช่วยให้แพทย์ปรับค่าพลังงานให้เหมาะกับความหนาของผิวแต่ละคน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากพลังงานที่ไม่สอดคล้องกับสภาพผิวจริง
นอกจากขั้นตอนประเมินก่อนทำแล้ว ที่ DSK ยังดูแลต่อเนื่องหลังทำด้วยคำแนะนำการดูแลผิวที่ปรับตามลักษณะผิวของแต่ละคน ไม่ใช่คำแนะนำแบบเดียวที่ใช้ซ้ำกับทุกเคส
- แพทย์ประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล: วิเคราะห์ความหนาของผิวและตำแหน่งไขมันก่อนกำหนดค่าพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงผลข้างเคียงจากพลังงานที่มากหรือน้อยเกินไป
- ใช้เทคนิค UltraSee สแกนชั้นผิวก่อนเริ่มทำ: ช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างผิวจริงก่อนวางแผน แทนการยิงพลังงานแบบเดาตำแหน่ง
- ติดตามอาการหลังทำผ่านช่องทางที่ติดต่อแพทย์ได้: หากมีอาการผิดปกติ สามารถสอบถามแพทย์ที่ทำการรักษาได้โดยตรง
เลือกคลินิกทำโปรแกรม Oligio อย่างไรให้ปลอดภัย
เกณฑ์สำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงผลข้างเคียงตั้งแต่ต้นทาง คือการเลือกคลินิกที่ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่เลือกจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปราคาโปรแกรม Oligio อยู่ที่ประมาณ 18,000-44,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและแผนการรักษาที่แพทย์ประเมิน ส่วนระยะเวลาทำจริงอยู่ที่ประมาณ 45-60 นาทีต่อครั้ง ไม่รวมเวลาแปะยาชา หากใครที่กังวลเรื่องความเจ็บและต้องการแปะยาชาก่อนทำ ควรเผื่อเวลาเพิ่มอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
หากพบคลินิกที่เสนอราคาต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงราคาตลาดทั่วไป ควรตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องที่ใช้อาจไม่ได้มาตรฐาน เพราะเครื่องโปรแกรม Oligio และโปรแกรม OligioX มีต้นทุนนำเข้าที่ชัดเจน วิธีตรวจสอบที่ทำได้ง่ายคือเข้าไปเช็กรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่องโปรแกรม Oligio หรือโปรแกรม OligioX ได้ที่เว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจจอง นอกจากนี้ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์เป็นผู้ประเมินและลงมือทำเองทุกขั้นตอน ไม่ใช่มอบหมายให้บุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์เป็นผู้ปรับค่าพลังงานแทน
รีวิวผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio และ OligioX ที่ DSK
สรุปบทความ
โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิว ซึ่งโปรแกรมoligio สามารถพบ side effects ได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นรอยแดง ผิวตึงหรือชา และรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน หากดูแลผิวถูกวิธี ส่วนโปรแกรม Oligio ผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าปกติมักมาจากปัจจัยภายนอก เช่น เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานหรือการประเมินพลังงานที่ไม่แม่นยำ มากกว่าตัวเทคโนโลยีเอง คุณจึงควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินก่อนทำทุกครั้ง และตรวจสอบเครื่องมือผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้ก่อนตัดสินใจ หากสนใจปรึกษาเรื่องผลข้างเคียงหรือความเหมาะสมของผิวก่อนทำโปรแกรม Oligio สามารถแอดไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @dskinclinic
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรม Oligio เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่แทบจะไม่เจ็บเลย โดยระหว่างทำจะรู้สึกเพียงแค่อุ่น ๆ ลึก ๆ ใต้ชั้นผิว เนื่องจากตัวเครื่องมีระบบทำความเย็นที่คอยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายตลอดการรักษา
ทำโปรแกรม Oligio ทำไมหน้าบวม?
อาการบวมหลังทำโปรแกรม Oligio ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผิวได้รับความร้อนจนหลอดเลือดฝอยขยายตัวชั่วคราว ทำให้มีของเหลวคั่งบริเวณผิวชั้นตื้นเล็กน้อย มักพบในคนที่มีผิวบอบบางหรือทำในบริเวณที่ผิวบางอย่างรอบดวงตา อาการนี้มักบวมช้ำน้อยและจางลงเองภายใน 24 ชั่วโมง หากบวมนานเกินกว่านั้นหรือบวมร่วมกับอาการปวดมาก ควรแจ้งแพทย์ที่ทำการรักษาให้ทราบ
ควรทำอย่างไรหากเกิดผลข้างเคียงหลังทำโปรแกรม Oligio?
หากพบอาการทั่วไปอย่างรอยแดง ผิวตึง หรือรอยช้ำเล็กน้อย สามารถดูแลตัวเองด้วยการทาครีมกันแดด ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเลี่ยงความร้อนสะสมตามคำแนะนำหลังทำ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลาที่ควรหาย หรือมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น ปวดมาก บวมมาก หรือผิวไหม้เป็นวงชัดเจน ควรกลับไปพบแพทย์ที่ทำการรักษาโดยเร็วเพื่อประเมินอาการอีกครั้ง
โปรแกรม Oligio สามารถทำที่บริเวณไหนได้บ้าง?
โปรแกรม Oligio สามารถทำได้หลายตำแหน่งบนใบหน้าและลำคอ เช่น ผิวหน้าโดยรวม รอบดวงตา กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอ นอกจากนี้ยังทำได้ในบางบริเวณของร่างกายที่มีผิวหย่อนคล้อยหรือมีไขมันสะสม เช่น หน้าท้องและต้นแขน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าตำแหน่งใดเหมาะกับการทำและควรใช้จำนวนครั้งเท่าไหร่
วิดีโอเรื่องที่ควรรู้


